25/05/2026
✨ความต่างระหว่าง …โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)…
📌โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 : เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ✨
✅ กลุ่มเป้าหมาย 13.18 ล้านราย
จะได้รับวงเงินเพิ่มเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มเติมจากวงเงินที่ได้รับเดิมจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน รวม 1,000 เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใด จะไม่มีการสะสมไปในเดือนถัดไป
โดยเงินจะโอนเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ และมีประชารัฐสวัสดิการ คือ
- วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
- วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน
- มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค
- ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
- ค่าน้ำประปา 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
- เบี้ยความพิการเพิ่มเติม (ซึ่งเป็นมติ ครม. 28 ม.ค.63)
สวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มเติม จำนวน 200 บาท/เดือน ให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
✅ รัฐจ่อทบทวนสิทธิผู้ถือบัตร 13.5 ล้านคน
กระทรวงการคลัง จะทบทวนและคัดกรองกลุ่ม 13.2 ล้านคน ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด พร้อมทั้งประสานกับกระทรวงมหาดไทยสำรวจกลุ่มคนชายขอบที่ตกหล่นให้ได้กลุ่มคนที่ถูกต้อง ตรงตามเป้าหมาย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกระทรวงการคลังจะเร่งนำเสนอรายละเอียดต่อคณะรัฐมนตรีโดยเร็วต่อไป ซึ่งคาดว่าจะทันในช่วงเวลาที่อยู่ในโครงการฯ เดือน ส.ค.-ก.ย.2569 ส่วนกลุ่มที่ถูกคัดออกจะให้ไปเข้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) แทน
📌 โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ✨
✅ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีกลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โครงการนี้่จะบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อรวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ
โดยภาครัฐสนับสนุนเงิน 4,000 บาท แบ่งจ่าย 1,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.2569) เพื่อนำไปใช้จ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดนำไปใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
- เปิดลงทะเบียน 25 - 29 พ.ค.2569 โดยต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน ในแอปพลิเคชัน เป๋าตั
- ระยะเวลาใช้สิทธิ์ 1 มิ.ย.- 30 ก.ย.2569 โดยใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่ 06.00-23.00 น. ผ่าน G-Wallet
- กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนจำนวนไม่เกิน 30 ล้านคน
✅ คุณสมบัติ
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งในอดีต ได้แก่
• โครงการคนละครึ่ง
• โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2
• โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3
• โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4
• โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
• โครงการคนละครึ่ง พลัส
และไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569
✅ ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 (เวลา 06.00 - 23.00 น.) โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ส่วน Food Delivery ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 - 21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
✅ วิธีใช้จ่ายผ่าน G-Wallet ใน แอปพลิเคชันเป๋าตัง
โดยทั้งหมด รัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตรา 60% แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน วนอีก 40% ประชาชนออกเองโดยเติมเงินเข้า G-Wallet ตั้งแต่เดือน มิ.ย. - ก.ย. 2569 (4 เดือน) ซึ่งกรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป
ข้อมูล : กระทรวงการคลัง
20 พฤษภาคม 2569