Deliconscious - อร่อยอย่างมีสติ

Deliconscious - อร่อยอย่างมีสติ กินให้อร่อยอย่าง 'มีสติ' และ 'รู้คุณค่า เพื่อสุขภาพที่ดี และดูแลโลกของเราไปด้วยกัน :) Know what you eat & Make your food consciously delicious!

Isn't it great if you can cook a delicious healthy meal while knowing that it's also good for other people and environment ? :)

The aim of 'deliconscious' is to share healthy plant-based recipes and health tips for anyone, who is interested in improving health with natural nutrition and having sustainable living. You can eat deliciously while being conscious about what you are eating and what you can do to make less food waste. Vegetarian & Vegan Friendly :-)

Eat fresh - local - non chemicals - unprocessed - plant based !

🌿 ดูแลรักษาบ้านของเรา: ร่างกาย และโลกใบนี้เพราะ “บ้านหลังแรก” ของเราคือร่างกาย และโลกใบนี้คือบ้านที่เราแบ่งปันร่วมกัน 🌏พ...
17/09/2026

🌿 ดูแลรักษาบ้านของเรา: ร่างกาย และโลกใบนี้
เพราะ “บ้านหลังแรก” ของเราคือร่างกาย และโลกใบนี้คือบ้านที่เราแบ่งปันร่วมกัน 🌏

พลอย และพี่ฌา เจ้าของร้าน ไสใส Saisai อยากชวนทุกคนมาหยุดพักจากความเร่งรีบ มาร่วมใช้เวลาช่วงบ่ายวันเสาร์อย่างมีสติด้วยกัน ผ่านอาหารท้องถิ่น และบทสนทนาที่ชวนให้เรากลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองและโลกของเรา ในช่วง Bangkok Climate Action Week 2026 นี้

มาร่วมค้นพบว่า การดูแลตัวเอง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลโลก ผ่านกิจกรรมที่เราเตรียมมาให้ 😊
• จิบชายามบ่ายอย่างมีสติ
• ชิมวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล
• แลกเปลี่ยนเรื่องราวและมุมมองเกี่ยวกับ “บ้าน”
• ทำ Healing Yogurt Bowl ของตัวเอง
• สำรวจความเชื่อมโยงระหว่างอาหาร สุขภาวะ ชุมชน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พบกันวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569
เวลา 14:00–16:00 น.
📍 ไสใส SAISAI
💚 ค่าร่วมกิจกรรม 400 บาท | จำกัดเพียง 15 ที่นั่ง เท่านั้น!
ลงทะเบียน: https://www.bangkokclimateactionweek.org/th/programme/238

เก็บตกภาพบรรยากาศ Eat Play Root: Seasons of Food, Seasons of Life เพราะชีวิตมีทุกฤดูกาล 🌱☁️🍂🌞เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มาใช้...
24/05/2026

เก็บตกภาพบรรยากาศ Eat Play Root: Seasons of Food, Seasons of Life เพราะชีวิตมีทุกฤดูกาล 🌱☁️🍂🌞

เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มาใช้เวลาร่วมกัน มาร้องเพลง เคลื่อนไหวร่างกาย และค่อยๆ สำรวจ “ฤดูกาลของชีวิต” ของตัวเองผ่านอาหารและธรรมชาติ เราได้ทำอาหาร และอิ่มอร่อยแบบ mindful ไปด้วยกัน เพราะการกินไม่ได้เพียงแต่ให้พลังในการใช้ชีวิต แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราเชื่อมใจ เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ดูแลสุขภาพภายใน ภายนอกไปพร้อมกัน 🤗

เมนูที่พลอยชวนทุกคนทำด้วยกันได้แก่ โรตีข้าวกล้อง สลัดใบบัวบกมะพร้าวอ่อน แกงมะเขือยาวที่ประยุกต์การใช้เครื่องเทศจากอินเดีย ไปจนถึงเต้าหู้ย่างซอสแตงโมสิหมะ และผัดเห็ดรวม (พวกเราทำเสร็จในเวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ! เก่งกันมากๆเลย)

5 เมนูนี้ เป็นเมนูมังสวิรัติทั้งหมด ที่เน้นการใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรโดยตรง และส่วนใหญ่หาได้ในฤดูร้อนเข้าหน้าฝน เป็นช่วงที่สภาพอากาศยังมีความร้อนอบอ้าวจัด วัตถุดิบที่นำมาประกอบในเมนูบางส่วนจึงเป็นวัตถุดิบที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ใบบัวบก มะเขือยาว แตงโม ตำลึง เพื่อมอบความสมดุล ในขณะเดียวกันเครื่องเทศ และสมุนไพรที่ใช้ถึงแม้จะมีฤทธิ์ร้อน แต่มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ ช่วยย่อยอาหาร และเสริมภูมิคุ้มกันได้ดี โดยเฉพาะขิง ขมิ้น และใบโหระพา

ในส่วนของสารอาหารที่ทำงานกับร่างกายของเราในช่วงที่เราเปลี่ยนผ่านฤดูกาลของชีวิต และฤดูกาลของธรรมชาติ อาหารเหล่านี้ไฟเบอร์สูงช่วยปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งช่วยให้อิ่มนาน และอารมณ์คงที่ พืชผักที่มีวิตามิน A C และมีแมกนีเซียม ช่วยลดความเครียด และทำให้ระบบประสาทผ่อนคลาย เป็นเมนูที่ทั้งอิ่มท้อง เบาสบาย ปรับให้ร่างกายและจิตใจสงบ เพื่อพร้อมต่อทุกการเปลี่ยนแปลง 😊

ขอบคุณ Eat-Play-Root journey ที่ชวนพลอยไปร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อีกครั้งนะคะ 🩷 ไว้มีโอกาสเล่นกันอีกน้า

23/05/2026

ดีใจที่ได้กลับมาจัด workshop อาหารอีกครั้งในรอบ 2 ปี มีพลังใจทำต่อมากๆ เพราะเป็นสิ่งที่ทำแล้วชุบชูหัวใจ ทำแล้วมีความสุข จะจัดเวลาทำกิจกรรมมากขึ้นนะ เพราะคิดถึงบรรยากาศแบบนี้มาก

ขอบคุณทีม Eat-Play-Root journey Eat-Play-Root journey ที่ชวนไปเล่นกันนะ 🩷😊

ขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกคนที่เติมพลังให้กันด้วยน้า

09/04/2026

🌏🥐 ได้เป็นนักกินกู้โลก กินขนมเมนูที่ทำจากขนมปังส่วนเกินแปลงเป็นเมนูเจลาโจ้สุดอร่อยตาลุกวาว 👀✨ ในงาน Rescue and Eat ที่จัดโดยพี่แพร ที่เล่าถึงปัญหาขยะอาหารได้อย่างสร้างสรรค์ เพราะเราทุกคนได้ประสบการณ์ความอร่อยไปด้วย อันนี้เป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม รอบหน้าพี่แพรและทีมจะทำเมนูจากอาหารส่วนเกินแบบไหนอีก อยากให้ไปลองกันนะ! ชอบมากถูกใจคนชอบกิน 😋

“เมื่อเราเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้มีความรู้และเป็นใหญ่เป็นโต แม่ก็อยากให้ลูกๆเข้าใจถึงความหลากหลาย ได้เป็นกระบอกเสียง ...
14/07/2025

“เมื่อเราเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้มีความรู้และเป็นใหญ่เป็นโต แม่ก็อยากให้ลูกๆเข้าใจถึงความหลากหลาย ได้เป็นกระบอกเสียง เล่าถึงความจริงให้เห็นถึงความยุติธรรมว่า ชาวกะเหรี่ยงรักป่าและไม่ได้ทำลายป่า เรามีพื้นที่ทำกินที่อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกัน”

คำพูดของแม่ลัดดาในบทสนทนาตอนนั่งอยู่ในครัวด้วยกันหลังอาหารเย็นกันคนสองคน เป็นการพูดถึงครั้งที่มีนักศึกษาขึ้นมาที่บ้านห้วยหินดำ หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงโผล่ว จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อมาศึกษาข้อมูลชุมชนแต่ไม่มีงบมากพอที่จะมาอยู่หลายวัน แม่ลัดดาจึงสนับสนุนที่พักและอาหารให้ เพราะแม่ลัดดามีความหวังกับเด็กๆที่เป็นเหมือนอนาคตของชาติเสมอ และเชื่อว่าคนเหล่านี้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไม่มากก็น้อย

ระหว่างที่ฟังแม่ลัดดาไป ตัวเราเองก็รู้สึกว่าเราเองก็เป็นหนึ่งในคนเมืองที่มีโอกาสมาพื้นที่ตรงนี้เหมือนกัน ยิ่งได้รู้อย่างนี้แล้ว เราจึงตั้งใจที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตบ้านห้วยหินดำที่ชาวบ้านอยู่กับป่า ผลิตแหล่งอาหารของตัวเองในป่า และปกป้องรักษาผืนป่าที่เป็นเหมือน ‘แม่’ ของพวกเขาให้ทุกคนได้รู้จัก และเข้าใจกัน

เข้าเรื่องเลยว่า เราในฐานะคนเมืองคนนึงที่สนใจเรื่องอาหาร การกินและสิ่งแวดล้อม เราได้รู้จักกับหลักการของ Regenerative Agriculture หรือระบบเกษตรกรรมฟื้นฟูที่ช่วงหลายปีมานี้เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางทั่วโลก แทบจะทุกบริษัทอาหารข้ามชาติใหญ่ๆต้องหันมาสนใจเรื่องนี้เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับห่วงโซ่อุปทานอาหารในธุรกิจตัวเอง และเพื่อรับมือกับสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศ และการเสื่อมถอยของทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหารของผู้คนในภาพรวม แต่เมื่อเราได้มาอยู่ที่บ้านห้วยหินดำตลอด 3 วัน แล้วได้ทำความเข้าใจหลักการทำ ‘ไร่หมุนเวียน’ ของชาวกะเหรี่ยงที่สืบต่อกันกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษหลายร้อยปีร่วมกับการหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติม แท้จริงแล้วเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างรากฐานของหลักการ Regenerative Agriculture ที่ปัจจุบันพูดถึงนั่นเอง เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่เพื่อรักษาโลกและธรรมชาติ ย่อมมีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นจากคนที่อาศัยร่วมกับธรรมชาติมาเป็นเวลานานมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทปัจจุบันนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในหลายแห่งทั่วโลกจึงต้องนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อดูแลธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตให้อยู่ร่วมกันต่อไปได้ ฟื้นฟู และลดผลกระทบเชิงลบให้เหลือน้อยที่สุด

แต่ทำไม Regenerative Agriculture ถึงฟังดูน่าตื่นตาตื่นใจ แต่การทำไร่หมุนเวียนโดยชาวกะเหรี่ยงจึงถูกมองและถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการบุกรุก ตัดต้นไม้ ทำลายป่า? แล้วความจริงคืออะไร?

ย้อนไปมากกว่า 200 ปีที่แล้วในวันที่ชาวกะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยในป่าที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ การทำการเกษตรในพื้นที่ป่าเป็นทางเลือกเดียวที่พวกเขาจะผลิตแหล่งอาหารของตัวเองได้ ชาวกะเหรี่ยงรักป่ามาก และมีความเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติล้วนมีเจ้าของ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง การจะนำป่ามาเป็นพื้นที่ทำกินนั้น ชาวกะเหรี่ยงจะขออนุญาตเจ้าป่าเจ้าเขาก่อนเสมอ และทำการเกษตรบนหลักที่ว่าจะไม่เป็นการทำลายป่าอันเป็นสถานที่ ที่มอบชีวิตให้พวกเขา ไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์อื่นๆ บรรพบุรุษจึงมีการเล่าขานออกอุบายสืบต่อกันมาด้วยความเชื่อเพื่อปกป้องป่าจากการทำไร่ที่ผิดวิธี เช่น การห้ามไม่ให้ทำไร่แถวตาน้ำเพราะจะทำให้ผลผลิตเสียหาย ไม่ให้ทำไร่บนยอดเขาเพราะจะเจอสิ่งไม่ดีหรืออาถรรพ์ เป็นต้น และก่อนที่จะมีการทำไร่นั้น ชาวกะเหรี่ยงจะขออนุญาตเจ้าป่าเข้าเขาโดยการทำพิธีเสี่ยงทายว่าสามารถจับจองพื้นที่ป่าผืนเล็กๆนี้ทำการเพาะปลูกเพื่อดำรงชีพได้หรือไม่

แต่ส่วนที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดรุนแรงคือ การที่ชาวบ้านจำต้องตัดต้นไม้ แล้วเผาไร่เพื่อเตรียมพื้นที่ทำกิน พอเราได้ไปเห็นกระบวนการจริงส่วนนี้ เราได้เห็นแล้วว่าการตัดต้นไม้ของชาวกะเหรี่ยงไม่ได้ตัดไปจนสิ้น หรือตัดจนต้นไม้เดิมนั้นไม่สามารถฟื้นฟูได้ เพียงแต่ตัดไปเพื่อลดทอนการแย่งอาหารในดินจากต้นไม้เดิมที่จะรบกวนพืชผลที่พวกเขากำลังจะปลูก ส่วนการเผาไร่หลังจากตัดต้นไม้นั้นเป็นการเคลียร์พื้นที่ เคลียร์หญ้าเพื้อเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะปลูก แต่ไม่มีการไถกลบ ทำลายหน้าดินดั้งเดิมแต่อย่างใด หนำซ้ำขี้เถ้ายังกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีเพื่อช่วยให้ผลผลิตงอกงาม และฟื้นฟูต้นไม้เดิมอีกด้วย มากไปกว่านั้นชาวกะเหรี่ยงรู้ขอบเขตของพื้นที่ทำกินตนเองดี พวกเขาจึงป้องกันป่าด้วยการทำแนวกันไฟก่อนเริ่มกระบวนการข้างต้นอีกด้วย

พืชผลที่ชาวกะเหรี่ยงปลูกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์พืชท้องถิ่น โดยเฉพาะข้าวดอยไร่ ที่ชาวบ้านเก็บเมล็ดพันธุ์ส่งต่อให้คนรุ่นหลังมากกว่า 10 สายพันธุ์ ในไร่นอกจากปลูกข้าวแล้วจะมีการปลูกพืชอื่นๆให้พอกินตลอดปี โดยการเพาะปลูกของชาวกะเหรี่ยงจะเป็นการเริ่มปลูกเมื่อฝนตกลงมาตามฤดูกาล ให้ข้าวและพืชผลเติบโตตามธรรมชาติ เมื่อครบหนึ่งปีของการใช้พื้นที่ทำกิน ชาวบ้านจะทำการ ‘พักแปลง’ ไว้เป็นเวลา 6 ปีหรือมากกว่านั้นโดยที่ไม่เข้าไปแตะต้องเลยเพื่อให้ป่าได้กลับมาฟื้นฟูตามเดิม และที่น่าสนใจคือ ต้นไม้ที่เคยถูกตัดไปกลับงอกงามขึ้นมาใหม่โดยมีการแตกหน่อกิ่งก้านสาขาเพิ่มเติมอย่างแข็งแรงด้วย ภูเขาที่ชาวกะเหรี่ยงอยู่จริงนั้นไม่มีทางที่จะเป็นเขาหัวโล้น แต่ว่าจะมีร่องรอยการใช้พื้นที่ป่าทำกิน การอยู่ร่วมกันกับป่าตามกาลเวลา และการฟื้นฟูของธรรมชาติ

แม้ว่าทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ดี แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือชาวบ้านห้วยหินดำต้องออกมาต่อสู้เพื่อที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยมานาน เนื่องจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเขาไม่ได้ถูกทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งโดยหน่วยงานภาครัฐ ที่ขีดเส้นพื้นที่ทับอาณาเขตที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้านห้วยหินดำให้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เพราะเมื่อพวกเขามองสภาพป่าด้วยภาพถ่ายมุมสูง พวกเขาไม่ได้เห็นร่องรอยการทำไร่หมุนเวียน และพื้นที่ไร่ที่กำลังพักฟื้นอยู่ก็ดูจะสมบูรณ์ราวกับป่าในสภาวะปกติ การขีดเส้นเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านจากที่เคยเป็นผู้อยู่ร่วมกับป่า กลายเป็นผู้บุกรุกไปในทันที นอกเหนือจากนี้ทางภาครัฐยังทำการจัดระเบียบพื้นที่โดยการเสนอพื้นที่เฉพาะเจาะจงให้ชาวบ้านทำกินเป็นการชั่วคราวเพียง 20 ปีต่อครัวเรือน ซึ่งปัญหาที่ตามมาที่แม่ลัดดาและชาวห้วยหินดำกังวลอยู่นั้นไม่ใช่มีเพียงแค่เรื่องการสูญเสียที่ดินทำกิน แต่การที่ถูกบังคับให้ใช้พื้นที่ผืนเดิมซ้ำๆในการเพาะปลูกก็ไม่ต่างอะไรกับการเพาะปลูกในเชิงอุตสาหกรรม ที่พอมีการใช้ทรัพยากรดินซ้ำๆโดยไม่มีการให้ธรรมชาติพักฟื้น แร่ธาตุและความสมบูรณ์ของดินก็จะเสื่อมถอยลงไป จนไม่สามารถให้ผลผลิตที่ดีได้ แล้วท้ายที่สุดชาวบ้านอาจจะต้องหันไปพึ่งปุ๋ยเคมี ยากำจัดศัตรูพืช ที่เป็นการทำลายระบบนิเวศน์ในระยะยาว จนท้ายที่สุดแล้วหากพื้นที่ตรงนั้นใช้ไม่ได้อีกก็อาจจะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นที่เสื่อมโทรมที่ไม่สามารถฟื้นคืนเป็นป่าดังเดิมได้ และชุมชนดั้งเดิมจะเสียพื้นที่ทำกิน รวมไปถึงภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอาจหายไป

สิ่งเหล่านี้จึงย้อนกลับมาที่คำถามที่ว่า ถ้าเราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงระบบอาหารโดยรณรงค์ให้ใช้หลักการ Regenerative Agriculture บนพื้นที่เกษตรกรรมในระดับอุตสหกรรมที่แก้ไขยาก เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นคงทางอาหาร แล้วการที่วิถีภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เป็นส่วนหนึ่งของรากฐานแนวคิดใหม่นี้อยู่แล้ว ถูกบีบบังคับให้ยุติลงเพราะมองว่าเป็นการทำลาย เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือเปล่า หรือทุกภาคส่วนไม่มีการทำงานร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจกันมากพอ หรือเพราะระบบใหม่ๆหลงลืมไปว่าคนในชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์อันสมบูรณ์มาช้านาน

ความมั่นคงทางอาหารที่เราต้องการให้เป็นคือรูปแบบใดกันแน่ แล้วผลกระทบที่เกิดจากชาวบ้านกลุ่มเล็กๆไม่กี่ร้อยคน จะเทียบกับผลกระทบจากกระบวนการในอุตสหกรรรมอาหารขนาดใหญ่ได้อย่างไร

อยากชวนคนเมืองที่เป็นผู้บริโภคอย่างเราๆมาขบคิดร่วมกัน

#หลากหลายคืองดงาม #เสียงชาติพันธุ์ #เราทุกคนล้วนเป็นชาติพันธุ์ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร - SAC Hear & Found

มา  #กินหมดจาน ทุกมื้อทุกวันกัน! 😋ชวนทุกคนมาลด   ด้วยวิธีที่ทำได้ทุกวัน และง่ายที่สุด นั่นคือกินอาหารให้เกลี้ยงทุกครั้ง ...
21/11/2024

มา #กินหมดจาน ทุกมื้อทุกวันกัน! 😋
ชวนทุกคนมาลด ด้วยวิธีที่ทำได้ทุกวัน และง่ายที่สุด นั่นคือกินอาหารให้เกลี้ยงทุกครั้ง ไม่หมดไม่คูล! เพราะขยะอาหารนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แถมเรายังควรคำนึงกลุ่มคนที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอด้วย
อาหารน่ะมีคุณค่ามากเลยนะทุกคน 🌏
พลอยรับ challenge มาจากพี่แพรคนสวย PEAR is hungry ผู้ร่วมอุดมการณ์สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมให้มีส่วนร่วมในการลดปัญหาขยะอาหารที่เกิดขึ้นจากตัวเรา
รอบนี้ดีมากๆ เพราะมี 50 ร้านอาหารที่แนะนำโดยเหล่าคนดัง ที่ทั้งอร่อยแถมยังจัดการขยะหลังบ้านอย่างดีเยี่ยม ไม่มีการปนเปื้อนมาเข้าร่วมให้เราได้ไปแวะกินพุงกางกันด้วยแหละ
วันนี้พลอยเลยแวะมาที่ร้าน Little Sunshine Cafe ร้านโปรด ที่แนะนำอยู่ใน guidebook ที่นี่มาแล้วไม่เคยผิดหวัง เพราะมีแต่เมนูอร่อยและ healthy พี่ป๋วยเจ้าของร้านเป็นนักโภชนาการ ลงมือทำเมนูเองเลย และวันนี้ได้มาชิมเมนูใหม่ที่ใช้วัตถุดิบพื้นบ้านอย่างกุ้งลายเสือจากชาวประมงชาวมอแกลน และข้าวจากแพร่ด้วย 🩷🤗
ชวนทุกคนมาร่วม challenge กินหมดจานกันค่ะ ที่ไหนก็ได้ ที่บ้านหรือร้านอาหารที่ชอบ แต่ถ้าไปร้าน 50 ร้านใน กินหมดจาน Guidebook จะได้รับ promotion ด้วยน้า
วีธีเข้าร่วม challenge 🙂
1. post ภาพ/คลิป การกินหมดจาน ที่ช่องทางไหนก็ได้เปิด public
2. ใน caption เขียนเหตุผลว่า ทำไมเราถึงต้องกินหมดจาน
3. ติด #กินหมดจาน
ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 30พฤศจิกายน 2024
รายชื่อ 50 ร้านอาหารใน กินหมดจาน Guidebook ตามได้ใน www.aroundp.co น้าา 🥰

  😊🍚 ขอบคุณม๊อบ และ TCDC COMMONS Seacon Square Srinakarin  ที่ให้พลอยได้มาร่วมสอนเวิร์คช้อป Better Rice ทานข้าวไทยอย่างไ...
18/02/2024

😊🍚 ขอบคุณม๊อบ และ TCDC COMMONS Seacon Square Srinakarin ที่ให้พลอยได้มาร่วมสอนเวิร์คช้อป Better Rice ทานข้าวไทยอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ 🩷

และครั้งนี้พลอยได้ชวนทุกคนมาลองทำ 'คิมบับกระเป๋า' โดยใช้ข้างไตรจัสมิน ข้าว 3 สีหอมมะลิดำ-แดง-ขาวมาทำให้คิมบับรอบนี้อร่อยหนุบหนับ แถมได้แชร์วิธีการทำไชเท้าดองแบบที่ใช้ขมิ้นเหลืองสด ที่มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ ช่วยย่อยมาทำให้มื้อนี้พิเศษด้วย

ขอบคุณทุกคนนะคะ :)

😊🥰 เสาร์นี้พบกันที่ TCDC The Commons  นะคะ มาชิมข้าวไทย และทำเมนูง่ายๆกันค่ะ
12/02/2024

😊🥰 เสาร์นี้พบกันที่ TCDC The Commons นะคะ มาชิมข้าวไทย และทำเมนูง่ายๆกันค่ะ

"Better Rice" เมื่อแป้งไม่ใช่ตัวร้าย กินข้าวอย่างไรให้โลกดี ร่างกายดี
เวิร์กชอปชวนทำเมนูข้าวปั้นคิมบับที่ดีต่อสุขภาพ เลือกใช้สายพันธุ์ข้าวไทยที่โดดเด่นเรื่องโภชนาการ นอกจากจะได้คุณประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังจะได้ช่วยสิ่งแวดล้อม กับแนวคิดการจัดการจัดการวัตถุดิบในครัวเพื่อลดขยะอาหาร (food waste) โดย เชฟพลอย-คุณนันทพร ตีระพงศ์ไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ เจ้าของเพจ Deliconscious - อร่อยอย่างมีสติ
มาร่วมทำเมนูคิมบับกระเป๋าง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวันเป็นไอเดียในการเริ่มต้นกินข้าวให้ดีต่อสุขภาพ นอกจากนั้นยังมีการชิมข้าวเพื่อสุขภาพหลากสายพันธุ์ เช่น ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวฮาง ข้าวก่ำน้อย ข้าวปกาอัมปึล ข้าวคณึงนิตย์ เพื่อนำเสนอว่าข้าวเพื่อสุขภาพก็อร่อยไม่แพ้ข้าวอื่น ๆ
วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567
เวลา 13.00 - 15.00 น.
สถานที่ TCDC COMMONS Seacon Square ชั้น 3 มันมัน ศรีนครินทร์
จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม 15 ท่านเท่านั้น
เปิดรับสมัครตั้งแต่ วันนี้ - 15 กุมภาพันธ์ 2567 หรือจนกว่าจะได้ผู้เข้าร่วมครบตามจำนวน
ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
https://forms.gle/zMbrrimrVHx8nX487
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับอีเมล์ตอบกลับพร้อมแจ้งกำหนดการทางอีเมล์ที่ท่านระบุไว้ ในวันที่ 15 ก.พ. 67
หมายเหตุ
-เหตุผลในการเข้าร่วมที่ท่านระบุใน Google forms ส่งผลต่อการพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: TCDC COMMONS Seacon Square Srinakarin
โทร 090-225-7429, 02 321 2288 (11.00 - 19.00 น.)

(: นานๆทีจะได้จัด workshop ทำอาหารให้ได้ชุบชูใจ ได้เปลี่ยนบทบาทตัวเองที่เคยเป็นมาบ้างก็ดีเหมือนกันรอบนี้ขอบคุณทีม Homela...
30/07/2023

(: นานๆทีจะได้จัด workshop ทำอาหารให้ได้ชุบชูใจ ได้เปลี่ยนบทบาทตัวเองที่เคยเป็นมาบ้างก็ดีเหมือนกัน

รอบนี้ขอบคุณทีม Homeland Café & Grocer ที่ชวนให้ได้ลองจัด workshop หัวข้อใหม่ๆที่อยากลอง

'Nourishing your homes' เป็นหัวข้อที่ลึกซึ้งมาก เพราะอยากให้ผู้เข้าร่วมได้มาใช้เวลาด้วยกันทำอาหารเพื่อดูแลร่างกาย และดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะเราอยู่ในบ้านที่เป็นร่างกาย และร่างกายของเราก็อยู่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งก็คือโลกใบนี้ ซึ่งทุกคนได้เรียนรู้ที่มาที่ไปของวัตถุดิบ แล้วได้สังเกตพฤติกรรมการกินของตัวเอง เพื่อทร่จะปรับให้ดีขึ้นด้วย 💓

ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมน้า จริงๆไม่ได้คิดว่าจะเป็นคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว หลายคนไม่ได้บอกว่าจะมาด้วย เซอร์ไพรส์มาก ขอบคุณที่มาใช้เวลาด้วยกันจริงๆฮะ 🤗

Some photos and videos taken by Ryoma and Nat, Homeland

📢LAST CALL🤗ใครคิดว่าช่วงนี้ต้องการผ่อนคลายจากเรื่องเครียด เรื่องที่น่าโมโหต่างๆบ้าง?😊พลอยจะสวมหมวก Natural Chef และอยากช...
26/07/2023

📢LAST CALL🤗
ใครคิดว่าช่วงนี้ต้องการผ่อนคลายจากเรื่องเครียด เรื่องที่น่าโมโหต่างๆบ้าง?

😊พลอยจะสวมหมวก Natural Chef และอยากชวนทุกคนที่อยากใช้เวลาวันหยุดยาว (อาทิตย์หน้า) มาดูแลตัวเองใน Deliconscious x HOMELAND 'nourishing your home' workshop กันค่ะ 🌏🏠🌿

พวกเราจะมา
🌸 สำรวจร่างกาย และสภาพอารมณ์ของตนเองในช่วงนี้
🌸 เรียนรู้เรื่องโภชนาการและการกินอย่างมีสติ และคำนึงถึงธรรมชาติ
🌸 ลอง Sensory Experience กับอาหาร
🌸 ลงมือทำสเปรดแบบต่างๆที่ไว้ทานคู่กับขนมปังอุ่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มพลังร่างกาย จิตใจ
ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นจากโฮมแลนด์ และรวมไปถึงการให้คำแนะนำทางโภชนาการอีกด้วย

🏡 เพราะร่างกายคือบ้านของเรา และโลกใบนี้คือ ที่ๆร่างกายเราอาศัยอยู่ ถ้าเราดูแลสุขภาพของเราได้ดี เราก็จะมีพลังไปต่อสู้! และ ดูแลสิ่งต่างๆรอบตัวด้วย ❤️

มาพบกันวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคมน้า
เวลา 14:00 - 16:00
ที่ Homeland Café & Grocer ทองหล่อ 13
บัตร 1,200 บาท (ที่มีจำกัด)

สามารถสำรองที่หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ LINE OA .bkk น้า
This workshop will be conducted in Thai.

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Deliconscious - อร่อยอย่างมีสติ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Deliconscious - อร่อยอย่างมีสติ:

ทางลัด

แชร์