Thai Rice Hub A Rice Flavor Playground

เพจของเรา Rice Hub เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่สนใจในเรื่องข้าว โดยเฉพาะเรื่องของรสชาติข้าว การกินข้าว การพัฒนาวงการข้าวในมิติต่างๆ ทำให้ข้าวเป็นสิ่งที่มูลค่า มากกว่าสินค้าเกษตร หรือของที่เรากินทั่วไปในทุกๆวัน

Rice Hub เชื่อว่า ข้าวไทย มีเรื่องเล่าเรื่องราว เป็นมากกว่าอาหาร เป็นวิถีชีวิต มีความแตกต่างทั้งในตัวของข้าวเอง สายพันธุ์ของข้าว รวมไปถึงที่มา การปลูก การพัฒนาข้าวในมิติต่างๆจึงเป็นเรื่องท้าทาย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ข้าวไทยได้พัฒนาไปมากกว่าสินค้าเกษตรทั่วไป
เราเชื่อว่าข้าว จะสามารถนำเสนอเรื่องราวในมุมมองได้แตกต่างหลากหลาย

โดยทีมงาน Rice Hub เริ่มจากการจัดนิทรรศการข้าว และกิจกรรมชิมข้าวเล็กๆ จนขยายไปจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นอีกหลายจังหวัดภายในประเทศ เราสามารถรวบรวมผู้คนที่เกี่ยวข้องและสนใจเรื่องข้าวร่วมกัน มาร่วมพัฒนาวงการข้าว

ทีมงาน Rice Hub จึงตัดสินใจใช้พื้นที่สาธารณะ เป็นสื่อกลาง ทั้งในการนำเสนอข้อมูลที่เราได้สะสมมา และเป็นตัวกลางในการร่วมจัดกิจกรรมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อการพัฒนาวงการข้าวไทย ให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่เราหวังไว้
ฝากเป็นกำลังใจ กดไลค์ กดติดตาม ข้อมูลต่างๆ ทั้งกิจกรรมชิมข้าวและข้อมูลที่เกี่ยวกับข้าวในมิติต่างๆ มาร่วมสนุก ร่วมสนับสนุนข้าวไทย ไปด้วยกันกับ Rice
Hub นะฮับ

Rice Hub Team

Our Experience

- "งานหอมข้าวชาวสกล" (Rice testing Workshop and Seminar ) เมษายน
2565 บ้านก้ามปู กรุงเทพ

- นิทรรศการ และงานชิมข้าวงานข้าวหอมมะลิโลก ร้อยเอ็ด 2565

- Rice Tower Wonderfruit Fest (Rice testing Workshop) ธันวาคม 2565

- Bangkok Design Week " Rice Testing Workshop, Rice Pairing "
กรุงเทพ กุมภาพันธ์ 2566

- นิทรรศการ และ Workshop งาน ISan BCG Expo ธันวาคม 2565

- Isan Cretive Fest นิทรรศการและ Workshop มีนาคม 2566

- Rice Workshop and Rice Pairing Workshop ร้านกัลปพฤกษ เมษายน
2566

THE LOST TASTEจานอาหารที่หายไปของอีสานเมื่ออาหารหนึ่งจานหายไปสิ่งที่เลือนหายไปพร้อมกันอาจมีทั้งวัตถุดิบ วิธีปรุง ภาษา คว...
06/08/2026

THE LOST TASTE
จานอาหารที่หายไปของอีสาน
เมื่ออาหารหนึ่งจานหายไป
สิ่งที่เลือนหายไปพร้อมกันอาจมีทั้งวัตถุดิบ วิธีปรุง ภาษา ความทรงจำ ระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ของผู้คนกับผืนดิน

วงเสวนา “จานอาหารที่หายไปของอีสาน” ชวนเรากลับไปสำรวจรสชาติที่ค่อย ๆ หายจากพาข้าว ผ่านประสบการณ์ของคนทำงานด้านอาหารและวัฒนธรรมจากสามพื้นที่ของอีสาน
วงสนทนา “The Lost Taste: จานอาหารที่หายไปของอีสาน” สำรวจเรื่องนี้ผ่านประสบการณ์ของ ฝ้าย–อาทิตย์ มูลสาร จากจังหวัดยโสธร ต้อง บุตรศรีชา จาก Jim Thompson Farm จังหวัดนครราชสีมา และป้าเชฟ หรือเชฟฝ้าย–ศิโรรัตน์ เถาว์โท จากร้านหมก จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินวงสนทนาโดย นพ ธรรมวานิช จาก Thai Rice Hub และ ZAAP SYSTEM

อาหารจานหนึ่ง คือระบบนิเวศหนึ่งผืน
“แกงเห็ดแทดใส่กุดจี่ หน่อไม้ และตั๊กแตน” อธิบายความสัมพันธ์นี้ได้ชัด เห็ดแทดเติบโตตามสภาพดินและความชื้น หน่อไม้บอกถึงฤดูฝน ตั๊กแตนสัมพันธ์กับท้องนา ส่วนกุดจี่เชื่อมโยงกับควาย หญ้า และมูลสัตว์
ในอดีต ควายกินหญ้าตามธรรมชาติ มูลควายจึงเป็นอาหารและพื้นที่วางไข่ของกุดจี่ เมื่อระบบเลี้ยงเปลี่ยนและใช้หัวอาหารมากขึ้น องค์ประกอบของมูลก็เปลี่ยน สิ่งมีชีวิตที่เข้ามาอาศัยจึงเปลี่ยนตาม ขณะเดียวกัน เห็ดและตั๊กแตนตามธรรมชาติก็ลดจำนวนลงพร้อมการเปลี่ยนแปลงของดินและการใช้สารเคมี
การหายไปของแกงหนึ่งหม้อจึงอาจเริ่มตั้งแต่ชนิดของหญ้า อาหารควาย คุณภาพดิน วิธีทำเกษตร ไปจนถึงจำนวนแมลง อาหารทำให้ความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศซึ่งดูไกลตัว กลายเป็นเรื่องที่มองเห็นได้บนพาข้าว

จากความหลากหลายแบบ “พอกิน” สู่ปริมาณที่ตลาดต้องการ
แกงหน่อไม้ส้มใส่แมงก้องแขน แมงดาน้อย และแมงระงำ รวมถึงก้อยหรือป่นจากแมลงน้ำ เป็นอาหารอีกกลุ่มที่เริ่มหากินยาก แมงก้องแขนคือตัวอ่อนของแมลงปอ ส่วนแมลงน้ำชนิดอื่นเคยพบตามท้องนา หนองน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงสะท้อนคุณภาพน้ำและความสมบูรณ์ของพื้นที่
ช่วงน้ำหลากหรือเริ่ม “ไถฮุด” ชาวบ้านจะออกไปช้อนแมลงน้ำ สิ่งที่ได้มีหลายชนิดปะปนกัน แล้วนำไปแกง ทำก้อย หรือทำป่น วัตถุดิบอาจพอสำหรับพาข้าวหนึ่งหรือสองวง บ้านใดหาได้มากก็แบ่งให้อีกบ้าน ระบบนี้ตั้งอยู่บนคำว่า “พอกิน” และความหลากหลายที่ธรรมชาติมอบให้ในวันนั้น

เมื่อวัตถุดิบเดินทางเข้าสู่ระบบการค้า ความหมายของคำว่า “พอ” ก็เปลี่ยนไป
ร้านอาหารทำงานด้วยเงื่อนไขอีกชุดหนึ่ง ร้านต้องมีวัตถุดิบต่อเนื่อง ควบคุมต้นทุน และรักษารสชาติทุกวัน วัตถุดิบหนึ่งกิโลกรัมซึ่งเลี้ยงได้หลายครอบครัว อาจยังน้อยเกินไปสำหรับการทำขาย เมนูที่เกิดเฉพาะฤดูกาลจึงเข้าสู่ตลาดได้ยาก

การเพาะเลี้ยงช่วยให้วัตถุดิบบางชนิดยังไปถึงผู้บริโภคได้ ทว่ารสชาติจากฟาร์มย่อมต่างจากสิ่งที่เติบโตในนา หนองน้ำ หรือป่า เพราะรสชาติเป็นผลรวมของสถานที่ ฤดูกาล อาหาร และสภาพแวดล้อม

เมื่อวัตถุดิบหาย ความรู้ในครัวก็หายตาม
“แกงอ่อมเผือกใส่ไข่ผำและหมูสามชั้น” แสดงถึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์การอาหารในครัวพื้นบ้าน ไข่ผำมีขนาดเล็กมาก เมื่อลงในน้ำแกงจะลอยกระจาย คนอีสานเรียกว่า “ลอยอ่องหล่อง” เผือกต้มเนื้อนุ่มจึงช่วยจับไข่ผำให้รวมตัว ตักกินง่าย เพิ่มความข้น และเชื่อมเนื้อสัมผัสของทั้งจาน
สูตรของป้าเชฟยังใช้หางกะทิ สะท้อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารกับชาวกูยหรือส่วยในอีสานใต้ อ่อมหม้อนี้จึงบันทึกทั้งการสังเกตคุณสมบัติของวัตถุดิบและการพบกันของผู้คนต่างวัฒนธรรม
ความรู้เหล่านี้เกิดจากการทำซ้ำในครัวหลายรุ่น คนทำรู้ว่าสิ่งใดต้องลงก่อนหรือหลัง ควรใช้น้ำเท่าไร เร่งหรือลดไฟเมื่อใด และวัตถุดิบใดช่วยจัดการกลิ่น รส หรือเนื้อสัมผัส สูตรอาหารจึงควรบันทึกเหตุผลของแต่ละขั้นตอนไปพร้อมกับปริมาณและวิธีทำ เพื่อให้คนรุ่นต่อไปเข้าใจและนำไปปรับใช้ได้

ภาษาคือคลังความรู้ของครัวอีสาน
คำเรียกวิธีปรุงบอกทั้งปริมาณน้ำ ระดับไฟ เวลา และผลลัพธ์ “ต้ม” มีน้ำมากกว่าเนื้อ “แกง” มีน้ำใกล้เคียงกับเนื้อ “อ่อม” มีน้ำน้อยกว่าเนื้อและมักสร้างความข้นด้วยข้าวเบือหรือข้าวคั่ว ส่วน “อ๋อ” เหลือน้ำขลุกขลิกเพื่อดึงรสให้เข้มขึ้น คำเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายคำสั่งในการปรุง เมื่อภาษาเลือนหาย วิธีคิดที่ซ่อนอยู่ก็เสี่ยงหายตาม
เหตุใดจานอาหารจึงค่อย ๆ หายไป
บางจานหายพร้อมกับเห็ด แมลง ปลา หรือพืชที่เคยใช้ บางจานได้รับผลจากป่า หนองน้ำ ท้องนา เกษตรเชิงเดี่ยว และสารเคมี บางจานมีวัตถุดิบน้อยเกินกว่าระบบการค้าจะรองรับ บางจานใช้เวลาเตรียมมากเกินไปสำหรับชีวิตประจำวัน และบางจานเลือนหายพร้อมกับคนที่รู้วิธีทำ
การเปลี่ยนจากระบบ “หาอยู่หากิน” ไปสู่ “ผลิตเพื่อจำหน่าย” ทำให้คำถามว่า “วันนี้ธรรมชาติให้อะไร” กลายเป็น “พรุ่งนี้ร้านต้องขายอะไร” ธรรมชาติให้วัตถุดิบตามฤดูกาล ขณะที่ตลาดต้องการปริมาณ ราคา คุณภาพ และเวลาส่งมอบที่แน่นอน อาหารที่กินสะดวกและเป็นที่รู้จักจึงเดินทางได้เร็วกว่า

อาหารต้องเปลี่ยน โดยมีรากเป็นเข็มทิศ
อาหารอีสานเติบโตจากการปรับตัวตามความแห้งแล้ง ฤดูกาล วัตถุดิบ การย้ายถิ่น และวัฒนธรรมที่เดินทางมาพบกัน ความสามารถในการเปลี่ยนจึงเป็นหนึ่งในรากสำคัญของอาหารอีสาน

ซุบหน่อไม้ช่วยให้เห็นว่า “ราก” หมายถึงความเข้าใจวัตถุดิบและโครงสร้างรส หน่อไม้เป็นตัวหลัก ปลาร้าสร้างฐานเค็มนัว ข้าวคั่วกับงาสร้างกลิ่นและเนื้อสัมผัส สมุนไพรเพิ่มความสด ส่วนวิธีเตรียมหน่อไม้เชื่อมจานกับความรู้ของพื้นที่ รายละเอียดสามารถเปลี่ยนตามฤดูกาล รสนิยม และรูปแบบการเสิร์ฟได้ เมื่อคนทำยังเข้าใจหน้าที่ของแต่ละองค์ประกอบ
หลายทางกลับมาของรสชาติ

บางเมนูอาจกลับมาในครอบครัว บางเมนูต้องอาศัยการฟื้นฟูพื้นที่และวัตถุดิบ บางเมนูเหมาะกับการทำเฉพาะฤดูกาล บางเมนูควรถูกบันทึกในฐานะความทรงจำของระบบนิเวศ และบางเมนูอาจเดินทางต่อผ่านการตีความใหม่ โดยเลือกวัตถุดิบทดแทนอย่างเข้าใจและเล่าการเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา

การพารสชาติกลับมาต้องเริ่มตั้งแต่การบันทึกชื่อเมนู ภาษา สูตร และเหตุผลของแต่ละขั้นตอน เก็บเรื่องเล่าจากคนทำอาหารและคนหาอยู่หากิน ดูแลดิน แหล่งน้ำ พันธุ์พืช และสิ่งมีชีวิตต้นทาง สร้างตลาดสำหรับวัตถุดิบตามฤดูกาล เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ทดลองต่อยอด พร้อมทำให้เจ้าของความรู้และชุมชนได้รับประโยชน์
The Lost Taste จึงเป็นการตามหารสชาติผ่านความรู้ที่ทำให้รสชาตินั้นเกิดขึ้น จานนี้มาจากผืนดินแบบใด เกิดในฤดูกาลไหน เชื่อมกับพืช สัตว์ และแหล่งน้ำอย่างไร ผ่านมือใคร และเคยหล่อเลี้ยงพาข้าววงใดมาก่อน

เมื่อเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้ จานที่เลือนหายอาจกลับมาในรูปเดิม เติบโตเป็นรูปแบบใหม่ หรือกลับมาเป็นความรู้สำหรับออกแบบอนาคตของระบบอาหารอีสาน รากที่แข็งแรงย่อมรองรับกิ่งใหม่ได้อีกมาก ทั้งในครัว ร้านอาหาร ผลิตภัณฑ์ ตลาด และพาข้าวทั่วโลก

THE LOST TASTE: จานอาหารที่หายไปของอีสาน
11 กรกฎาคม 2569 ณ พื้นที่ ZAAP SYSTEM
เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569, TCDC ขอนแก่น

สำรวจเมนูอาหารที่กำลังเลือนหายจากทั่วประเทศไทยได้ที่
https://thaifood.culture.go.th/

สำหรับ Khao Praneat และ Thai Rice Hub ชาวนาไม่ใช่เพียงผู้ปลูกข้าว แต่คือเหตุผลที่เราเริ่มต้น และคือเป้าหมายสูงสุดของทุกส...
04/08/2026

สำหรับ Khao Praneat และ Thai Rice Hub ชาวนาไม่ใช่เพียงผู้ปลูกข้าว แต่คือเหตุผลที่เราเริ่มต้น และคือเป้าหมายสูงสุดของทุกสิ่งที่เราทำ

เราเชื่อว่าความสำเร็จของข้าวไทย ไม่ควรวัดจากปริมาณการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตของคนที่ปลูกข้าว เพราะหากชาวนาไม่สามารถมีรายได้ที่มั่นคง มีความภาคภูมิใจในอาชีพ และส่งต่ออาชีพนี้สู่คนรุ่นต่อไปได้ ไม่ว่าข้าวไทยจะได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลกเพียงใด ก็ยากที่จะเรียกว่าเป็นความสำเร็จอย่างแท้จริง

เราเชื่อด้วยว่า คุณภาพชีวิตของชาวนาและคุณภาพของสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเดียวกัน ชาวนาที่มีทางเลือกและได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม ย่อมมีโอกาสดูแลดิน น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และลดการพึ่งพาวิธีการผลิตที่สร้างผลกระทบต่อธรรมชาติ เพราะเมื่อธรรมชาติฟื้นตัว การทำนาก็จะยั่งยืนมากขึ้น และชุมชนก็จะเข้มแข็งขึ้นไปพร้อมกัน

ด้วยเหตุนี้ ทุกสิ่งที่เราพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ การวิจัย มาตรฐาน เทคโนโลยี ฐานข้อมูล การสร้างตลาดใหม่ หรือการสื่อสารคุณค่าของข้าวไทย ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ข้าวที่มีคุณภาพได้รับการเห็นคุณค่า และทำให้ชาวนาที่ตั้งใจผลิตข้าวคุณภาพ ได้รับผลตอบแทนที่สะท้อนคุณค่าของสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น

Khao Praneat จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานข้าวเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อสร้าง "ภาษาใหม่" ที่ช่วยให้ผู้บริโภค เชฟ ผู้ประกอบการ และตลาด เข้าใจความแตกต่างของข้าวแต่ละสายพันธุ์ แต่ละพื้นที่ และแต่ละวิถีการผลิต เมื่อความแตกต่างเหล่านี้ได้รับการยอมรับ คุณค่าของข้าวก็เพิ่มขึ้น และเมื่อคุณค่าของข้าวเพิ่มขึ้น โอกาสของชาวนาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน Thai Rice Hub ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งนักวิจัย นักปรับปรุงพันธุ์ โรงสี เชฟ ผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ ผู้บริโภค และภาครัฐ ให้ร่วมกันสร้างระบบนิเวศใหม่ของข้าวไทย ที่ให้รางวัลกับคุณภาพ ความใส่ใจ และความหลากหลาย มากกว่าการแข่งขันด้วยปริมาณและราคาที่ต่ำที่สุด

เราไม่ได้ต้องการเพียงให้ชาวนาปลูกข้าวได้ดีขึ้น แต่ต้องการให้ชาวนาสามารถดำรงชีวิตได้ดีขึ้นจากการปลูกข้าว ให้ลูกหลานเห็นว่าการทำนาเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี มีอนาคต และสามารถสร้างชีวิตที่มั่นคงได้ พร้อมกับส่งต่อผืนนา ดิน น้ำ และระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ให้คนรุ่นถัดไป

เพราะสำหรับเรา ความสำเร็จของ Khao Praneat และ Thai Rice Hub จะไม่ได้วัดจากจำนวนสมาชิก ยอดขาย หรือชื่อเสียงขององค์กร แต่วัดจากวันที่ชาวนาไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟู และข้าวไทยได้รับการเห็นคุณค่าในแบบที่ควรจะเป็น

จุดเริ่มต้นของเรา คือชาวนา และปลายทางของเรา คือคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวนา พร้อมกับการฟื้นคืนของผืนนาและธรรมชาติไทย

#ข้าวประณีต

อีก 2 มื้อพิเศษของ ZAAP SYSTEMเมื่อความแซบของอีสานเดินทางไปเจอกับโลก และกลับมานั่งเล่าเรื่องผ่านวงสนทนาในมื้ออาหารCHEF’S...
15/07/2026

อีก 2 มื้อพิเศษของ ZAAP SYSTEM
เมื่อความแซบของอีสานเดินทางไปเจอกับโลก และกลับมานั่งเล่าเรื่องผ่านวงสนทนาในมื้ออาหาร
CHEF’S TABLE EXPERIENCE #3
ISAN × MEXICAN FUSION
โดย เชฟนาย มนัชญา กุลพงษ์วดี จากร้าน มีฤทธิ์
ชวนสัมผัสการผสมผสานวัฒนธรรมอาหารอีสาน–เม็กซิกัน ผ่านคอร์สเมนูร่วมสมัยที่หยิบรสจัด กลิ่นหอม เครื่องจิ้ม และวิธีคิดของทั้งสองวัฒนธรรมมาเจอกัน
📅 วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 17:30–19:00 น.
ลงทะเบียน Session #3: https://forms.gle/EhmVk9EzXQGPhWLy9

CHEF’S TABLE EXPERIENCE #4
อีสานถึงแก่น...ผ่านวงสนทนาในมื้ออาหาร
โดย เชฟแป้ง ปภังวรัตน์ มะโนวรรณ์ จากร้าน แก่นแท้
มื้ออาหารที่ชวนกินไป คุยไป ผ่านวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างสีกิ้น ปลานา และข้าวเหนียว สู่ประสบการณ์ที่เชื่อมรสชาติ ความทรงจำ และภูมิปัญญาอีสานไว้ในทุกจาน
📅 วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 17:30–19:00 น.
ลงทะเบียน Session #4: https://forms.gle/d5UBdHvf8uERSKQ4A
ค่าร่วมรับประทานอาหาร ท่านละ 150 บาท
รับจำนวนจำกัด
มาร่วมชิม “ระบบแซบ” ในอีกมุมที่ทั้งคุ้นเคยและคาดไม่ถึง
#อาหารอีสาน #ระบบแซบ #แก่นแท้ #มีกฤทธิ์

🌶️ ZAAP SYSTEM เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ชวนมาสัมผัส “ระบบแซบ” ผ่านนิทรรศการที่พาไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างรสชาติ วัตถุดิบ ...
12/07/2026

🌶️ ZAAP SYSTEM เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้

ชวนมาสัมผัส “ระบบแซบ” ผ่านนิทรรศการที่พาไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างรสชาติ วัตถุดิบ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และการปรับตัวของอาหารอีสาน

มาดู มาชิม มาทดลองปรุงรสแซบในแบบของตัวเอง
สำรวจความหลากหลายของข้าวอีสาน เรื่องราวของการหมัก และไอเดียใหม่ ๆ ที่ต่อยอดรากเดิมไปสู่ความเป็นไปได้ในอนาคต

📍 ZAAP SYSTEM
TCDC ขอนแก่น
ภายในเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569
📅 11–19 กรกฎาคม 2569

มาเปิดประสบการณ์ความแซบที่มีอะไรมากกว่าความอร่อย แล้วค้นหาว่า “ระบบแซบ” จะพาอาหารอีสานไปต่อทางไหนได้อีก

เวทีเสวนา THE LOST TASTE“จานอาหารที่หายไปของอีสาน”บางรสชาติอาจหายไปจากโต๊ะอาหารบางเมนูอาจค่อย ๆ เลือนจากความทรงจำแต่ในหล...
09/07/2026

เวทีเสวนา THE LOST TASTE
“จานอาหารที่หายไปของอีสาน”

บางรสชาติอาจหายไปจากโต๊ะอาหาร
บางเมนูอาจค่อย ๆ เลือนจากความทรงจำ
แต่ในหลายพื้นที่ของอีสาน ยังมีคนที่พยายามรักษา ฟื้นฟู และพาอาหารเหล่านี้กลับมาเล่าใหม่อีกครั้ง

ZAAP SYSTEM ชวนมาฟังเสวนา The Lost Taste “จานอาหารที่หายไปของอีสาน”
พูดคุยถึงเมนูพื้นถิ่นที่กำลังหายไป คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และแนวทางการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดวัฒนธรรมอาหารอีสานให้ร่วมสมัยและยั่งยืน

ร่วมเสวนาโดย
เชฟฝ้าย อาทิตย์ มูลสาร
เจ้าของร้านลาบเลียบ / ผู้แทนจังหวัดยโสธร

เชฟฝ้าย ศิโรรัตน์ เถาว์โท
เจ้าของร้านหมก / ผู้แทนจังหวัดอุบลราชธานี

คุณต้อง บุตรศรีชา
ผู้จัดการ Jim Thompson Farm / ผู้แทนจังหวัดนครราชสีมา

📅 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 16:30–17:30 น.
📍 ภายในบูธ ZAAP SYSTEM
เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2026

มาร่วมสำรวจรสชาติที่กำลังเลือนหาย
และช่วยกันคิดว่า “ความแซบ” ของอีสานจะเดินต่อไปอย่างไร

#จานอาหารที่หายไปของอีสาน #อาหารอีสาน #ระบบแซบ #ภูมิปัญญาอาหารอีสาน

สองค่ำคืนพิเศษในงาน ZAAP SYSTEMชวนมานั่งร่วมโต๊ะ ฟังเรื่องเล่าของรสชาติอีสานผ่านมื้ออาหารจากเชฟ 2 คน 2 มุมมองCHEF’S TABL...
09/07/2026

สองค่ำคืนพิเศษในงาน ZAAP SYSTEM
ชวนมานั่งร่วมโต๊ะ ฟังเรื่องเล่าของรสชาติอีสานผ่านมื้ออาหารจากเชฟ 2 คน 2 มุมมอง

CHEF’S TABLE EXPERIENCE #1
รสชาติที่กำลังเลือนหาย กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
โดย เชฟไฟซาล ชีวินศิริวัฒน์ จากร้าน แก่น [The Lost Taste]
พาไปรู้จักเมนูและภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่กำลังค่อย ๆ หายไปจากสำรับร่วมสมัย ผ่านมื้ออาหารที่ตีความจากความทรงจำ วัตถุดิบ และระบบความอร่อยแบบอีสาน

📅 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 17:30–19:00 น.

CHEF’S TABLE EXPERIENCE #2
ข้าวเหนียว...มากกว่าข้าวที่อยู่ข้างจาน
โดย เชฟฝ้าย อาทิตย์ มูลสาร จากร้าน ลาบเลียบ
ชวนมอง “ข้าวเหนียว” ใหม่ ในฐานะวัตถุดิบหลักของวัฒนธรรมอาหารอีสาน ผ่าน 4 เมนูข้าวเหนียวที่ทั้งคุ้นเคยและคาดไม่ถึง

📅 วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 17:30–19:00 น.

ค่าร่วมรับประทานอาหาร ท่านละ 150 บาท
รับจำนวนจำกัด

สแกน QR Code หรือ คลิก
CHEF’S TABLE EXPERIENCE #1 https://forms.gle/9kXE49kcDvP5jNgcA
CHEF’S TABLE EXPERIENCE #2
https://forms.gle/pLGukCrC9TSAkh579

เพื่อลงทะเบียนได้จากภาพ
แล้วมาร่วมชิม ฟัง และเข้าใจ “ระบบแซบ” ไปพร้อมกันในงาน ZAAP SYSTEM

#อาหารอีสาน #ระบบแซบ #ข้าวเหนียว

ข้าว รสชาติ และภูมิปัญญาที่ทำให้อีสาน “แซบ”Thai Rice Hub ชวนมารู้จักอาหารอีสานผ่านนิทรรศการ ZAAP SYSTEM — แซบ ซี้ด เต็ม ...
07/07/2026

ข้าว รสชาติ และภูมิปัญญาที่ทำให้อีสาน “แซบ”

Thai Rice Hub ชวนมารู้จักอาหารอีสานผ่านนิทรรศการ ZAAP SYSTEM — แซบ ซี้ด เต็ม นิทรรศการที่ชวนมองความแซบในฐานะ “ระบบ” ที่เกิดจากข้าว วัตถุดิบ พื้นที่ ฤดูกาล การหมัก ไฟ กลิ่น รสสัมผัส และวัฒนธรรมการกินร่วมกัน

ภายในงาน คุณจะได้สำรวจว่า

🌾 ข้าวอีสานหลากหลายกว่าที่เราคุ้นเคยอย่างไร
🔥 รสแซบเกิดจากการทำงานร่วมกันของเค็ม นัว เปรี้ยว เผ็ด ขม กลิ่น และสัมผัสอย่างไร
🍚 ข้าวเหนียวทำหน้าที่มากกว่าอาหารหลัก ทั้งเป็นเครื่องมือในการกิน ตัวเชื่อมรส และศูนย์กลางของพาข้าว
🌍 ภูมิปัญญาอีสานสามารถพัฒนาไปสู่อาหาร ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์รูปแบบใหม่ได้อย่างไร

ข้าวในวิถีอีสานเชื่อมโยงตั้งแต่พันธุ์ข้าว การแปรรูป ไปจนถึงสาโทและอาหารในพาข้าว สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน พื้นที่ และการปรับตัวของวัฒนธรรมอาหาร

มาร่วมชิม มอง เล่น และต่อยอดความคิดว่า
เราจะพา “ระบบแซบ” จากรากของอีสาน ไปสู่อนาคตได้ไกลแค่ไหน

📍 TCDC ขอนแก่น
📅 11–19 กรกฎาคม 2569
ภายในเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569
ISAN CREATIVE FESTIVAL 2026

#แซบซี้ดเต็ม #ข้าวประณีต #อาหารอีสาน #ข้าวอีสาน

ขอบคุณ Gourmet&Cuisine มากครับ ที่มาร่วมสัมผัสและถ่ายทอดบรรยากาศของ Rice Tasting Club Vol.1 “สัญญาหน้าฝน” 🌾สิ่งที่พวกเรา...
28/05/2026

ขอบคุณ Gourmet&Cuisine มากครับ ที่มาร่วมสัมผัสและถ่ายทอดบรรยากาศของ Rice Tasting Club Vol.1 “สัญญาหน้าฝน” 🌾

สิ่งที่พวกเราพยายามทำผ่าน Thai Rice Hub ไม่ใช่แค่การ “ชิมข้าว” แต่คือการชวนผู้คนกลับมามองเห็นว่าข้าวไทยมีความหลากหลาย มี terroir มีเรื่องราว และมีศักยภาพทางวัฒนธรรมไม่ต่างจากไวน์ กาแฟ หรือชา

ดีใจมากที่ได้เห็นผู้คนจากหลากหลายวงการ ทั้งชาวนา เชฟ นักสร้างสรรค์ และคนรักอาหาร มาร่วมกันเปิดบทสนทนาใหม่เกี่ยวกับข้าวไทยครับ

แล้วพบกันใหม่ใน Vol.2 😊🍚

บรรยากาศสดๆ จากหน้างาน Rice Tasting Club Vol.1 เริ่มขึ้นแล้วค่ะ!​ตอนนี้รอบแรกกำลังเริ่มต้นขึ้นแบบอบอุ่นมากๆ ลมริมน้ำที่ ...
23/05/2026

บรรยากาศสดๆ จากหน้างาน Rice Tasting Club Vol.1 เริ่มขึ้นแล้วค่ะ!
​ตอนนี้รอบแรกกำลังเริ่มต้นขึ้นแบบอบอุ่นมากๆ ลมริมน้ำที่ The Lake Club เย็นสบาย บรรยากาศฮีลใจสุดๆ ข้าวหลากสายพันธุ์และเครื่องดื่มจากข้าวพร้อมเสิร์ฟยาวๆ ตลอดทั้งวัน
​ใครที่กำลังนอนเหงาอยู่บ้าน หรือกำลังหาพิกัดทานข้าว-หาเครื่องดื่มจิบริมน้ำชิลๆ ในวันหยุดนี้ แวะมาหาเราได้เลยนะคะ! ตอนนี้ยังมีที่นั่งว่างในรอบบ่ายและรอบเย็นพร้อมต้อนรับทุกคนอยู่ค่ะ ❤️
​✨ มาร่วม "ชิมข้าว เหล้าเรื่อง" ปลดล็อกรสชาติใหม่ๆ ของข้าวไทยไปด้วยกันนะคะ!
​⏰ รอบเวลาวันนี้และพรุ่งนี้: 13:00 / 15:00 / 17:00 (รอบละ 1 ชั่วโมง)
ราคา 490 บาท เท่านั้น ได้ทั้งชิมข้าว ชิมเครื่องดื่มคราฟท์ และสตอรี่ดีๆ กลับไปแน่นอน
​📍 Venue: The Lake Club
👉 ** walk-in หน้างาน หรือทักมาสำรองที่นั่งด่วนที่นี่:**
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeV4SPhEq_mdqJ5S86yjjJrZaNKGWzT8yNgJl63rZxuqmRJFw/viewform

​ #สัญญาหน้าฝน

🌧️ “สัญญาหน้าฝน” พรุ่งนี้แล้ว... แวะมาส่งสัญญาณฤดูฝนไปด้วยกันไหมคะ?ถ้าวันหยุดนี้ยังไม่รู้จะไปไหน และไม่อยากปล่อยให้สุดสั...
22/05/2026

🌧️ “สัญญาหน้าฝน” พรุ่งนี้แล้ว... แวะมาส่งสัญญาณฤดูฝนไปด้วยกันไหมคะ?

ถ้าวันหยุดนี้ยังไม่รู้จะไปไหน และไม่อยากปล่อยให้สุดสัปดาห์นี้ผ่านไปแบบเหงาๆ แวะมาหาพวกเราที่ Rice Tasting Club Vol.1 กันนะคะ (ตอนนี้ที่นั่งยังพอมีว่างน้าา..)

ชวนคุณมาทำความรู้จักฤดูกาลผ่านรสชาติ ในค่ำคืนที่ฝน ความทรงจำ และผู้คน ค่อย ๆ ไหลมาพบกัน ชิมข้าว เหล้าเรื่อง กับข้าวหลากสายพันธุ์ และเหล้าข้าวชั้นดี 🌾🥂

จากข้าวในจาน... สู่ข้าวในแก้ว

จากอาหารประจำวัน... สู่บทสนทนาทางวัฒนธรรม

จ่ายเพียง 490 บาท กับประสบการณ์สุดพิเศษ 1 ชั่วโมงเต็มริมทะเลสาบ มาร่วมเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสรสชาติแห่งความทรงจำนี้ด้วยกันนะคะ

📅 23–24 May 2026 (เสาร์-อาทิตย์นี้)
⏰ รอบเวลา: 11:00 / 13:00 / 15:00 / 17:00 (รับ 20 ท่าน/รอบ)
📍 Venue: The Lake Club

🔗 จองที่นั่งนาทีสุดท้ายได้ที่นี่: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeV4SPhEq_mdqJ5S86yjjJrZaNKGWzT8yNgJl63rZxuqmRJFw/viewform
เปิดประตูรอต้อนรับทุกคนอยู่นะคะ มาเจอกันนะ! 😊

#สัญญาหน้าฝน

ที่อยู่

300/17 Tomogram Studio
Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Rice Hubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์