27/05/2025
เพื่อนช่วยเพื่อน🤜🏻🤛🏻
#กสศ.เยาวชนนอกระบบการศึกษา
รองนายกฯ ประเสริฐ ติดตามการขับเคลื่อน “Learn to Earn” ชูอุบลราชธานี ต้นแบบความร่วมมือ พาเด็กนอกระบบกลับสู่การเรียนรู้ เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ระดับชาติ ลงพื้นที่ที่โรงเรียนวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน “Thailand Zero Dropout” และผลักดันนโยบาย “Learn to Earn” ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กลับเข้าสู่การเรียนรู้ ควบคู่การฝึกอาชีพ มีรายได้ และได้รับวุฒิการศึกษา
นายประเสริฐกล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีเด็กและเยาวชนช่วงอายุ 3–18 ปีที่อยู่นอกระบบการศึกษา จำนวน 19,378 คน ขณะนี้สามารถติดตามตัวได้แล้วเกือบทั้งหมด โดยรัฐบาลจะไม่ทิ้งเด็กกลุ่มใดไว้ข้างหลังซึ่งการจะช่วยลูกหลานชาวอุบลให้กลับมาเรียนรู้ได้ ต้องมีการศึกษาที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงกับอาชีพและการพัฒนาตนเอง จึงผลักดันแนวคิด Learn to Earn เพื่อให้เด็กมีอนาคต เรียนได้ทุกที่ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา และเติบโตเป็นพลังของจังหวัดต่อไป
นายประเสริฐเผยว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีเด็กนอกระบบอายุ 3–18 ปี จำนวน 19,378 คน ขณะนี้สามารถติดตามตัวได้แล้วเกือบทั้งหมด โดยย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ทิ้งเด็กกลุ่มใดไว้ข้างหลัง ซึ่งได้เน้นการทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่ ขณะนี้ ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ได้ตั้งคณะทำงานที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานครบแล้ว เพื่อเป็นกลไกบูรณาการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนให้เหมาะสมกับโจทย์ชีวิตของตนเอง
รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนา แพลตฟอร์มกลาง “Learn to Earn” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการศึกษา การฝึกอบรม และการจับคู่งาน โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงดิจิทัลฯ โดยศูนย์ดิจิทัลชุมชน สดช. กระทรวงศึกษาธิการ กสศ. สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสตรงกับความต้องการจริง และพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน
รองนายกรัฐมนตรียังได้มอบวุฒิการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนนอกระบบที่สำเร็จการศึกษาตามมาตรา 12 จากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้จริง
จังหวัดอุบลราชธานีถือเป็น พื้นที่ต้นแบบ ที่มีความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ในการออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้เรียน ผ่านโมเดลหลากหลายรูปแบบ เช่น “โรงเรียนน้อย” หรือ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ โดยโรงเรียนวารินชำราบ, ห้องเรียนสร้างโอกาสสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนอุบลราชธานี และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, “ห้องเรียนหมอลำ” โดยมูลนิธิปัญญากัลป์ ที่ใช้ศิลปวัฒนธรรมสร้างการเรียนรู้และ Soft Power, ห้องเรียนห้องสมุดบ้านหนังสือช่องเม็ก ที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ชายแดน เข้าถึงสื่อคุณภาพ, การใช้กีฬาฟุตบอลเป็นตัวเชื่อมให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยแบบเพื่อนช่วยเพื่อน โดยสภาเด็กและเยาวชนตำบลเก่าขาม และ C*C&The Gang
✨ อ่านต่อ https://www.eef.or.th/news-270525/
#กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กสศ #การศึกษายืดหยุ่น #อุบลราชธานี