ThaiBrownSugars Brown Sugar .... great quality and smell ห้างหุ้นส่วนจํากัด อนนท์อุตสาหกรรม (Anont Industry LTD, Part) เป็นทั้งผู้ผลิต และส่งออกน้ำตาลทรายแดง ทั้งในและนอกประเทศ

24/05/2026

สรุปรายละเอียดสถานการณ์อุตสาหกรรมน้ำตาลและอ้อยรายประเทศ จากข้อมูลล่าสุดในปี 2026

🇧🇷 บราซิล (Brazil)

การส่งออกท่าเรือซานโตส (Santos Port): ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 ท่าเรือซานโตสซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของบราซิล ส่งออกน้ำตาลได้ทั้งหมด 4.25 ล้าน metric tons (MT) เพิ่มขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

น้ำตาลทรายดิบ/น้ำตาลเทกอง (Bulk Sugar): เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 41% คิดเป็นปริมาณ 3.85 ล้าน MT ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการส่งออก

น้ำตาลบรรจุตู้คอนเทนเนอร์: สวนทางด้วยการลดลง 28.6% เหลือเพียง 397.9K MT

เฉพาะเดือนมีนาคม: มีการส่งออกรวม 1.19 ล้าน MT เพิ่มขึ้น 4.1% จากมีนาคม 2025

ภาพรวมการส่งออกและรายได้ (มกราคม - เมษายน): ในเดือนเมษายน การส่งออกชะลอตัวลง โดยส่งออกน้ำตาลและกากน้ำตาลได้ 1.185 ล้าน MT (ลดลง 24% จากเมษายน 2025) และรายได้ลดลง 39% อยู่ที่ 440.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดรวม 4 เดือนแรกของปี 2026 บราซิลส่งออกน้ำตาลรวม 7.225 ล้าน MT (ลดลงเล็กน้อย 0.5%) และทำรายได้รวม 2.644 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 23.65% เมื่อเทียบกับปีก่อน)

คาดการณ์ผลผลิตฤดูกาล 2026/27: คาดว่าปริมาณการหีบอ้อยจะเพิ่มขึ้น 3.1% ไปอยู่ที่ประมาณ 629.93 ล้าน MT (เทียบกับ 611.15 ล้าน MT ในฤดูกาล 2025/26) เนื่องจากสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนที่เอื้ออำนวยตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราผลิตภาพ (Productivity) ฟื้นตัวดีขึ้น

🇮🇳 อินเดีย (India)

การปรับขึ้นราคาอ้อยขั้นต่ำ (FRP): รัฐบาลอินเดียประกาศปรับขึ้นราคา Fair and Remunerative Price (FRP) หรือราคาขั้นต่ำที่โรงงานน้ำตาลต้องจ่ายให้เกษตรกรอีก 10 รูปี เป็น 365 รูปีต่อควินทัล (Quintal) สำหรับฤดูกาล 2026-27 (เริ่มตุลาคมนี้) ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.81% จากฤดูกาลปัจจุบัน โดยกำหนดบนพื้นฐานต้นทุนการผลิตที่ 182 รูปีต่อควินทัล (ได้กำไรสูงกว่าต้นทุน 100.5%) ซึ่งจะช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรอ้อยเกือบ 10 ล้านคน

การเคลียร์หนี้ค่าอ้อย: ณ วันที่ 20 เมษายน 2026 รัฐบาลสามารถเคลียร์หนี้ค้างจ่ายของฤดูกาล 2024-25 ได้แล้วเกือบ 99.5% ส่วนฤดูกาลปัจจุบัน (2025-26) จ่ายเงินให้เกษตรกรแล้ว 88.6%

แจ้งเตือนเฝ้าระวังศัตรูพืช: รัฐอุตตรประเทศ (Uttar Pradesh) ได้ออกประกาศเตือนภัยเกษตรกรหลังพบการระบาดของ "แมลงสิงดำ (Black Bug)" และ "เพลี้ยไฟ (Thrips)" ซึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่แห้งและอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและผลผลิต

นโยบายการส่งออก: รัฐบาลอินเดียยังไม่มีแผนที่จะจำกัดการส่งออกน้ำตาลเพิ่มเติมในขณะนี้ แม้ว่าผลผลิตอาจต่ำกว่าระดับการบริโภคติดต่อกันเป็นปีที่สอง และมีความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) เนื่องจากราคาในตลาดยังคงมีเสถียรภาพจากความต้องการซื้อ (Demand) ที่อ่อนตัวลง ช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทาน

🇻🇳 เวียดนาม (Vietnam)

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม: อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของเวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการเร่งปฏิรูปสู่ "อุตสาหกรรมสีเขียว" (Green Transformation)

มาตรการลดคาร์บอนภาคบังคับ: สมาคมน้ำตาลเวียดนามระบุว่า การลดการปล่อยคาร์บอนได้เปลี่ยนจาก "ทางเลือก" กลายมาเป็น "ข้อบังคับ" ในการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ บริษัทน้ำตาลที่ไม่สามารถประเมินและจัดทำแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดนี้ อาจเสี่ยงต่อการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันหรือต้องหลุดออกจากตลาดไปในที่สุด

🇪🇺 สหภาพยุโรป (EU)

การเติบโตของตลาดน้ำตาล: คาดการณ์ว่าในฤดูกาล 2025/26 ตลาดน้ำตาลในสหภาพยุโรปจะขยายตัวขึ้นทั้งในแง่การผลิต การบริโภค และการนำเข้า

คาดการณ์ตัวเลขฤดูกาล 2025/26:
- ผลผลิตน้ำตาล: คาดว่าจะสูงถึง 16.6 ล้าน MT (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 16.56 ล้าน MT)

- การบริโภคภายใน: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 13.8 ล้าน MT

- การนำเข้า: ปรับตัวเลขคาดการณ์เพิ่มขึ้นเป็น 1.53 ล้าน MT (เพื่อรองรับความต้องการในอุปสงค์ที่สูงขึ้นและเติมเต็มส่วนต่างของอุปทาน)

🇵🇰 ปากีสถาน (Pakistan)

ข้อพิพาทเรื่องการส่งออก: สมาคมโรงงานน้ำตาลปากีสถาน (PSMA) ได้ยื่นเรื่องขอส่งออกน้ำตาลจำนวน 1 ล้าน MT โดยอ้างว่ามีผลผลิตรวม 7.8 ล้าน MT ซึ่งเกินกว่าความต้องการบริโภคในประเทศ (ปีละ 6.5 - 7 ล้าน MT)

การตรวจสอบจากรัฐบาล: รัฐบาลกำลังตรวจสอบตัวเลขดังกล่าวอย่างเข้มงวดเนื่องจากกังวลว่า ตัวเลขที่อ้างว่าเกินมานั้นอาจรวมน้ำตาลนำเข้าอยู่ด้วยประมาณ 300K MT ซึ่งหากเป็นจริง จะเหลือน้ำตาลส่วนเกินส่งออกได้เพียง 700K MT เท่านั้น หากปล่อยให้ส่งออกครบ 1 ล้าน MT อาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนและดันราคาขายปลีกในประเทศพุ่งสูงขึ้นซ้ำรอยปีที่แล้ว

แผนการเปิดเสรีอุตสาหกรรม (Deregulation): รัฐบาลกำลังเวียนนโยบายลดการควบคุมภาคส่วนน้ำตาล ซึ่งจะเปิดให้โรงงานตัดสินใจส่งออกได้เองโดยไม่ต้องขออนุมัติล่วงหน้า แต่มีเสียงวิจารณ์ว่าหากไม่มีระบบติดตามสต็อกและมาตรการป้องกันการกักตุนที่ดี อาจยิ่งทำให้ราคาน้ำตาลผันผวนหนักขึ้น

🇧🇩 บังกลาเทศ (Bangladesh)

นโยบายฟื้นฟูโรงงานน้ำตาลของรัฐ: กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมประกาศเดินหน้าแผนเพิ่มผลผลิตน้ำตาลในประเทศผ่านการเตรียมเปิดดำเนินงานโรงงานน้ำตาลของรัฐที่เคยปิดตัวไปใหม่อีกครั้ง (ปัจจุบันจากทั้งหมด 15 แห่ง มีโรงงานเปิดอยู่เพียง 6 แห่ง และปิดตัวอยู่ 9 แห่ง)

ความจำเป็นในการปฏิรูปและปรับปรุงเทคโนโลยี: โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่ถึง 50-70 ปี รัฐบาลระบุว่าความสำเร็จในการฟื้นฟูจะต้องพึ่งพาการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ และการนำเทคโนโลยีรวมถึงเครื่องจักรใหม่ๆ เข้ามาติดตั้ง โดยตั้งเป้าให้เกิดการสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น

🇵🇭 ฟิลิปปินส์ (Philippines)

การสนับสนุนกฎหมายควบคุมสารให้ความหวานทดแทน: สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลแห่งฟิลิปปินส์ (PSMA) ออกมาสนับสนุนร่างกฎหมายปี 2026 (Senate Bill 2114 และ House Bill 9088) เพื่อแก้ไขกฎหมายพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อย (SIDA) ปี 2015 โดยมุ่งเน้นการควบคุมการใช้สารให้ความหวานเทียม/เคมี (Artificial Sweeteners)

ความเหลื่อมล้ำด้านการควบคุม: ปัจจุบันน้ำตาลในประเทศถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องการจัดสรรอุปทาน การคลังสินค้า และการกระจายสินค้า ในขณะที่สารให้ความหวานสังเคราะห์กลับไม่มีการควบคุมที่ชัดเจนและถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อแข่งกับน้ำตาลท้องถิ่นอย่างแพร่หลาย ทางสมาคมจึงเรียกร้องให้จัดระเบียบเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศ ความมั่นคงทางอาหาร และอาชีพของเกษตรกรในระยะยาว

🇨🇳 จีน (China)

ผลผลิตในเขตปกครองตนเองกวางซี (Guangxi): ฤดูกาลหีบอ้อยปี 2025/26 ของกวางซีสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2026 โดยมีผลผลิตน้ำตาลสูงทุบสถิติในรอบ 12 ปี (นับตั้งแต่ฤดูกาล 2014/15) คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 7.7 ล้าน MT หรือเพิ่มขึ้นกว่า 19% (ประมาณ 1.24 ล้าน MT) เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้า

สถิติการดำเนินงาน: ปริมาณอ้อยที่เข้าสู่โรงงานรวมอยู่ที่ 60.91 ล้าน MT (เพิ่มขึ้น 12.31 ล้าน MT ยืนยันถึงปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล) แม้ว่าอัตราการหีบสกัดน้ำตาลเฉลี่ย (Sugar yield) จะลดลง 0.67% อยู่ที่ 12.63% แต่ปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นสามารถชดเชยส่วนต่างนี้ได้ทั้งหมด โดยในฤดูกาลนี้มีโรงงานเปิดดำเนินการรวม 73 แห่ง และมีระยะเวลาเปิดหีบยาวนานขึ้นถึง 175 วัน (นานกว่าปีก่อน 30 วัน)

-------------------
ที่มา : .com

12/05/2026

สรุปสถานการณ์อุตสาหกรรมน้ำตาลและอ้อยทั่วโลกจากเอกสาร มีรายละเอียดดังนี้:

(1) บราซิล (ศูนย์กลาง-ทางใต้)

- ฤดูกาล 2025/26: สิ้นสุดการเก็บเกี่ยวด้วยยอดอ้อยเข้าหีบ 611.15 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนหน้า 10.78 ล้านตัน แม้จะลดลงแต่ยังคงเป็นการหีบอ้อยที่สูงเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ โดยมีผลผลิตน้ำตาลรวม 40.43 ล้านตัน

- เริ่มต้นฤดูกาล 2026/27: ในช่วงครึ่งแรกของเดือนเมษายน 2026 การหีบอ้อยเพิ่มขึ้น 19.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมมุ่งเน้นไปที่การผลิตเอทานอลมากกว่าน้ำตาล (ใช้เข้าน้ำตาลเพียง 32.93%) เนื่องจากสภาวะตลาดเอทานอลที่เอื้ออำนวย

(2) อินเดียการผลิตปี 2026/27:

- คาดการณ์ว่าผลผลิตน้ำตาลจะเพิ่มขึ้น 12% เป็นประมาณ 33.6 ล้านตัน ปัจจัยหลักมาจากมรสุมที่ดีติดต่อกัน 2 ปี ทำให้มีน้ำเพียงพอต่อการปลูกอ้อย

- การส่งออกปี 2025/26: คาดว่าจะส่งออกเพียง 0.75-0.8 ล้านตัน เนื่องจากราคาในตลาดโลกไม่จูงใจ

- นโยบายท้องถิ่น (รัฐพิหาร): รัฐบาลลดค่าคอมมิชชั่นสภาพัฒนาภูมิภาค (JDC) ลง 90% เพื่อช่วยเหลือโรงงานน้ำตาลที่ประสบปัญหาทางการเงิน

(3) จีนการผลิตปี 2026/27:

- คาดว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 12.7 ล้านตัน โดยน้ำตาลจากอ้อยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่ปลูกในกวางสีและการนำเข้าอ้อยจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ผลผลิตน้ำตาลจากหัวบีทอาจลดลงเนื่องจากเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่กำไรดีกว่า

(4) สหภาพยุโรป (EU)

- มีการระงับระบบการค้าแบบนำเข้ามาเพื่อส่งออก (IPR) สำหรับน้ำตาลทรายดิบเป็นเวลา 1 ปี เริ่ม 27 พฤษภาคม เพื่อลดความบิดเบือนของตลาดหลังการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ใช้น้ำตาลคัดค้านเนื่องจากกังวลเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

(5) ปากีสถานรัฐบาลกลับมาจัดเก็บภาษีขาย 18% สำหรับน้ำตาลนำเข้าตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2026 หลังจากที่เคยลดเหลือ 0.25% เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนในประเทศ

(6) ฟิลิปปินส์คาดการณ์ผลผลิตน้ำตาลปี 2026 จะทรงตัวที่ 1.85 ล้านตัน โดยพื้นที่ปลูกอ้อยไม่ขยายตัวเนื่องจากการแข่งขันจากการใช้ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม

(7) เคนยา และ ฟิจิเคนยา:

คณะกรรมการน้ำตาลยืนยันว่าน้ำตาลอุตสาหกรรมที่นำเข้าถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อใช้ในการผลิตเท่านั้น ไม่มีการรั่วไหลเข้าสู่ตลาดค้าปลีก ฟิจิ: จัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาการต่อสัญญาเช่าที่ดินทำไร่อ้อยเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

(8). มาตรการด้านสุขภาพเยอรมนี: เตรียมประกาศจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปี 2028 เพื่อลดปัญหาโรคอ้วนและภาระด้านสาธารณสุข

ที่มา : .com

12/05/2026

🚜🎋 อุตสาหกรรมอ้อยในเมืองไหลปิน มณฑลกว่างซี ประเทศจีน กำลังถูกยกระดับสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยี AI, IoT และระบบดาวเทียมมาใช้บริหารจัดการไร่อ้อยแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ทำให้สามารถเก็บข้อมูลสภาพดิน ความชื้น และธาตุอาหารได้แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยเกษตรกรตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น

💡 ในภาคการผลิต เทคโนโลยีดิจิทัลและโดรนถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการแปลงปลูก ลดการใช้ปุ๋ยและทรัพยากร แต่ยังคงรักษาระดับผลผลิตที่สูงขึ้น พร้อมทั้งช่วยตรวจจับโรคและศัตรูพืชได้รวดเร็วและแม่นยำ ส่งผลให้ต้นทุนลดลงและคุณภาพอ้อยดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

🏭 ขณะเดียวกัน ระบบอัจฉริยะยังถูกเชื่อมโยงไปถึงโรงงานน้ำตาล เพื่อควบคุมและมอนิเตอร์กระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดน้ำตาล และยกระดับทั้งซัพพลายเชนให้ทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ

📖 อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ในคอมเม้นท์ ⬇️

#อุตสาหกรรมน้ำตาล #อ้อย #น้ำตาล #เอทานอล #ไบโอเอทานอล #อุตสาหกรรมอ้อย

31/03/2026

🌎 อัปเดตสถานการณ์น้ำตาลและเอทานอลโลก: บราซิลลดส่งออก-เวียดนามเร่งผลิต-อินเดียราคาทรงตัว
สรุปประเด็นร้อนรอบโลกในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ประจำเดือนมีนาคม 2026:

🇧🇷 บราซิล: ปรับแผนลดส่งออกน้ำตาล มุ่งผลิตเอทานอลรับมือราคาน้ำมัน
ลดส่งออกน้ำตาล: คาดการณ์ว่าในฤดูกาล 2026/27 บราซิลจะลดการส่งออกน้ำตาลลงถึง 14.2% (เหลือประมาณ 29 ล้านตัน)

หนุนเอทานอล: โรงงานหันไปผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้นเป็น 42.58 พันล้านลิตร (+10.7%) เนื่องจากให้ผลตอบแทนทางการเงินที่ดีกว่าในขณะนี้

นโยบายรัฐ: รัฐบาลเตรียมพิจารณาเพิ่มสัดส่วนผสมเอทานอลในเบนซินจาก 30% เป็น 35% ในช่วงครึ่งปีหลัง

สต็อกลดลง: สต็อกเอทานอลในภาคกลาง-ใต้ลดลงเหลือ 3.48 พันล้านลิตร (ลดลง 22.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว) เนื่องจากการปิดหีบ

🇻🇳 เวียดนาม: เร่งฟื้นโรงงานเอทานอล รับดีมานด์ E10 พุ่ง
เป้าหมาย E10: รัฐบาลเร่งผลักดันการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E10 ทั่วประเทศ เพื่อลดการใช้เบนซินจากฟอสซิล

วิกฤตขาดแคลน: ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเพียง 3 แห่ง จาก 6 แห่ง ทำให้ผลิตได้เพียง 25-27% ของความต้องการ

ความท้าทาย: ต้องเร่งหาแหล่งเงินทุนเพื่อปลุกโรงงานที่หยุดชะงักให้กลับมาเดินเครื่อง และเตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันนำเข้าเอทานอลจากอินเดียและไทย

🇮🇳 อินเดีย: ราคาน้ำตาลยังแข็งแกร่ง แต่ผู้ผลิตเอทานอลเริ่มตึงตัว
ราคาน้ำตาลทรงตัวสูง: เนื่องจากระดับสต็อกน้ำตาลที่จำกัด แม้ผลผลิตจะดีขึ้นเล็กน้อยก็ตาม

เอทานอลล้นตลาด: ผู้ผลิตเอทานอลเผชิญแรงกดดันด้านกำไร เนื่องจากกำลังการผลิตขยายตัวเร็วกว่าความต้องการ

ผ่อนปรนโควตา: รัฐบาลผ่อนปรนเกณฑ์การจำหน่ายน้ำตาลในเดือนมีนาคม 2026 หลังพบความต้องการซื้อในประเทศชะลอตัว

ข้อเรียกร้อง: อุตสาหกรรมในรัฐมหาราษฏระเรียกร้องให้รัฐเพิ่มราคาขายขั้นต่ำ (MSP) ของน้ำตาลจาก 31 รูปี เป็น 41 รูปีต่อกิโลกรัม

🇨🇳 จีน: กวางสีเร่งปิดหีบ ผลผลิตเกินเป้า
สต็อกพุ่ง: กลุ่ม Guangxi Minmetals ทำยอดจัดเก็บน้ำตาลทะลุ 5 แสนตัน (+34.66%) สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

ปิดหีบเร็วกว่าคาด: กว่า 1 ใน 3 ของโรงงานน้ำตาลในเขตกวางสี (ประมาณ 38%) สิ้นสุดการหีบอ้อยประจำฤดูกาลแล้ว ณ วันที่ 26 มีนาคม

🇵🇰 ปากีสถาน: เล็งส่งออกน้ำตาลรับราคาตลาดโลกขาขึ้น
โอกาสส่งออก: คาดว่ามีน้ำตาลส่วนเกินถึง 1.1 ล้านตัน และอาจทำรายได้เข้าประเทศได้ถึง 800-900 ล้านดอลลาร์ หากราคาสลก.โลกพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

คู่ค้าสนใจ: จีนและบังกลาเทศแสดงความสนใจนำเข้าน้ำตาลจากปากีสถานแล้ว

🇫🇮 ฟินแลนด์ & 🇫🇯 ฟิจิ
ฟินแลนด์: Nordzucker ประกาศปิดสายการผลิตน้ำตาลบางส่วนที่โรงงานใน Porkkala เพื่อปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอดในระยะยาว

ฟิจิ: กองทุนชาวไร่อ้อยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 3.5% สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการตัดอ้อยสด (Green Cane) เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน



ที่มา : www.expanamarkets.com

23/03/2026

📢 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ขอเชิญชวน

✅ ชาวไร่อ้อยคู่สัญญา
✅ โรงงานน้ำตาล
✅ ผู้ส่งออกน้ำตาลทราย
✅ ผู้บริโภค

✒️ ร่วมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจของชาวไร่อ้อยคู่สัญญา โรงงานน้ำตาล ผู้ส่งออกน้ำตาลทราย และผู้บริโภค ที่มีต่อนโยบาย มาตรการในการบริหารจัดการระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

📅 ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

ทำแบบสำรวจ Click 👉 https://forms.gle/fmjv9FRzgoGrQax89

“ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño)
20/03/2026

“ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño)

เตรียมจับตา..!! ถ้าเกิด “ซูเปอร์เอลนีโญ” ขึ้นจริง วิกฤติสภาพอากาศและผลกระทบต่อไทย จะเป็นอย่างไรบ้าง?
ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) เป็นสิ่งที่เรารู้จักกันดีในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังของความแห้งแล้งและอากาศที่ร้อนจัด แต่เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยอย่างรุนแรง (เกิน 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียส) เราจึงจะก้าวเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ซึ่งนำมาซึ่งความแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรงและยาวนานกว่าปกติ สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วิกฤตนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของลมฟ้าอากาศ แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และวิถีชีวิต (ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดคาดว่าจะเริ่มเห็นชัดช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569)
ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อประเทศไทยและอาเซียน (หากเกิด)
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดเมื่อเกิดซูเปอร์เอลนีโญ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนมีดังนี้
💧 วิกฤตภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ปริมาณฝนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน แหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำกักเก็บลดลง กระทบโดยตรงต่อน้ำอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม
🌽 ผลกระทบด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก จะเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำ (เช่น ข้าว น้ำตาล ปาล์มน้ำมัน) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสินค้าเกษตรขาดตลาดและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
🔥 ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันข้ามพรมแดน (PM2.5) อากาศที่แห้งและร้อนจัดเป็นตัวเร่งให้เกิดไฟป่าได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าพรุของอินโดนีเซียและพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทวีความรุนแรง กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งภูมิภาค
🌡️ คลื่นความร้อน (Heatwave) อุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า (เพื่อทำความเย็น) พุ่งสูงจนอาจเกิดความไม่มั่นคงทางพลังงาน
เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศสำคัญกับเรื่องนี้อย่างไร?
ในยุคที่ข้อมูลคืออาวุธสำคัญที่สุด GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อสนับสนุนการใช้งานและประยุกต์ใช้ในภารกิจต่างๆของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ
💧 การติดตามสถานการณ์น้ำ (Water Monitoring) ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม (เช่น ดาวเทียม THEOS-2) เพื่อประเมินพื้นที่ผิวน้ำทั่วประเทศแบบ near real-time ทำให้รู้ว่าอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติใดกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต เพื่อวางแผนระบายหรือจัดสรรน้ำได้อย่างแม่นยำ
🌿 ประเมินความเสียหายและสุขภาพพืชพรรณ (Agricultural Assessment) ข้อมูลภูมิสารสนเทศสามารถวิเคราะห์ "ดัชนีความเขียวของพืช" หากพื้นที่ใดเริ่มมีสัญญาณความแห้งแล้ง สามารถส่งข้อมูลเตือนภัยให้หน่วยงานเกษตรเข้าไปช่วยเหลือ หรือแนะนำการปรับเปลี่ยนพืชล่วงหน้าก่อนที่ผลผลิตจะตายยืนต้น
🔥 การตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot Detection) ดาวเทียมสามารถตรวจจับจุดความร้อนที่เกิดจากไฟป่าหรือการเผาทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในไทยแต่คลุมทั้งอาเซียน ข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้ในการสั่งการควบคุมและดับไฟป่า รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นควัน (สามารถติดตามข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันอย่าง "เช็คฝุ่น")
✨ สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Data-Driven Policy) GISTDA ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหมด จัดทำเป็นแผนที่เสี่ยงภัยแล้ง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ ใช้ตัดสินใจประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยและอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือได้อย่างมีหลักฐานอ้างอิง
แผนการรับมือ การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความสูญเสีย
1.การบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนประหยัดน้ำ กักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกลงมาให้ได้มากที่สุด และจัดสรรน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการหาแหล่งน้ำสำรอง
2.การปรับตัวภาคการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้น เลื่อนเวลาการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณฝน และการทำประกันภัยพืชผล
3.ความร่วมมือระดับภูมิภาค (ASEAN) บังคับใช้และยกระดับข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งและไฟป่า
4.การเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข เตรียมระบบสาธารณสุขให้พร้อมรับมือกับโรคที่มากับความร้อน (Heatstroke) และโรคระบบทางเดินหายใจจาก PM2.5
ซูเปอร์เอลนีโญเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถลดทอนผลกระทบได้อย่างมหาศาลหากมีการเตรียมความพร้อมที่ดี การบูรณาการแผนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาชน และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศอย่างที่เต็มที่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยและอาเซียนผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศนี้ไปได้
__________

Bracing for Impact: How a ‘Super El Niño’ Could Redefine Thailand’s Climate Future
The term El Niño is no stranger to Thais — it's long been synonymous with scorching heat and bone-dry droughts. But meteorologists are now watching for something far more alarming: a Super El Niño, triggered when sea surface temperatures in the Pacific surge more than 1.5 to 2°C above average, unleashing weather extremes that are both more intense and more prolonged than anything a typical El Niño brings. For Thailand and the wider ASEAN region, this isn't just a weather story. It's a direct threat to food security, economic stability, and everyday life. While the phenomenon has yet to materialize, forecasters warn its effects could begin to show clearly as early as May 2026.
Potential Fallout: The Inescapable Toll on Thailand and the ASEAN Region
Southeast Asia sits at one of the world's most vulnerable pressure points when a Super El Niño strikes. Here's what experts say could unfold:
💧 An unprecedented water crisis: Rainfall will drastically decrease across the region. Prolonged droughts will deplete reservoirs and natural water sources, threatening not only drinking water but also the operations of water-dependent industries.
🌽 Threat to Global Food Security: Plunging yields in Southeast Asia’s agricultural hubs—Thailand, Vietnam, and Indonesia—risk sparking widespread shortages and a global surge in food inflation as key commodities like rice and palm oil dwindle.
🔥 Wildfire and Transboundary Haze Crisis Escalates: Severe drought and soaring temperatures are fueling a surge in wildfires across Indonesia’s peatlands and regional agricultural zones. This seasonal surge is intensifying the transboundary PM2.5 crisis, posing a critical threat to public health across Southeast Asia.
🌡️ Record-Breaking Heatwaves: Temperatures would smash historical records, posing acute health risks — especially to the elderly and vulnerable. Surging demand for electricity-powered cooling could strain power grids to the breaking point.
Space-Based Solutions: The Frontier of Geospatial Climate Analysis
In a crisis where information is everything, Thailand's GISTDA is already leveraging satellite technology to stay one step ahead:
💧 Water Surveillance: Using imagery from the THEOS-2 satellite, GISTDA monitors reservoir and surface water levels in near real-time — flagging critical shortfalls before they become emergencies.
🌿 Crop Health Monitoring: Geospatial data tracks vegetation indices across farmland. If drought stress appears, early warnings can reach agricultural agencies in time to pivot planting strategies — before crops die standing in the field.
🔥 Hotspot Detection: Satellites scan the entire ASEAN region for fire hotspots — whether from wildfires or agricultural burning — feeding data directly into firefighting operations and air quality tracking via apps like "Check Phoon".
✨ Policy Intelligence: GISTDA compiles all spatial data into drought-risk maps that give the Cabinet and water management authorities the hard evidence they need to declare disaster zones and release emergency budgets.
Preparedness deemed critical as authorities scramble to mitigate impact.
1. Proactive Water Management: Promoting conservation and prioritizing domestic consumption while tapping alternative sources.
2. Strengthening Farm Resilience: Shifting to low-water crops and data-driven planting cycles to mitigate climate risks.
​.
3. ASEAN Regional Cooperation: It's time to move beyond paper promises. Authorities are calling for the rigorous enforcement and strengthening of the ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution — a landmark pact that must now be held accountable in controlling open burning and raging wildfires that know no borders.
​.
4. Public Health Surveillance: As temperatures soar and skies turn grey, health systems across the region must brace for the inevitable surge — from life-threatening heatstroke cases to a wave of respiratory illnesses driven by hazardous PM2.5 particles choking the air that millions breathe every day.
​.
While 'Super El Niño' remains an inevitable natural phenomenon, its severity can be curtailed through strategic foresight. A synchronized response—leveraging intergovernmental cooperation and cutting-edge space technology—is paramount for Thailand and ASEAN to navigate this escalating climate emergency.
#อว

#ดาวเทียม #ภูมิสารสนเทศ

ทิศทางความหวาน เมื่อนโยบาย"หวาน 50%" มาถึง หลัง 11 กุมภาพันธ์นี้ (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข)
06/02/2026

ทิศทางความหวาน เมื่อนโยบาย"หวาน 50%" มาถึง หลัง 11 กุมภาพันธ์นี้ (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข)

🍭 📉 ประเทศไทยกำลังเดินหน้าปรับมาตรฐานการบริโภคน้ำตาลอย่างจริงจัง โดยเตรียมกำหนดให้ “หวานปกติ” ของเครื่องดื่มชงสดเท่ากับความหวานเพียง 50% ของสูตรเดิม ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย

➡️ แนวทางนี้ไม่ใช่การบังคับผู้บริโภคโดยตรง แต่เป็นการปรับ “ค่าเริ่มต้น” ของความหวาน เพื่อค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในระยะยาว โดยยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเพิ่มความหวานได้ตามความต้องการ ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจเครื่องดื่มชงสดหลายแบรนด์ก็แสดงความพร้อมในการปรับสูตรและระบบการขายให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่

🎋📊 สำหรับภาคอุตสาหกรรม นี่ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสุขภาพผู้บริโภค แต่ยังสะท้อนถึง ทิศทางเชิงโครงสร้างของตลาดน้ำตาลและเครื่องดื่มในอนาคต ตั้งแต่การพัฒนาสูตรผลิต การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์รับมือกับนโยบายภาครัฐ เช่น ภาษีความหวาน และข้อกำหนดด้านโภชนาการที่เข้มงวดมากขึ้น

🏭 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่ง “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำตาลและอาหารเครื่องดื่มต้องเร่งปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือก การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือการสื่อสารคุณค่าด้านความยั่งยืนและสุขภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

📖 ติดตามข่าวสารในอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาล และเอทานอลได้ในคอมเม้นท์ ⬇️

#อุตสาหกรรมน้ำตาล #อ้อย #น้ำตาล #เอทานอล #ไบโอเอทานอล #อุตสาหกรรมอ้อย

30/01/2026
05/01/2026

ด่วนที่สุด เรื่องการดำเนินคดีความทางกฎหมายแก่ผู้จงใจนำดิน-ทรายปะปนมากับการบรรทุกอ้อยส่งเข้าโรงงานน้ำตาล

เริ่มต้นปี 2026 ด้วยความหวานและพลังบวก! 🍯✨ANON INDUSTRY โรงน้ำตาลแดงเล็กๆ ในราชบุรี ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนครับ​ขอให้ปีนี...
31/12/2025

เริ่มต้นปี 2026 ด้วยความหวานและพลังบวก! 🍯✨
ANON INDUSTRY โรงน้ำตาลแดงเล็กๆ ในราชบุรี ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนครับ
​ขอให้ปีนี้เป็น 'The Sweetest Year' สำหรับทุกคนค่ะ! 🤎


#สวัสดีปีใหม่2569
#น้ำตาลทรายแดงราชบุรี #หจกอนนท์อุตสาหกรรม #ของดีเมืองโอ่ง #หวานหอมจากใจผลิตในราชบุรี #น้ำตาลอนนท์

ที่อยู่

179 Moo9 Krap Yai
Ban Pong
70190

เบอร์โทรศัพท์

+6632291156

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ThaiBrownSugarsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ThaiBrownSugars:

แชร์

ประเภท