MSME ไทยสมาพันธ์ จังหวัดขอนเเก่น 68-69

MSME ไทยสมาพันธ์ จังหวัดขอนเเก่น 68-69 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก MSME ไทยสมาพันธ์ จังหวัดขอนเเก่น 68-69, 999 ถนนศรีจันทร์ อำเภอเมือง ตำบลในเมือง เยื้องโรงเเรมโฆษะ จังหวัดขอนเเก่น, Khon Kaen.

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดขอนเเก่น (MSME Thai Federation-khon kaen) เป็นองค์กรเคือข่ายที่รวมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมเเละรายย่อย (Micro,Small and Medium Enterprises:MSMEs) เพื่อสร้างความเเข็งเเรงภาคธุรกิจในจังหวัดขอนเเก่น ศูนย์กลางเชื่อมโยง

24/07/2026

ดินแบบไหนเหมาะกับพืชอะไร? แนวทางเลือกดินให้ตรงพืช ปลูกแล้วได้ผลจริง

---

หลายคนให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์พืช ปุ๋ย หรือระบบน้ำ แต่สิ่งที่เป็นพื้นฐานและมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชมากที่สุดคือ "ดิน" เพราะดินเป็นแหล่งอาหาร น้ำ และอากาศของราก หากเลือกดินให้เหมาะกับชนิดพืช หรือปรับปรุงดินให้เหมาะก่อนปลูก จะช่วยให้พืชแข็งแรง โตเร็ว ใช้ปุ๋ยได้คุ้มค่า ลดปัญหาโรคและแมลง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว สำหรับวันนี้เราได้รวบรวมลักษณะของดินแต่ละประเภท พร้อมแนวทางปรับใช้ที่เกษตรกรสามารถทำตามได้จริง

---

#ดินเหนียว

ลักษณะเด่น
1. เนื้อดินละเอียด จับตัวแน่น
2. อุ้มน้ำและเก็บความชื้นได้ดี
3. ระบายน้ำช้า
4. มีธาตุอาหารสะสมค่อนข้างมาก

เหมาะปลูกพืชอะไร
1. ข้าวนาปี และข้าวนาปรัง
2. บัว ผักบุ้งนา
3. พืชที่ทนน้ำขังได้ดี

ข้อดี
1. เก็บน้ำไว้ได้นาน ช่วยลดการให้น้ำบ่อย
2. ธาตุอาหารไม่ถูกชะล้างง่าย ทำให้ใส่ปุ๋ยได้คุ้มค่า

ข้อควรระวัง
1. หากน้ำขังนาน รากพืชอาจขาดอากาศและเกิดรากเน่า
2. เมื่อดินแห้งจะแข็ง แตกเป็นแผ่น ทำให้รากเดินยาก

วิธีปรับปรุงให้ปลูกพืชได้ดี
1. เติมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือเศษพืชหมัก เพื่อให้ดินร่วนซุยขึ้น
2. ยกร่องปลูกในพื้นที่ที่ระบายน้ำไม่ดี
3. ผสมทรายหยาบหรือแกลบดิบ เพื่อช่วยให้น้ำไหลผ่านได้ดีขึ้น

---

#ดินทราย

ลักษณะเด่น
1. ดินโปร่ง ระบายน้ำเร็ว
2. อุ้มน้ำและธาตุอาหารได้น้อย
3. รากพืชชอนไชได้ง่าย

เหมาะปลูกพืชอะไร
1. แตงโม
2. เมล่อน
3. มันสำปะหลัง
4. ถั่วลิสง
5. แคคตัสและพืชทนแล้ง

ข้อดี
1. ไม่ค่อยเกิดน้ำขัง
2. รากพืชเจริญเติบโตได้รวดเร็ว

ข้อควรระวัง
1. ดินแห้งเร็ว ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ
2. ปุ๋ยละลายและสูญเสียได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงฝนตก

วิธีปรับปรุงให้ใช้ได้จริง
1. เติมอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำ
2. คลุมดินด้วยฟาง หญ้าแห้ง หรือเศษใบไม้ ลดการระเหยของน้ำ
3. ใช้ระบบน้ำหยด ช่วยประหยัดน้ำและให้น้ำสม่ำเสมอ
4. แบ่งใส่ปุ๋ยหลายครั้ง แทนการใส่ครั้งเดียว เพื่อลดการสูญเสีย

---

#ดินร่วน

ลักษณะเด่น
1. มีสัดส่วนของดินเหนียว ดินทราย และอินทรียวัตถุสมดุล
2. ระบายน้ำดี แต่ยังเก็บความชื้นได้พอเหมาะ
3. ดินโปร่ง รากพืชเดินได้สะดวก

เหมาะปลูกพืชอะไร
1. ผักสวนครัวทุกชนิด
2. ไม้ผล เช่น มะม่วง มะนาว ฝรั่ง
3. พืชไร่และพืชเศรษฐกิจส่วนใหญ่

ข้อดี
1. เป็นดินที่เหมาะกับการเพาะปลูกมากที่สุด
2. ดูแลจัดการง่าย
3. พืชเติบโตดี ให้ผลผลิตสูง

วิธีรักษาคุณภาพดิน
1. เติมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักเป็นประจำ
2. ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อลดการเสื่อมของดิน
3. ลดการใช้สารเคมีต่อเนื่องในปริมาณสูง

---

#วิธีเลือกดินให้เหมาะกับพืช

1. ศึกษาความต้องการของพืช ว่าชอบดินแห้ง ดินชื้น หรือดินที่ระบายน้ำดี

2. ทดลองกำดินที่ชื้นไว้ในมือ
- จับตัวแน่นมาก มักเป็นดินเหนียว
- ร่วนแตกง่าย มักเป็นดินร่วน
- จับตัวไม่ได้ ร่วนเป็นเม็ดทราย มักเป็นดินทราย

3. หากดินไม่เหมาะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชนิดพืชเสมอไป แต่สามารถปรับปรุงดินให้เหมาะกับพืชได้

4. เติมอินทรียวัตถุอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินในระยะยาว

5. จัดการน้ำให้เหมาะกับชนิดดิน เช่น ดินทรายให้น้ำบ่อยแต่ครั้งละน้อย ส่วนดินเหนียวควรเน้นการระบายน้ำ

---

#เทคนิคดูแลดินเพิ่มผลผลิต

1. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีในอัตราที่เหมาะสม
2. ปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อลดการสะสมโรคและฟื้นฟูดิน
3. ปลูกพืชคลุมดินหรือคลุมหน้าดินด้วยเศษพืช เพื่อลดการชะล้างและรักษาความชื้น
4. ตรวจวิเคราะห์ค่า pH ของดินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรับปรุงดินได้ตรงจุด
5. หลีกเลี่ยงการไถพรวนขณะดินเปียกมาก เพราะจะทำให้โครงสร้างดินเสีย

---

ดินแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ไม่มีดินชนิดใดที่เหมาะกับพืชทุกชนิด การเลือกพืชให้เหมาะกับดิน หรือปรับปรุงดินให้เหมาะกับพืช คือวิธีที่ช่วยให้พืชเจริญเติบโตแข็งแรง ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้อย่างยั่งยืน ก่อนลงทุนปลูกพืชทุกครั้งลองใช้เวลาสำรวจดินในแปลงของท่านแล้วปรับปรุงให้เหมาะสม เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำเกษตรได้มากขึ้น และเป็นแนวทางที่เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ลองศึกษาดูนะครับ

#ดินปลูกพืช #ปรับปรุงดิน #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

24/07/2026

เบื้องหลังสินค้า 1 ชิ้นไม่ได้มีเพียงต้นทุนการผลิต แต่อาจหมายถึงรายได้ของชุมชน โอกาสในการทำงานของกลุ่มเปราะบาง หรือการดูแลทรัพยากรท้องถิ่นให้ยังคงอยู่ต่อไป

ชวนมารู้จัก30 กิจการเพื่อสังคมที่นำสินค้า บริการ และกิจกรรมมาให้ทุกคนได้ทดลอง พูดคุย และอุดหนุนที่โซน Social Enterprise Society ซึ่งเป็นกิจการจากเครือข่ายโครงการ ‘พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม’ หรือ Banpu Champions for Change (BC4C) โดยบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานร่วมกับ ChangeFusion เพื่อบ่มเพาะกิจการที่สร้างรายได้ไปพร้อมกับแก้ปัญหาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ส่วนหนึ่งที่พบได้ในโซนนี้ ได้แก่
- มาชิมผงผักส้มสิหมะ มะแขว่น และเครื่องปรุงชาติพันธุ์อาข่าจาก Seeds Journey พร้อมทำความรู้จักการท่องเที่ยวชุมชนผ่านรสชาติอาหารท้องถิ่น
- ลิ้มรสชารางวัลจากผืนป่าที่มีชีวิตของ SAWANBONDIN (สวรรค์บนดิน) และชิมชาป่าอัสสัมกับน้ำผึ้งป่าแท้ ๆ จาก บ้านห้วยหินลาดใน ชุมชนปกาเกอะญอในจังหวัดเชียงราย
- ทำความเข้าใจว่าการปลูกป่าให้เติบโตเป็นระบบนิเวศ ไม่ได้จบลงในวันปลูก กับ The Next Forest บริการฟื้นฟูป่าครบวงจรที่เชื่อมชุมชนผู้ดูแลป่าเข้ากับองค์กรที่ต้องการสนับสนุน
- ก่อนเรียนภาษามือเบื้องต้นกับ Yindee Scan และรู้จักบริการแปลงเอกสารเป็นดิจิทัลโดยทีมผู้พิการทางการได้ยิน

ภายในโซนยังมีอาหารและผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร งานฝีมือจากกลุ่มเปราะบาง ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน เทคโนโลยีเพื่อเกษตรกร และกิจการด้านสิ่งแวดล้อมอีกหลากหลายรูปแบบ

มาปักหมุดกิจการที่อยากสนับสนุน พูดคุยกับคนทำงานตัวจริง และเลือกซื้อสินค้าและบริการ เพื่อร่วมสร้างรายได้ โอกาส และความเปลี่ยนแปลงให้เดินหน้าต่อไปที่โซน Social Enterprise Society ในงาน Sustrends 2027

Sustrends 2027 จัดขึ้นในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ Paragon Hall, Siam Paragon
ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ : https://readthecloud.com/activity/sustrends-2027/

ระหว่างวันที่ 23-24  กรกฎาคม 69  ประธานโจว นายวิรัช โนนทิง ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงาน depa ผู้ผ่านการพิจารณา (ตัวจริง)...
24/07/2026

ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม 69
ประธานโจว นายวิรัช โนนทิง ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงาน depa ผู้ผ่านการพิจารณา
(ตัวจริง) เเห่งภาคอีสาน ในจังหวัดขอนเเก่น
💐ขอเเสดงความยินดีเเละขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวค่ะ 👍🏻

24/07/2026

6 สายพันธุ์องุ่นน่าปลูก ให้ผลดีขายได้จริง เลือกพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่

---

องุ่นเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมทั้งตลาดผลสดและการแปรรูป หากเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ พร้อมจัดการน้ำ ปุ๋ย และการตัดแต่งกิ่งอย่างถูกวิธี ก็สามารถให้ผลผลิตคุณภาพและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับวันนี้เราได้รวบรวม 6 สายพันธุ์องุ่นยอดนิยม พร้อมจุดเด่นและเทคนิคการปลูก เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกรเลือกปลูกให้เหมาะกับพื้นที่และตลาด

---

#องุ่นบิวตี้ซีดเลส (Beauty Seedless)

องุ่นไร้เมล็ดสีม่วงดำ ผลขนาดปานกลาง เนื้อแน่น เปลือกบาง รสหวานอมเปรี้ยว เหมาะสำหรับรับประทานสด

จุดเด่น
1. ผลสีม่วงดำสวย ดูน่ารับประทาน
2. ไร้เมล็ด รับประทานง่าย
3. ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ
4. เป็นที่นิยมในตลาดผลสด

อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 5–6 เดือน
ผลผลิตเฉลี่ย: ประมาณ 3–6 ตันต่อไร่
เหมาะกับใคร: เกษตรกรที่ต้องการปลูกขายตลาดทั่วไป ร้านผลไม้ และตลาดผลสด

---

#องุ่นเฟลมซีดเลส (Flame Seedless)

องุ่นไร้เมล็ดสีแดงสด ผลสวยเนื้อกรอบ รสหวาน ทนต่อการขนส่ง จึงได้รับความนิยมในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

จุดเด่น
1. สีแดงสดสะดุดตา
2. เนื้อแน่น กรอบอร่อย
3. ไร้เมล็ด รับประทานง่าย
4. ขนส่งได้ดี ลดการช้ำของผล

อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 4–5 เดือน
ผลผลิตเฉลี่ย: ประมาณ 3–6 ตันต่อไร่
เหมาะกับใคร: ผู้ปลูกที่ส่งขายห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดค้าส่ง

---

#องุ่นแบล็คโอปอล (Black Opal)

องุ่นผลใหญ่ สีดำเข้ม เนื้อแน่น รสหวานจัด ได้รับความนิยมในตลาดผลไม้ระดับพรีเมียม

จุดเด่น
1. ผลใหญ่ สีดำเข้มสวย
2. รสหวานเข้ม เนื้อแน่น
3. เก็บรักษาได้นาน
4. ราคาจำหน่ายค่อนข้างดี

อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 6–7 เดือน
ผลผลิตเฉลี่ย: ประมาณ 2–4 ตันต่อไร่
เหมาะกับใคร: ผู้ที่เน้นคุณภาพและจำหน่ายในตลาดระดับพรีเมียม

---

#องุ่นรูบี้ซีดเลส (Ruby Seedless)

องุ่นไร้เมล็ดสีแดงเข้ม มีกลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยว เหมาะทั้งรับประทานสดและนำไปแปรรูป

จุดเด่น
1. ไร้เมล็ด รับประทานง่าย
2. ผลสีแดงเข้มสวย
3. รสชาติหวานอมเปรี้ยว กลมกล่อม
4. เหมาะทั้งตลาดสดและการแปรรูป

อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 6–7 เดือน
ผลผลิตเฉลี่ย: ประมาณ 3–5 ตันต่อไร่
เหมาะกับใคร: เกษตรกรที่ต้องการเพิ่มช่องทางการขายทั้งผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป

---

#องุ่นไวท์มะละกา (White Malaka)

องุ่นผลสีเขียวอมเหลือง ผลใหญ่ เนื้อแน่น หวานกรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นที่นิยมในตลาดผลสด

จุดเด่น
1. ผลใหญ่ น่ารับประทาน
2. สีเขียวอมเหลืองสวย
3. หวานกรอบ มีกลิ่นหอม
4. เป็นที่นิยมในตลาดผลสด

อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 4–5 เดือน
ผลผลิตเฉลี่ย: ประมาณ 3–6 ตันต่อไร่
เหมาะกับใคร: ผู้ปลูกที่ต้องการผลผลิตสูงและเก็บเกี่ยวค่อนข้างเร็ว

---

#องุ่นคาร์ดินัล (Cardinal)

องุ่นผลสีแดงอมชมพู ผลใหญ่เปลือกบาง เนื้อฉ่ำน้ำรสหวานให้ผลเร็ว เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูก

จุดเด่น
1. เจริญเติบโตเร็ว
2. ผลใหญ่ เปลือกบาง
3. เนื้อฉ่ำน้ำ รสหวาน
4. ให้ผลผลิตเร็วที่สุดในกลุ่ม

อายุเก็บเกี่ยว: ประมาณ 3–4 เดือน
ผลผลิตเฉลี่ย: ประมาณ 4–6 ตันต่อไร่
เหมาะกับใคร: ผู้เริ่มต้นปลูกองุ่นและต้องการคืนทุนเร็ว

---

#เทคนิคปลูกองุ่นให้ได้ผลผลิตดี

เลือกพื้นที่ให้เหมาะ
1. ได้รับแสงแดดเต็มวันอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง
2. มีอากาศถ่ายเทดี
3. ไม่เป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง
4. หลีกเลี่ยงพื้นที่ลมแรงจัด

เตรียมดินก่อนปลูก
1. ใช้ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย
2. ค่า pH ประมาณ 6.0–7.0
3. ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ
4. ยกร่องหรือทำแปลงสูงในพื้นที่เสี่ยงน้ำขัง

ทำค้างให้แข็งแรง
1. ใช้เสาปูนหรือเสาเหล็กที่แข็งแรง
2. ขึงลวดรองรับเถาองุ่น
3. จัดทรงต้นให้กิ่งได้รับแสงทั่วถึง
4. ช่วยให้สะดวกต่อการตัดแต่งกิ่งและเก็บเกี่ยว

---

ให้น้ำอย่างเหมาะสม
1. ให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงแตกยอดและติดผล
2. หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ดินแฉะ
3. ก่อนเก็บเกี่ยว 1–2 สัปดาห์ ลดปริมาณน้ำลง เพื่อช่วยเพิ่มความหวานของผล

ใส่ปุ๋ยตามระยะการเจริญเติบโต
1. ระยะแตกใบ ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต
2. ระยะออกดอก เพิ่มฟอสฟอรัสเพื่อช่วยการติดดอก
3. ระยะขยายผล เพิ่มโพแทสเซียม เพื่อให้ผลใหญ่ สีสวย และหวาน
4. เสริมธาตุอาหารรองตามความจำเป็น

---

ตัดแต่งกิ่งทุกปี
1. ตัดกิ่งหลังเก็บเกี่ยว
2. กำจัดกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค และกิ่งที่ไม่สมบูรณ์
3. เปิดทรงพุ่มให้โปร่ง ลดการสะสมของโรค
4. กระตุ้นการแตกยอดใหม่และเพิ่มคุณภาพผลผลิต

ป้องกันโรคและแมลง
1. สำรวจแปลงปลูกเป็นประจำ
2. ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง ลดความชื้น
3. เก็บผลหรือใบที่เป็นโรคออกจากแปลงทันที
4. ใช้วิธีป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) เพื่อลดการใช้สารเคมี

---

#เลือกสายพันธุ์ให้ตรงกับเป้าหมาย

1. เก็บเกี่ยวเร็ว: คาร์ดินัล
2. ผลผลิตสูง: เฟลมซีดเลส, ไวท์มะละกา
3. ตลาดพรีเมียม: แบล็คโอปอล
4. องุ่นไร้เมล็ด: บิวตี้ซีดเลส, เฟลมซีดเลส, รูบี้ซีดเลส

---

#ข้อควรรู้ก่อนลงทุนปลูกองุ่น

1. ศึกษาความต้องการของตลาดในพื้นที่ก่อนเลือกสายพันธุ์
2. เริ่มปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อทดลองความเหมาะสม
3. เลือกกิ่งพันธุ์จากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้
4. วางระบบน้ำและระบบค้างให้พร้อมก่อนปลูก
5. บันทึกต้นทุน ผลผลิต และปัญหาที่พบในแต่ละฤดูกาล เพื่อนำมาปรับปรุงการผลิต
6. หมั่นเรียนรู้เทคนิคการจัดการสวนและการป้องกันโรคแมลงอย่างสม่ำเสมอ
7. หากวางแผนปลูกเชิงการค้า ควรหาช่องทางการตลาดรองรับก่อนเริ่มลงทุน

---

การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกองุ่นให้ประสบความสำเร็จ คาร์ดินัลเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บเกี่ยวเร็ว เฟลมซีดเลสและไวท์มะละกาให้ผลผลิตสูง แบล็คโอปอลเหมาะกับตลาดพรีเมียม ส่วนบิวตี้ซีดเลส เฟลมซีดเลส และรูบี้ซีดเลส เป็นองุ่นไร้เมล็ดที่ตลาดนิยม หากดูแลเรื่องดิน น้ำ ปุ๋ย การตัดแต่งกิ่ง และป้องกันโรคแมลงอย่างเหมาะสม องุ่นจะให้ผลผลิตคุณภาพ สร้างรายได้ต่อเนื่อง และต่อยอดสู่การแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ ลองนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ

#องุ่น #ปลูกองุ่น #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

24/07/2026
14/07/2026

57 พืชเศรษฐกิจ ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน สร้างรายได้ระยะยาว

---

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของเจ้าของที่ดินมากขึ้น โดยเฉพาะที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่มีอัตราภาษีสูงกว่าที่ดินเพื่อการเกษตรอย่างชัดเจน ส่งผลให้หลายคนเริ่มหันมาปรับพื้นที่ให้เกิดประโยชน์จริงทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อให้เข้าเกณฑ์ที่ดินเกษตรกรรม และช่วยลดภาระภาษีในระยะยาว สำหรับวันนี้ขอนำเสนอสาระสำคัญเกี่ยวกับอัตราภาษีล่าสุดพร้อมเปิดรายชื่อ พืช 57 ชนิด และสัตว์ 9 ชนิด ที่รัฐกำหนดให้ใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาที่ดินเกษตรกรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

--

#ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีปัจจุบัน

กระทรวงมหาดไทยจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 100% ไม่มีการลดหย่อน แต่มีการขยายเวลาชำระออกไปอีก 2 เดือน โดยการคิดภาษีจะแบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินออกเป็น 4 ประเภท ซึ่งกรณีที่ดินรกร้างจะถูกจัดเก็บในอัตราที่สูงที่สุด

---

#อัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า

เพดานสูงสุดไม่เกิน 1.2%

1. มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท → 0.3%
2. มูลค่า 50–200 ล้านบาท → 0.4%
3. มูลค่า 200–1,000 ล้านบาท → 0.5%
4. มูลค่า 1,000–5,000 ล้านบาท → 0.6%
5. มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป → 0.7%

ที่ดินรกร้างที่ปล่อยเกิน 3 ปี จะถูกปรับอัตราภาษีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีถัดไป

---

#อัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรม

มีอัตราต่ำกว่ามาก เพื่อจูงใจให้ใช้ประโยชน์จริง

1. มูลค่า 0–75 ล้านบาท → 0.01%
2. มูลค่า 75–100 ล้านบาท → 0.03%
3. มูลค่า 100–500 ล้านบาท → 0.05%
4. มูลค่า 500–1,000 ล้านบาท → 0.07%
5. มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท → 0.1%
6. บุคคลธรรมดา มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท → ได้รับการยกเว้นภาษี

---

#เหตุผลที่รัฐกำหนดภาษีที่ดินรกร้างสูง

ภาครัฐต้องการกระตุ้นให้เจ้าของที่ดิน

1. นำที่ดินมาใช้ประโยชน์จริง
2. ลดการปล่อยรกร้างและการเก็งกำไร
3. ส่งเสริมภาคเกษตรและเศรษฐกิจฐานราก

แต่การจะเข้าข่ายที่ดินเกษตรกรรม จำเป็นต้องปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ตามชนิดและอัตราขั้นต่ำที่รัฐกำหนด

---

#รายชื่อพืชเศรษฐกิจ57ชนิด (อัตราขั้นต่ำ/ไร่)

1. กล้วยหอม 200 ต้น/ไร่

2. กล้วยไข่ 200 ต้น/ไร่

3. กล้วยน้ำว้า 200 ต้น/ไร่

4. กระท้อนเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ทับทิม 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ปุยฝ้าย 25 ต้น/ไร่

5. กาแฟ 170 ต้น/ไร่ พันธุ์โรบัสต้า 170 ต้น/ไร่ พันธุ์อราบิก้า 400 ต้น/ไร่

6. กานพลู 20 ต้น/ไร่

7. กระวาน 100 ต้น/ไร่

8. โกโก้ 150-170 ต้น/ไร่

9. ขนุน 25 ต้น/ไร่

10. เงาะ 20 ต้น/ไร่

11. จำปาดะ 25 ต้น/ไร่

12. จันทร์เทศ 25 ต้น/ไร่

13. ชมพู่ 45 ต้น/ไร่

14. ทุเรียน 20 ต้น/ไร่

15. ท้อ 45 ต้น/ไร่

16. น้อยหน่า 170 ต้น/ไร่

17. นุ่น 25 ต้น/ไร่

18. บ๊วย 45 ต้น/ไร่

19. ปาล์มน้ำมัน 22 ต้น/ไร่

20. ฝรั่ง 45 ต้น/ไร่

21. พุทรา 80 ต้น/ไร่

22. เสาวรส 400 ต้น/ไร่

23. พริกไทย 400 ต้น/ไร่

24. พลู 100 ต้น/ไร่

25. มะม่วง 20 ต้น/ไร่

26. มะพร้าวแก่ 20 ต้น/ไร่

27. มะพร้าวอ่อน 20 ต้น/ไร่

28. มะม่วงหิมพานต์ 45 ต้น/ไร่

29. มะละกอ (ยกร่อง) 100 ต้น/ไร่ (ไม่ยกร่อง) 175 ต้น/ไร่

30. มะนาว 50 ต้น/ไร่

31. มะปราง 25 ต้น/ไร่

32. มะขามเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่

33. มะขามหวาน 25 ต้น/ไร่

34. มังคุด 16 ต้น/ไร่

35. ยางพารา 76 ต้น/ไร่

36. ลิ้นจี่ 20 ต้น/ไร่

37. ลำไย 20 ต้น/ไร่

38. ละมุด 45 ต้น/ไร่

39. ลางสาด 45 ต้น/ไร่

40. ลองกอง 45 ต้น/ไร่

41. ส้มโอ 45 ต้น/ไร่

42. ส้มโอเกลี้ยง 45 ต้น/ไร่

43. ส้มตรา 45 ต้น/ไร่

44. ส้มเขียวหวาน 45 ต้น/ไร่

45. ส้มจุก 45 ต้น/ไร่

46. สาลี่ 45 ต้น/ไร่

47. สะตอ 25 ต้น/ไร่

48. หน่อไม้ไผ่ตง 25 ต้น/ไร่

49. หมาก 100-170 ต้น/ไร่

50. หม่อน 35 ต้น/ไร่

51. องุ่น 35 ต้น/ไร่

52. แก้วมังกร 35 ต้น/ไร่

53. แอปเปิล 35 ต้น/ไร่

54. อะโวคาโด 35 ต้น/ไร่

55 .อินทผลัม 35 ต้น/ไร่

56. ยูคาลิปตัส 100 ต้น/ไร่

57. พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ 30 ต้น/ไร่

---

#เกณฑ์การเลี้ยงสัตว์ 9 ชนิด

1. โค : ใช้พื้นที่ 7 ตร.ม./ตัว หรือประมาณ 1 ตัว ต่อ 5 ไร่

2. กระบือ : ใช้พื้นที่ 7 ตร.ม./ตัว หรือประมาณ 1 ตัว ต่อ 5 ไร่

3. แพะ–แกะ : ใช้พื้นที่ 2 ตร.ม./ตัว หรือประมาณ 1 ตัว ต่อไร่

4. สุกร กำหนดพื้นที่ตามประเภท
- พ่อพันธุ์ 7.5 ตร.ม./ตัว
- แม่พันธุ์/สุกรขุน 1.5 ตร.ม./ตัว
- สุกรอนุบาล 0.5 ตร.ม./ตัว
- คอกคลอด ไม่น้อยกว่า 6 ตร.ม./ตัว | ซองอุ้มท้อง ไม่น้อยกว่า 2 ตร.ม./ตัว

5. สัตว์ปีกเลี้ยงปล่อย (ไก่–เป็ด) ใช้พื้นที่ 4 ตร.ม./ตัว

6. กวาง ใช้พื้นที่ 2 ไร่/ตัว

7. หมูป่า โรงเรือน 5 ตร.ม./ตัว | เลี้ยงปล่อย 0.25 ไร่/ตัว

8. ผึ้ง พื้นที่ต้องมีพืชอาหารเพียงพอ เหมาะสมกับจำนวนรัง

9. จิ้งหรีด ใช้พื้นที่ให้เหมาะสมกับขนาดและจำนวนบ่อ

---

#การใช้ที่ดินเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ถือเป็นเกษตรกรรม)

1. พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยตรง
- บ่อดิน บ่อปูน บ่อพลาสติก
- กระชังบก โรงเพาะฟัก
- พื้นที่หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใดที่จัดทำขึ้นเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยตรง

2. พื้นที่ประกอบกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
- บ่อพักน้ำ บ่อบำบัดน้ำ
- คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ คูน้ำ คันดิน
- ถนนและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ร่วมกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

---

#แนวโน้มการบริหารจัดการที่ดินเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสูง

1. เจ้าของที่ดินนิยมปรับพื้นที่ให้เป็นเกษตรกรรม ทุกปีตามรอบจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
2. พบมากในที่ดินแปลงใหญ่ ตั้งแต่ 15 ไร่ขึ้นไป เนื่องจากครบ 3 ปี และ ปีที่ 4 ต้องเสียภาษีเพิ่มเป็นเท่าตัว

---

#พื้นที่และลักษณะการใช้บริการ

1. ลูกค้าอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี ศรีราชา พัทยา ระยอง
2. นิยมปลูกพืชเพื่อแสดงการใช้ประโยชน์ทางเกษตร เช่น ไม้เบญจพรรณ มะม่วง มะพร้าว กล้วย

---

#พฤติกรรมใหม่ของเจ้าของที่ดิน

1. ปรับที่ดินแล้ว ปล่อยเช่าและขายมากขึ้น
2. ไม่นิยมถือครองที่ดินไว้นานเหมือนเดิม
3. เพื่อลดภาระด้านภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

---

#คำแนะนำสำหรับเจ้าของที่ดิน

1. ตรวจสอบประเภทการใช้ที่ดินให้ชัด
2. ปลูกหรือเลี้ยงให้ตรงชนิดและจำนวนตามประกาศ
3. วางแผนระยะยาว เลือกพืชที่ดูแลง่ายและมีตลาด
4. เก็บหลักฐานการใช้ประโยชน์ทางเกษตรไว้เสมอ

---

ภาษีที่ดินยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องต้องจ่าย แต่คือโอกาสในการเปลี่ยนที่ดินรกร้างให้มีคุณค่า การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนดไม่เพียงช่วยให้เข้าข่ายที่ดินเกษตรกรรม และลดภาระภาษีได้จริง แต่ยังต่อยอดเป็นอาหาร รายได้เสริม หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้อีกด้วย ลองศึกษาและนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ

#ลดภาษีที่ดิน #ที่ดินเกษตรกรรม #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

14/07/2026

📢ประกาศสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย 2568
เลขที่ สมพป.71- 2568
แต่งตั้งคณะกรรมการสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดขอนแก่น วาระปี พ.ศ.2568 ถึง 2569

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย​
🏬 ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆเพื่อ SME ได้ที่
Line สมาพันธ์ฯ : https://lin.ee/2clvQnQ
Facebook:สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย SME Thai
โทร : 061 028 4007 / 061 028 4009

14/07/2026

ในโลกของสินค้าเกษตร “แตงโม” อาจเป็นเพียงผลไม้ธรรมดาที่ใครหลายคนมองว่าแข่งขันกันด้วยราคา และมีกำไรต่อผลเพียงไม่กี่บาท แต่สำหรับ “ณิชชา ชามม์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์แตงโมพรีเมียม “ณิชชา ชาร์ม” พิสูจน์ให้เห็นว่า หากรู้จักสร้างความแตกต่างและใส่ใจในคุณภาพ สินค้าเกษตรธรรมดาก็สามารถยกระดับเป็นธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้านบาทได้
จากจุดเริ่มต้นในฐานะแม่ค้าขายผักในตลาดสด สู่การเป็นผู้บุกเบิก “แตงโมสเปเชียลตี้” ของประเทศไทย วันนี้ธุรกิจ “ณิชชา ชามม์” สร้างรายได้ถึง 30–40 ล้านบาทต่อปี และกลายเป็นต้นแบบของผู้ประกอบการเกษตรที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนผลไม้พื้นฐานให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ผู้บริโภคยอมจ่าย
💬 อ่านเพิ่มเติม : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/featured/article_336521
#เทคโนโลยีชาวบ้าน #เกร็ดความรู้เกษตร #ณิชชาชามม์

14/07/2026

📢 ประกาศรายชื่อสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก
เข้าร่วม “กิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (ReBoost)”
ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ที่อยู่

999 ถนนศรีจันทร์ อำเภอเมือง ตำบลในเมือง เยื้องโรงเเรมโฆษะ จังหวัดขอนเเก่น
Khon Kaen
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 23:59
อังคาร 09:00 - 23:59
พุธ 09:00 - 23:59
พฤหัสบดี 09:00 - 23:59
ศุกร์ 09:00 - 23:59
เสาร์ 09:00 - 23:59
อาทิตย์ 09:00 - 23:59

เบอร์โทรศัพท์

+66951192414

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MSME ไทยสมาพันธ์ จังหวัดขอนเเก่น 68-69ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MSME ไทยสมาพันธ์ จังหวัดขอนเเก่น 68-69:

ทางลัด

แชร์