30/10/2023
วันนี้มีเทคนิควิธีการสร้าง “เพื่อน” ที่ทำให้มีความสุข มาเล่าให้ฟังกันค่ะ
เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือเรื่อง "สร้างคอนเน็กชั่นแกร่งด้วยจุดแข็งของมนุษย์อินโทรเวิร์ต" ผู้เขียน : Mentalist Daigo
มีเทคนิคทั้งหมด 5 ข้อนะคะ
ข้อ 1 ทำให้อีกฝ่ายเปิดใจรับด้วย “ การเปิดเผยตนเอง “
คือการบอกเล่า อธิบายในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับตัวเรา โดยไม่ใช่การแสแสร้งหรือสร้างภาพ จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความจริงใจที่เราส่งไปให้ จนเกิดเป็นความไว้วางใจ แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน จนทำให้สนิทกันมากขึ้น
สำหรับคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง ไม่รู้จะชวนคุยหัวข้ออะไรดี นักจิตวิทยาสังคมชื่อ แกรี่ วู้ด (Gary Wood) ได้แนะนำ “ 10 หัวข้อ📌 ที่เหมาะสำหรับใช้เปิดเผยตัวเอง ” ค่ะ
1. ความกังวลเรื่องเงินทองหรือสุขภาพ
เมื่อเราพูดถึงประเด็นความกังวลเรื่องเงินทองหรือสุขภาพ จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า เรานำเรื่องส่วนตัวมาเล่าให้เค้าฟัง แล้วกฎการตอบแทนซึ่งกันและกันจะทำงาน โดยผู้ฟังจะรู้สึกว่า ฉันต้องเล่าอะไรบ้างแล้วหล่ะ
2. เรื่องที่ทำให้หงุดหงิดหรือยอมรับไม่ได้
เป็นการพูดคุยว่า ต่างฝ่ายต่างรับไม่ได้ในเรื่องอะไร หงุดหงิดกับเรื่องแบบไหน ให้ความสำคัญกับเรื่องไหนเป็นพิเศษ ทำให้เรารู้และไม่ทำในสิ่งที่อีกฝ่ายรับไม่ได้
3. เรื่องที่ทำให้มีความสุขหรือสนุก
ข้อนี้ไม่ต้องอธิบายเยอะเลย เพราะเป็นหัวข้อแรกๆที่เราต่างพูดคุยกันอยู่แล้วเนอะ
4. เรื่องที่อยากปรับปรุงให้ดีขึ้น
เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่อยากปรับปรุงให้ดีขึ้นจากอดีต ว่าเราต้องการปรับปรุงเรื่องไหนบ้างและแนวทางการปรับปรุงเป็นยังไง
5. ความฝัน เป้าหมาย และความปรารถนา
ข้อนี้คล้ายกับข้อที่แล้ว เป็นการพูดคุยถึงเรื่องในอนาคต ว่าเรามีแพลนจะทำอะไร เพื่อให้อีกฝ่ายเผยแพลนที่วางไว้เช่นกัน เผลอๆแพลนเรากับเค้าอาจจะมีอะไรให้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็ได้
6. เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศแบบสอดแทรกอารมณ์ขัน
ข้อที่ควรต้องสนิทกันในระดับนึงและต้องดูสถานการณ์กับจังหวะที่เหมาะสมด้วยนะ แต่ถ้าลองได้คุยในหัวข้อนี้แล้ว ความสนิทสนมจะก้าวกระโดดเลยหล่ะ
7. ข้อเสียหรือจุดอ่อนของตัวเอง
ไม่มีใครมีข้อดีร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีใครมีข้อเสียร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นกัน การที่เรารู้ตัวเองว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีสติ ในการคิด วิเคราะห์ ในการเข้าใจตัวเองและรู้จักตนเองนะ
8. เรื่องที่ทำให้โกรธ
ข้อนี้จะเข้มข้นรุนแรงกว่าข้อ 2.(เรื่องที่ทำให้หงุดหงิดหรือยอมรับไม่ได้) โดยเป็นเรื่องที่เรายอมไม่ได้เด็ดขาด
9. งานอดิเรกหรือสิ่งที่ตัวเองสนใจ
เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของมาอดิเรกที่เราสนใจ ว่าทำไมเราถึงชอบ มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้งานอดิเรกของเรามีเรื่องราวที่น่าสนใจมากขึ้น
10. ประสบการณ์น่าอายหรือทำให้รู้สึกผิด
เป็นการพูดคุยว่าในอดีตเราเคยทำอะไรผิดพลาดมา ได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนั้นและมีวิธีการแก้ไขอย่างไร เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราสามารถก้าวผ่านความล้มเหลวและเติบโตขึ้นจากความล้มเหลวนั้นได้
ข้อ 2 ทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจด้วย If/Then Profile
คือการประยุกต์ใช้หลักการ If/Then Planning ในเวอร์ชั่นการมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น
มีการกำหนดว่าจะทำยังไงต่ออีกฝ่ายในรูปแบบ “ ถ้า (If) X เกิดขึ้น เมื่อนั้น (Then) จะกระทำ Y”
พูดง่ายๆคือ การกระทำของเราที่สม่ำเสมอ จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจและเชื่อใจเรามากขึ้น
เช่น “ถ้าอีกฝ่ายทำงานพลาด เราจะไม่ใช้อารมณ์ จะถามหาสาเหตุก่อนเสมอ” / “ถ้านัดกับใคร เราจะไปถึงก่อนเวลา 15 นาที” การทำแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายสามารถคาดเดาพฤติกรรมเราได้ และคบหาด้วยความสบายใจ
ข้อ 3 ใช้หลัก “ความคล้ายคลึง” และ “ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มก้อน” สร้างความคุ้นเคย
เคยได้ยินประโยคนี้กันมั้ยคะว่า “คนที่คล้ายกันจะดึงดูดเข้าหากันเอง” เป็นเรื่องที่นักวิจัยได้ทำการวิจัยเป็นจำนวนมาก ผลวิจัยส่วนใหญ่สรุปได้ว่า สิ่งที่ดึงดูดได้แท้จริงคือความคล้ายคลึงจากมุมมอง เช่น ทัศนคติ ความเชื่อ แนวความคิด ไม่ใช่ความคล้ายคลึงในแง่ของความจริง เช่น ภูมิลำเนา ทรงผม การแต่งกาย
ข้อ 4 สนิทสนมกันมากขึ้นด้วย “การทำงานและหัวเราะร่วมกัน”
ถ้าอยากสนิทกับใคร ให้หาโอกาสได้อยู่ใกล้คนนั้น ทำงานร่วมกัน และทำให้ช่วงเวลานั้นมีเสียงหัวเราะ ไม่จำเป็นต้องยิงมุกโบ๊ะบ๊ะ แค่มองหามุมสนุกๆจากสถานการณ์ที่ได้เจออยู่ก็พอ
ข้อ 5 ใช้ “โซเชียลมีเดีย” รักษาความสัมพันธ์
ข้อสุดท้ายคือการรักษาความสัมพันธ์ของเพื่อนเอาไว้ เดี๋ยวนี้มีโซเชียลมีเดียหลากหลายช่องทางในการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกมากขึ้น ข้อนี้จึงไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ถ้ายุ่งจนแทบจะไม่มีเวลาเลย แนะนำว่าควรติดต่อเพื่อนเดือนละครั้ง ครึ่งปีครั้งหรือตามโอกาสพิเศษต่างๆ
#จบไปแล้วค่ะ ทั้งหมด 5 เทคนิคสร้างเพื่อนที่ทำให้มีความสุข คิดเห็นยังไงสามารถแชร์ได้เลยนะค้า 😊
พิกัดหนังสือ 📍
https://shope.ee/7UpNO9KbTt