05/04/2026
CHICKEN Q&A’s Part 7
ทุกคนที่ติดตามเรามา น่าจะเห็นไก่แต่ละตัวของฟาร์มเรา มีชื่อแตกต่างกันไปใช่มั้ยคะ เคยสงสัยมั้ยว่าเราจำได้ยังไงว่าตัวไหนชื่ออะไร ทำไมแยกไก่ถูกทั้งๆ ที่หน้าตาก็ดูคล้ายๆ กันหมด (ตอนนี้ถึงขั้นแยกเสียงออกด้วย ฮาา) นั่นเป็นเพราะว่าไก่แต่ละตัวมีบุคลิกภาพที่แตกต่างกันค่ะ (Chickenality - แทนที่จะเป็น Person+ality ก็เป็น Chicken+ality)
ฟังดูตลกใช่มั้ยคะ แต่มันจริงๆ นะ มา! เราจะมาเล่าให้ฟังค่ะ
ไก่แต่ละสายพันธุ์จะมีพันธุกรรม การคัดเลือกสายพันธุ์ และพัฒนาสายพันธุ์มาแตกต่างกันค่ะ โดยการพัฒนาสายพันธุ์ ส่งผลต่อฮอร์โมนและระบบประสาทของไก่โดยตรงเลยค่ะ
ยกตัวอย่างจากไก่ที่เราเลี้ยงอยู่นะคะ เราเลี้ยง Silverlaced Wyandotte กับ White Leghorn โดยยกตัวอย่างสายพันธุ์เลคฮอร์น (White Leghorn) จะมีนิสัยขี้ตื่นตัว ระวังตัวสูง ขยับตัวไว ระวังภัยเก่ง และเป็นไก่ที่มีพลังงานสูงมาก แถมหน้าตาจะคล้ายกันมากเพราะเป็นไก่ที่สีขาวทั้งตัว หงอนแดง แต่บางตัวจะมีนิสัยและจริตเฉพาะเชื่องกว่าตัวอื่น เข้าหาเรา ยอมให้เราจับและอุ้มได้ อย่างห้อยตัวแม่ และชายห้อย (ลูกของห้อยตัวแม่) นิสัยของแม่ถ่ายทอดมายังตัวลูกด้วย เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ชายห้อยจะสุภาพกว่าเลคฮอร์นตัวผู้ตัวอื่นมากๆ แถมชอบให้อุ้มไปไหนมาไหน นั่งตัก นอนหงายบนตัก หลับสบายใจเฉิบ
1. สาเหตุที่เป็นเช่นนี้มาจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Social Learning” และ “Interspecies Bonding” ค่ะ
เมื่อไก่ใกล้ชิดกับคนมาก ความไว้วางใจจะเพิ่มขึ้น จะลดสัญชาตญาณความกลัวลงค่ะ
ตามธรรมชาติแล้วไก่เป็น ผู้ถูกล่า ดังนั้นสัญชาตญาณพื้นฐานของสัตว์ที่โดนล่าจะระแวดระวังภัยสูง จะมีนิสัยที่ตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อระวังภัยและหลบหนี แต่พอได้ใกล้ชิดคนเลี้ยงมากๆ จึงเกิดความไว้ใจขึ้น เป็นความสัมพันธ์ต่างสายพันธุ์ (มนุษย์-ไก่) หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Interspecies Bonding ค่ะ
เมื่อสมองส่วน Amygdala ที่ควบคุมความกลัวทำงานน้อยลง เจ้าไก่ของเราก็จะเริ่ม Shine บุคลิคภาพที่แท้จริงออกมาค่ะ เค้าจะกล้าสำรวจ กล้าเล่น กล้าแสดงออกมากขึ้น เพราะเรามองว่าเราเป็นเหมือน Safe Zone ของเค้าที่สามารถเป็นตัวตนที่แท้จริงออกมาได้ค่ะ
2. นอกจากนี้ไก่ยังสามารถเรียนรู้ข้ามสายพันธุ์ได้ด้วยค่ะ (Social Learning & Mimicry)
ไก่เป็นสัตว์ที่เรียนรู้ผ่านการสังเกตตัวแม่เลยค่ะ (Mirroring Behavior) ถ้าเราได้ใช้เวลาอยู่กับไก่นานๆ ไก่จะเริ่มรู้พฤติกรรมของเรา เช่นเวลาเปิดประตูบ้าน เวลาให้อาหาร เวลากลับเข้ากรงนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับของกินค่ะ เจ้าไก่ของฟาร์มเรา เวลาเห็นเราถือจอบ ถือพลั่ว จะรู้แล้วว่าเดี๋ยวได้กินหนอน กินไส้เดือนของโปรดแน่ๆ ก็จะวิ่งตามเราเป็นพรวนเลย ฮาาา มีไก่รุ่นแรกของเราที่ยังไม่รู้จักการเขี่ย เราก็ไปทำมือตะกุยๆ ดินให้ดู พอตะกุยแล้วเจอหนอน เจอแมลง ทีนี้เด็กๆ คลั่งกันเลย เขี่ยตามเรากันใหญ่
เห็นได้ชัดเลยว่าการที่ไก่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คือการกระตุ้นสมองรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ไก่ตัวนั้นฉลาดและมีไหวพริบในการสื่อสารกับคนได้ดีกว่าไก่ตัวอื่นที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนน้อยกว่า ยกตัวอย่างเช่นไก่ดาวรุ่งของเรา ทั้งน้องอิน จีจี้ ฟี่ ชายห้อย วอร่า นักเกต อึ่ง และเจ้ากะปุกน้อย (จริงๆ มีเยอะกว่านี้ค่ะ นี่เอาแค่ดาวรุ่งพอ ฮาา) โดยเฉพาะชายห้อยที่เลี้ยงแบบติดตัวตั้งแต่เกิด จนเค้าเข้าใจภาษาคนดีกว่าภาษาไก่ด้วยกันเองเสียอีก
3. การวางเงื่อนไขและการเสริมแรง (Operant Conditioning)
เหมือนการเลี้ยงน้องหมาเลยค่ะ ไก่ตอบสนองกับเรื่องรางวัลที่ได้เหมือนกัน และรางวัลในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงอาหารอย่างเดียว ยังรวมไปถึงท่าทาง เสียง หรือการตอบสนองเชิงบวกจากคนเลี้ยงด้วยเช่นกัน อย่างชายห้อย เราเคยสอนให้ชายห้อยนั่งตักโดยการแตะๆ ที่หลังช่วงใกล้หาง แตะเบาๆ พร้อมกับบอก ชายห้อย นั่งๆๆ แล้วพอเค้านั่ง เราก็จะลูบที่หลังเค้า ชายห้อยก็จะหลับตาพริ้ม ทำปากมุบๆ (เวลาไก่มีความสุข จะชอบทำปากบนล่างขยับไปมาค่ะ) แล้วก็ไขว้ขา ทับขาตัวเอง แบบน้องแมวนั่งเลย (การนั่งแบบนี้คือการแสดงถึงการไว้ใจขั้นสูงสุดของไก่ แต่ไว้เดี๋ยวค่อยเล่าเพิ่มเติมในโพสหน้านะคะ แอบยาวอยู่ ฮาาา) รางวัลของชายห้อยคือการที่เราลูบตัวเค้าค่ะ เคยใช้อาหารล่อ แต่ชายห้อยไม่ค่อยสนใจมากเท่าการที่เราสัมผัสเค้า
4. ปรากฏการณ์ “Self-Fulfilling Prophecy” ในสัตว์โดยมีงานวิจัยระบุว่า ทัศนคติของคนเลี้ยงมีผลต่อพฤติกรรมสัตว์ค่ะ
พอเราเริ่มจับได้แล้วว่าไก่ตัวนี้ “แสนรู้” หรือ “นิสัยดี” และ “ฟังเรารู้เรื่อง” เราเลยปฏิบัติกับเค้าต่างจากตัวอื่น อาจจะให้อิสระมากกว่า ใช้เวลาด้วยมากกว่า พูดคุยด้วยบ่อย มีปฏิสัมพันธ์ด้วยบ่อยกว่าตัวอื่นๆ พอไก่ตัวนั้นๆ ได้รับ Quality Time มากกว่าตัวอื่นเลยส่งผลโดยตรงต่อระดับฮอร์โมน Oxytocin (ฮอร์โมนความผูกพัน) ในสมองไก่ ทำให้เค้ายิ่งแสดงพฤติกรรมที่อ่อนโยนและติดคนมากขึ้นไปอีก อย่างน้องอิน ติดคนมากค่ะ พูดรู้เรื่อง เหมือนเข้าใจสิ่งที่เราพูดจริงๆ แถมเวลาพูดด้วย น้องอินก็จะตอบกลับด้วยคำว่า “โก๋กโก” พร้อมกับทำเสียงครืดๆ (Purring, Trilling) ทุกครั้งเลยค่ะ
สรุปแล้วไก่ที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่น เป็นตัวของตัวเองสูง กล้าที่จะแสดงออกถึงตัวตน เป็นเพราะเค้าซึบซับนิสัยจากคนเลี้ยงได้ค่ะ เลยกลายเป็นไก่ปัจเจกสูง (Highly Individualized) เพราะเค้าไม่ได้มองว่าเค้าเป็นแค่ไก่ที่จะต้องสื่อสารกับไก่อย่างเดียว แต่มองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของ ”ฝูงมนุษย์“ ด้วยนั่นเองค่ะ การที่เค้ามีคาแรคเตอร์ต่างจากตัวอื่น จึงเป็นผลมาจาก ”พันธุกรรม + สภาพแวดล้อม + การปฏิสัมพันธ์กับคน” เป็นสิ่งหล่อหลอมให้เค้าเป็นตัวของตัวเอง ที่มีคาแรคเตอร์ชัดเด่นออกมาจากไก่อื่นในฝูงนั่นเองค่ะ
เมื่อก่อนเราก็ไม่คิดเลยว่าน้องไก่ที่เราเลี้ยง จะมีความฉลาด แสนรู้ และน่ารักขนาดนี้ จนกระทั่งได้มีโอกาสสัมผัสมุมน่ารักๆ ของเค้า เลยทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้ว ไก่ไม่ได้ต่างจากการเลี้ยงหมาและแมวเลยค่ะ น้องไก่สามารถรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ ของเจ้าของได้ไม่ต่างจากหมาแมวเลย ถ้าเพื่อนๆ ได้ลองเปิดใจรับน้องไก่มาเลี้ยง รับรองว่าจะหลงรักน้องไก่แบบที่เรารักเลยล่ะค่ะ
เดี๋ยวในคอมเม้นท์เราจะลงรูป/วีดีโอของน้องไก่ดาวเด่นในฟาร์มให้ดูกันนะคะ
#เลี้ยงไก่ #ไก่สวยงาม #ฟีดดดシ