08/06/2025
EPR- Extened Producer Responsibility
กับการจัดการขยะแบบวงจรปิด สามารถปฏิบัติได้ยากสำหรับกลุ่มลูกค้า B2C ขอชื่นชมแบรนด์ อิชิตัน ที่สามารถริเริ่มทำได้แม้ในพื้นที่ทดลองก็ตามแต่ เชื่อว่าถ้าหากสามารถพัฒนาให้ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น จะมีส่วนช่วยลดขยะที่ไม่ได้รับการจัดหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงด้วยเช่นกัน
สำหรับใครที่อยากสนับสนุน แนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง Hydro Hygienics ยินดีที่จะผลิตน้ำดื่ม Labelless เพื่อบริษัทของท่าน โดยตั้งแต่ปี 2017 เรามีโครงการ Hydro Zero Waste Program รับซื้อขยะคืนจากลูกค้า Corporate ในทุกครั้งที่มีการจัดส่ง เป็นการนำแนวความคิด EPR มาปฏิบัติจริง สร้างส่วนต่างกำไรให้แก่ลูกค้าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปด้วยในตัว
ภาพลักษณ์ที่ดื่มได้
Hydro Hygienics
ดีมั้ย? ถ้าแบรนด์เครื่องดื่มต้องรับผิดชอบขวดตัวเองกลับไปรีไซเคิล? กรณีศึกษาแบรนด์อิชิตันริเริ่มโครงการ Ichitan ReCircle เก็บ-กลับสู่ระบบรีไซเคิลแบบปิด
อย่างที่เราพูดกันบ่อย ๆ ว่าการแยกขยะเริ่มได้ที่ต้นทางจากมือของผู้บริโภค แต่รู้หรือไม่ การนำกลับไปรีไซเคิลปัจจุบันมีทั้งแบบนำกลับไปใช้ในคุณภาพเท่าเดิม และรีไซเคิลแบบถูกดาวน์เกรดที่คุณภาพจะลดลงผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น เช่น เสื้อผ้า ถังพลาสติก ถุงขยะ ซึ่งการรีไซเคิลแบบดาวน์เกรดผ่าน Open-loop recycling นี้จะทำให้คุณภาพของพลาสติกลดลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็จะไปจบที่หลุมฝังกลบเร็วขึ้น แต่การรีไซเคิลหมุนเวียนแบบปิด (Closed-Loop Circular) จะเป็นการรีไซเคิลแบบที่คุณภาพยังอยู่ในเกรดเดิม ไม่สูญเสียคุณสมบัติใด ซึ่งต้องอาศัยการเก็บแยกจากต้นทางที่มีคุณภาพ
[ #การรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่แบรนด์ต้องหันมาใส่ใจ ]
หลักการหนึ่งที่ยึดถือในหลายประเทศคือ กฎหมาย EPR (Extended Producer Responsibility) การขยายความรับผิดชอบไปสู่ผู้ผลิตให้รับผิดชอบต่อสินค้าตัวเองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ขนส่งจนปลายทาง รับผิดชอบนำขยะส่วนนั้นมารียูสหรือรีไซเคิลใหม่ เพื่อไม่ให้ขยะไปจบที่หลุมฝังกลบ อย่างในเยอรมนีมีกฎหมาย EPR ตั้งแต่ค.ศ. 1991 โดยออกกฎว่า ผู้ผลิตจะต้องสร้างบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 2.ต้องใช้วัสดุในการผลิตให้น้อยที่สุด หรือ 3.ใช้วัสดุที่รียูสได้ โดยผู้ผลิตจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการผลิตบรรจุภัณฑ์และจะได้รับสติกเกอร์ Green Dot มาติดบนบรรจุภัณฑ์เพื่อสื่อว่าแบรนด์ตัวเองเข้าร่วม EPR
ส่วนในไทยเราเองยังไม่มีกฎหมายที่แน่ชัด แต่ขยะหนึ่งที่เราเห็นได้ทุกวันในชีวิตประจำวันก็เช่น ขวดน้ำดื่ม หรือ พลาสติก PET ที่จากข้อมูลพบว่า 86% ถูกทิ้งไว้ที่หลุมฝังกลบ มีแค่ 14% ได้รับการนำกลับไปรีไซเคิล
[ #เป็นไปได้ไหมที่แบรนด์จะรับผิดชอบขวดตัวเองกลับสู่ระบบรีไซเคิล ? ]
คำตอบแน่ ๆ ก็คือ ได้! แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพราะตอนนี้เรายังไม่มีกฎหมายที่บังคับแน่ชัด
ตัวอย่างแบรนด์หนึ่งที่ลองเริ่มทำแล้วคือ เครื่องดื่มอิชิตัน กับโครงการ "Ichitan ReCircle" ที่เก็บ-กลับระบบรีไซเคิลหมุนเวียนแบบปิด (Closed-Loop Circular) โดย อิชิตัน กรุ๊ป ที่ริเริ่มในเชียงใหม่ โดยตั้งใจว่าจะเก็บกลับขวดอิชิตันเข้าระบบเพื่อนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) แบบ Food Grade ที่นำกลับมาทำเป็นขวดบรรจุภัณฑ์แบบเดิมได้อีกครั้ง ร่วมมือกับ พีทีที โกลบอล เคมิคอล โดยโครงการ GC YOUเทิร์น, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) , สำนักงานเชียงใหม่ และวันนิมมาน เชียงใหม่
ความน่าสนใจคือการเลือกพื้นที่เชียงใหม่เป็นพื้นที่นำร่องในโครงการ ทั้งในถนนคนเดินและวันนิมมาน ซึ่งเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น สแกนดิเนเวีย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่สนใจการท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับโลก รวมถึงการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่และเลือกสถานที่ปิดอย่างสถานศึกษา โรงเรียน เพื่อการสื่อสารที่ง่ายขึ้น และมีการตั้งเป้าขยายโครงการ Ichitan ReCircle สู่การเก็บกลับและแปรรูปพลาสติกสูงสุดให้ได้ 9,000 ตันต่อปี ในปี 2570
แล้วบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลเนี่ย จะปลอดภัยไหม? พอเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล คนอาจกังวลถึงเรื่องมาตรฐาน ความปลอดภัย ซึ่งในส่วนนี้อิชิตันก็ได้จับมือกับ PTT Global Chemical ที่เข้ามาช่วยเรื่องการรีไซเคิลพลาสติกตั้งแต่รวบรวม คัดแยก ฆ่าเชื้อ ปั่นเป็นชิ้น ไปจนถึงการขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึง การเป็นพาร์ทเนอร์กับ GC YOUเทิร์น ตั้งจุดดร็อปตามสถานที่ต่างๆ
ท้ายที่สุดแล้ว โครงการเก็บ-กลับสู่ระบบรีไซเคิลหมุนเวียนแบบปิด (Closed-Loop Circular) เช่นนี้เป็นอีกสิ่งที่ผู้ผลิตควรจะต้องเริ่มทำเพื่อรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองสร้างขึ้น และภาครัฐควรจะต้องมีกฎหมายออกมาเป็นภาคบังคับเพื่อให้แนวทางการปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เช่น มาตรการจูงใจทางการเงิน หรือสิทธิประโยชน์ที่ทำให้แบรนด์เห็นว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาด้วย เพราะการนำทรัพยากรเดิมมาผลิตของในระดับคุณภาพเดิมได้ก็จะเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้ทรัพยากรเหล่านี้ถูกนำไปผลิตวนในลูปได้อีกหลายๆ ครั้งไม่รู้จบ