22/02/2026
สวัสดีครับ วันนี้ขอหยิบถ้วยหนึ่งใบมาเล่าเรื่องราว ผ่านกล่องไม้ (kibako) ถ้วยใบนี้เป็น “อาซาฮียากิ” งานของอาซาฮี (มัทสึบายาชิ) โจไซ รุ่นที่ 12 ที่มาพร้อมกล่องคิวาเมะบาโกะ โดยอาซาฮีโฮไซ รุ่นที่14 ตัวถ้วยเป็นงานคาเสะใบเล็กครับ
🍵มาพูดขยายความคำว่า “คิวาเมะบาโกะ(極め箱)” ปกติถ้าศิลปินปั้นถ้วยเอง แล้วเขียนชื่อตัวเองลงบนกล่องพร้อมประทับตรา เราจะเรียกว่า โทโมบาโกะ (Tomobako - 共箱) หรือ ”กล่องคู่ตัว“ครับ แต่ถ้าถ้วยใบนั้นได้รับการยืนยัน และเขียนกล่องโดย ”บุคคลอื่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือรุ่นที่สืบทอด“ จะเรียกว่า คิวาเมะบาโกะ (Kiwame-bako) ทันทีครับ สาเหตุมักเกิดจากสองปัจจัยใหญ่ คือ
-กล่องเดิมหายหรือพัง ถ้วยชาอาจจะตกทอดมาหลายสิบปีจนกล่องเดิม (Tomobako) ชำรุดหรือสูญหายไป เจ้าของจึงนำถ้วยกลับไปให้ทายาทของเตาเผาช่วยดู และออกกล่องใบใหม่ให้เพื่อเป็นใบรับประกัน
-ศิลปินเสียชีวิตก่อนทำกล่องบางครั้งศิลปินรุ่นพ่อปั้นถ้วย และเผาเสร็จแล้ว แต่เสียชีวิตกะทันหันก่อนจะได้เขียนกล่อง ถ้วยเหล่านั้นจึงตกทอดมาถึงรุ่นลูก รุ่นลูกจึงต้องเป็นผู้นำถ้วยมาคัดแยก และเขียนกล่องรับรองให้ผลงานของพ่อครับ
ไม่ใช่ใครก็เขียนได้ครับ บุคคลที่ได้รับการยอมรับให้เขียนกล่องรับรองได้จะมีแค่
1. ทายาทสายตรง หรือเจ้าสำนักคนปัจจุบัน (เช่นในกรณีของใบในรูป ที่รุ่น 14 มาเขียนรับรองให้รุ่น 12)
2. ปรมาจารย์ชา จากสำนักชาใหญ่ๆ (เช่น สำนักอุราเซ็นเกะ หรือ โอโมเตะเซ็นเกะ) จัคาคิเรียกว่า “คาคิสึเกะบาโกะ”
3. นักประเมินงานศิลปะที่ได้รับการยกย่องระดับประเทศ เรียกว่า “ชิกิบาโกะ”
หลายคนอาจสงสัยว่า ”ถ้าไม่ใช่กล่องเดิมที่ศิลปินเขียนเอง มูลค่าจะตกไหม?“ คำตอบคือ ไม่เสมอไปครับ และในหลายกรณีกลับทำให้ของชิ้นนั้นดูขลังขึ้นด้วย สำหรับถ้วยอาซาฮีใบนี้ การมี ”คิวาเมะบาโกะ“ ที่เขียนโดยโฮไซรุ่นที่ 14 (หลานชาย) เพื่อรับรองงานของรุ่นที่ 12 (ปู่) ถือเป็น ใบรับประกันชั้นยอด ที่วงการนักสะสมยอมรับ 100% ครับ มันแสดงถึงความเคารพ และการสืบทอดสายเลือดของตระกูลช่างปั้นที่น่าประทับใจมากครับ
สรุปง่ายๆครับ กล่องใบนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน ”ใบ Certificate แบบ Official“ จากผู้นำตระกูลรุ่นหลัง เพื่อยืนยันว่าถ้วยลาย(Kase) ใบนี้ คือผลงานชิ้นเอกของโจไซรุ่นที่ 12 ของแท้แน่นอนครับ🍃
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมครับ : ณ ต้นชา🙇🏽