Ohh คุณพระ

Ohh คุณพระ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Ohh คุณพระ, อาหารและเครื่องดื่ม, 8-10-12 ร้านOhhคุณพระ Rooftop Heritage & Dining ถ. ราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร, Bangkok.

อาหารไทยเพชรน้ำหนึ่งจากวังเจ้านาย รสชาติอร่อย สีสันน่ารับประทาน พร้อมวิวอลังการริมคลองเจ้าพระยา ใกล้วัดกลัยาณิมิตรและตลาดดอกไม้กลางกรุง สัมผัสบรรยากาศและความอร่อยครบในที่เดียว (ปากคลองตลาด – Flower Market, Thai Delights) / งานจัดเลี้ยงแบบไทย Thai Banquet Ohh!! คุณพระ รับจัดเลี้ยงอาหารไทยโบราณ ท่านที่มีงานเลี้ยงบริษัท ทำบุญบ้านหรือทำบุญเลี้ยงพระ เรายินดีบริการด้วยความตั้งใจอย่างที่สุด ขอบพระคุณทุกท

่านที่ไว้วางใจให้เราบริการ ติดต่อได้ที่ คุณจ้า 089 897 3278

เมนูอาหารไทยจัดเลี้ยงราคา 350.-/ ท่าน
เมนูที่ 1
1.ยำหัวปลีโบราณ ใส่ไก่ฉีก กุ้งสด ไข่เป็ดต้มยางมะตูม แนมด้วยขมิ้นขาว
2.แกงกะหรี่หมูสันคอย่างใบเตย อาจาดอังวะ
3.ต้มโคล้งปลาช่อนนาทอดกรอบ
4.คะน้าฮ่องกงผัดเห็ดฟาง
5.ปลาหมึกผัดไข่เค็ม
6.ข้าวหอมมะลิ
7.ผลไม้รวม หรือ ขนมปลากริม ไข่เต่า มะพร้าวอ่อน
8.น้ำกระเจี๊ยบ

เมนูที่ 2
1.พล่าสันนอกหมูย่างกับขมิ้นขาว
2.แกงชักส้มปลาช่อนนา
3.แกงจืดเทพกัลยา
4.ยอดมะพร้าวอ่อนผัดกุ้ง เห็ดหอมสด
5.ทอดมันปลากราย ใบกะเพรากรอบ
6.ข้าวหอมมะลิ
7.ผลไม้รวม หรือ กล้วยไข่บวดชีมะพร้าวอ่อน
8.น้ำตะไคร้

เมนูที่ 3
1.น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ถอดก้าง ผักชุบไข่ทอด ผักลวกราดกะทิ ผักสดปลอดสาร
2.แกงคั่วส้มยอดผักบุ้ง หมูสามชั้น
3.แกงเลียงนพเก้า กุ้งสด
4.ผักโสภณผัดลูกชิ้นกุ้งเยาวราช
5.ฟิเล่ปลากะพงทอดกรอบผัดส้มเสี้ยว
6.ข้าวหอมมะลิ
7.ผลไม้รวม หรือ ฟักทองญี่ปุ่นแกงบวด มะพร้าวอ่อน
8.น้ำใบเตย มะพร้าวอ่อน

เมนูที่ 4
1.หลนแฮม ปลาดุกฟู ผักสดปลอดสาร
2.แกงคั่วสับปะรด กุ้งสด แนมด้วยปลาหมึกกะตอยทอดกรอบ
3.ต้มข่าเนื้อน่องลาย หรือ ไก่บ้านน้ำใส มะพร้าวอ่อน
4.แขนงหมูกรอบ เห็ดฟาง
5.หมูทอดใบมะกรูดกรอบ
6.ข้าวหอมมะลิ
7.ผลไม้รวม หรือ แกงบวดสามกษัตริย์ มะพร้าวอ่อน
8.น้ำชามะนาว พุทราจีน

เมนูที่ 5
1.น้ำพริกไตปลา พริกสด ไข่เป็ดต้มยางมะตูม ผักสดปลอดสาร
2.แกงเขียวหวานสะโพกไก่ย่าง ยอดมะพร้าวอ่อน
3.ไข่เค็มพะโล้ หมูสามชั้นแบบโบราณ
4.สันคอหมูผัดแครองแครง
5.ผัดผักเบญจรงค์ กุ้งสด (ข้าวโพดอ่อน แครอท เห็ดหอม บลอกโคลี่ ยอดมะพร้าวอ่อน)
6.ข้าวหอมมะลิ
7.ผลไม้รวม หรือ มันเทศไข่ต้มน้ำขิง มะพร้าวอ่อน
8.น้ำมะตูม

เมนูที่ 6
1.น้ำพริกมะขามอ่อน ปลาสลิดทอด ผักสดปลอดสาร
2.แกงคั่วหมูสันคอย่าง ใบช้าพลู
3.แกงจืดเยื่อไผ่ เห็ดเข็มทอง หมูสับเห็ดหอม
4.ผักกาดขาวผัดแฮมเส้น ไก่เส้น เห็ดหอม
5.ผัดพริกเหลืองรวมทะเลใต้
6.ข้าวหอมมะลิ
7.ผลไม้รวม หรือ มันสัมปะหลังเชื่อมบวดชี มะพร้าวอ่อน
8.น้ำอัญชัน มะพร้าวอ่อน

***หมายเหตุ รายละเอียดและค่าใช้จ่าย
-รายการอาหารทั้งหมดนี้เป็น Standard Buffet ราคาท่านละ 350.-
-รายการอาหารนี้ สามารถสลับ ปรับเปลี่ยนระหว่างเมนูได้ตามความต้องการของลูกค้า (เป็นบางรายการ)
-สำหรับเลี้ยงพระ จัดเป็นล้อมวง คิดเพิ่ม 50 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟต์)
-สำหรับเลี้ยงพระ จัดเป็นสำรับๆละ 1 รูป คิดเพิ่ม 100 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟ่ต์)
-สำหรับเลี้ยงพระVIP จัดเป็นสำรับๆละ 1 รูป คิดเพิ่ม 200 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟ่ต์)
-รายการผลไม้รวม คือ แตงโม แคนตาลูป ชมพู่ทับทิมจันทร์ ส้มโอขาวน้ำผึ้ง สับปะรดศรีราชา มะละกอฮอล์แลนด์ ฝรั่งแป้นสีทอง มะม่วงเขียวเสวย (สามารถเลือกได้ 3 รายการ)
-ค่าบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ขั้นต่ำ 3,000 บาท
**ทางร้านจะจัดเตรียม :
1.โต๊ะจัดวางอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมผ้าปูโต๊ะ และผ้าจีบระบายตกแต่งรอบโต๊ะ
2.ภาชนะจัดเลี้ยงทั้งหมด รวมทั้งภาชนะอุ่นอาหาร จาน ช้อนส้อม แก้วน้ำ เครื่องดื่ม และกระดาษเช็ดปาก
3.พนักงานแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย ให้บริการตลอดงาน

-ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณจ้า 089 897 3278
-หรือที่ http://facebook.com/messages/ohhkhunpra

เมนูอาหารไทยจัดเลี้ยงราคา 450.-/ ท่าน
เมนูที่ 1
1.น้ำพริกกุ้งนาง ไข่เป็ดต้มยางมะตูม ผักสดปลอดสาร
2.แกงเขียวหวานหมูสันคอย่าง ยอดมะพร้าวอ่อน บรั่นดี
3.ต้มยำปลาช่อนนาหัวปลี (ใส่กะทิ)
4.เนื้อสันในโคขุน หรือ หมูสันในผัดอย่างเจ้าพระยารามราฆพ
5.หน่อไม้ฝรั่งผัดเห็ดออเรนจิ กุ้งแชบ๊วย
6.ห่อหมกปลากรายหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์
7.ข้าวหอมมะลิ
8.ผลไม้รวม หรือ ลอดช่อง ข้าวเม่าน้ำกะทิ
9.น้ำกระเจี๊ยบพุทราจีน

เมนูที่ 2
1.หลนปูนิ่ม ปลาดุกฟู ผักสดปลอดสาร
2.แกงเผ็ดเป็ดย่าง ใส่ลำไย
3.ต้มโพล้งปลาสลิดบางบ่อ ย่างเตาถ่าน
4.ไข่เป็ดลูกเขยทรงเครื่อง
5.คั่วกลิ้งหมู / ไก่ สมุนไพรเครื่องสด
6.คะน้าฮ่องกงผัดกุ้งแชบ๊วย เห็ดหอมสด
7.ข้าวหอมมะลิ
8.ผลไม้รวม หรือ ขนมบัวลอยแก้ว มะพร้าวอ่อน
9.น้ำหล่อฮั่งก๊วย

เมนูที่ 3
1.น้ำพริกนครบาล ปลาช่อนแดดเดียวย่าง แกะเนื้อทอดกรอบ ผักสดปลอดสาร
2.ยำถั่วพู ใส่หูหมูแก้ว แบบโบราณ
3.ฉู่ฉี่พริกหยวกสอดไส้ปลากรายและกุ้ง
4.แกงจืดสับปะรดซี่โครงหมูอ่อน
5.ดอกชมจันทร์ผัดกุ้งแชบ๊วย
6.ไก่ห่อใบเตย
7.ข้าวหอมมะลิ
8.ผลไม้รวม หรือ แกงบวดสามกษัตริย์ มะพร้าวอ่อน
9.น้ำเก๊กฮวย

เมนูที่ 4
1.น้ำพริกลงเรือ ปลาดุกฟู หมูหวาน ไข่เค็ม ผักสดปลอดสาร
2.แกงมัสมั่นสะโพกไก่ ผักดอง ไข่เค็ม
3.แกงรัญจวนหมูสันใน
4.ฟิเล่ปลากะพงขาวผัดเปรี้ยวหวาน
5.บลอกโคลี่ผัดเห็ดหอมสดใส่กุ้ง
6.ปูจ๋าในกระดองปูเล็ก
7.ข้าวหอมมะลิ
8.ผลไม้รวม หรือ สลิ่มน้ำกะทิ
9.น้ำรากบัวจีน มะพร้าวอ่อน

***หมายเหตุ รายละเอียดและค่าใช้จ่าย
-รายการอาหารทั้งหมดนี้เป็น Premium Buffet ราคาท่านละ 450.-
-รายการอาหารนี้ สามารถสลับ ปรับเปลี่ยนระหว่างเมนูได้ตามความต้องการของลูกค้า (เป็นบางรายการ)
-สำหรับเลี้ยงพระ จัดเป็นล้อมวง คิดเพิ่ม 50 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟต์)
-สำหรับเลี้ยงพระ จัดเป็นสำรับๆละ 1 รูป คิดเพิ่ม 100 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟ่ต์)
-สำหรับเลี้ยงพระVIP จัดเป็นสำรับๆละ 1 รูป คิดเพิ่ม 200 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟ่ต์)
-รายการผลไม้รวม คือ แตงโม แคนตาลูป ชมพู่ทับทิมจันทร์ ส้มโอขาวน้ำผึ้ง สับปะรดศรีราชา มะละกอฮอล์แลนด์ ฝรั่งแป้นสีทอง มะม่วงเขียวเสวย (สามารถเลือกได้ 4 รายการ)
-ค่าบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ขั้นต่ำ 3,000 บาท
**ทางร้านจะจัดเตรียม :
1.โต๊ะจัดวางอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมผ้าปูโต๊ะ และผ้าจีบระบายตกแต่งรอบโต๊ะ
2.ภาชนะจัดเลี้ยงทั้งหมด รวมทั้งภาชนะอุ่นอาหาร จาน ช้อนส้อม แก้วน้ำ เครื่องดื่ม และกระดาษเช็ดปาก
3.พนักงานแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย ให้บริการตลอดงาน

-ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณจ้า 089 897 3278
-หรือที่ http://facebook.com/messages/ohhkhunpra

เมนูอาหารไทยจัดเลี้ยงราคา 550.-/ ท่าน
เมนูที่ 1
1.น้ำพริกเนื้อปูไข่เค็ม ปลาทูทอด ถอดก้าง ผักสดปลอดสาร
2.พะแนงสันคอหมู หรือ สะโพกไก่ มะพร้าวอ่อน
3.แกงเลียงนพเก้า กุ้งแชบ๊วย
4.ถั่วหวานผัดหน่อไม้ทะเล เห็ดหอมสด
5.ทอดมันหัวปลี น้ำจิ้มกุหลาบ
6.ปลาหมึกยัดไส้ผัดถึงพริกถึงขิงโบราณ
7.ข้าวหอมมะลิ และ ข้าวกล้อง
8.สาคูไส้หมู และ ข้าวเกรียบปากหม้อไส้ปลา ( ออกร้าน )
9.ผลไม้รวม หรือ ทับทิมกรอบ มะพร้าวกะทิ ขนุนสด
10.น้ำมะตูม

เมนูที่ 2
1.แสร้งว่ากุ้งนาง ปลาดุกฟู ผักสดปลอดสาร
2.แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายยัดไส้ไข่เค็ม
3.ไข่นกกระทาหมูสามชั้นคุโรบุตะต้มเค็มแบบโบราณ
4.ห่อหมกรวมทะเลใต้ ใบยอ พริกแกงใต้
5.ปีกไก่สอดไส้ทรงเครื่อง ผัดน้ำมะขาม ใบมะกรูดกรอบ
6.คะน้าฮ่องกงผัดปลากุเราเค็ม
7.ข้าวหอมมะลิ และ ข้าวกล้อง
8.หมี่กะทิโบราณ ( ออกร้าน )
9.ผลไม้รวม หรือ ข้าวเหนียวดำเปียกเผือก มะพร้าวอ่อน
10.น้ำลำไยสด

เมนูที่ 3
1.ยำส้มฉุน ปลาสลิดบางบ่อแกะเนื้อทอดกรอบ
2.แกงเนื้อน่องลาย หรือ สะโพกไก่ หรือ สันคอหมู พริกขี้หนู แนมโรตี
3.ซุปสาคูไข่นกกระทา
4.ผัดพริกขิงตามเสด็จ ผักสดปลอดสาร ไข่เค็ม กระเทียมโทนดอง ปลาช่อนแม่ลาแดดเดียวย่าง ทอดกรอบ
5.หมี่กรอบ Ohh!! คุณพระ พร้อมเครื่องเคียง
6.ผักกาดขาวสอดไส้หมู
7.ข้าวหอมมะลิ และ ข้าวกล้อง
8.สะเต๊ะลือ (ออกร้าน)**เนื้อสัตว์เป็น หมู หรือ เนื้อ สามารถเลือกได้ 1 อย่าง**
9. ผลไม้รวม หรือ ขนมน้ำตาลสด
10.น้ำกระเจี๊ยบ พุทราจีน

***หมายเหตุ รายละเอียดและค่าใช้จ่าย
-รายการอาหารทั้งหมดนี้เป็น VIP Buffet ราคาท่านละ 550.-
-รายการอาหารนี้ สามารถสลับ ปรับเปลี่ยนระหว่างเมนูได้ตามความต้องการของลูกค้า (เป็นบางรายการ)
-สำหรับเลี้ยงพระ จัดเป็นล้อมวง คิดเพิ่ม 50 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟต์)
-สำหรับเลี้ยงพระ จัดเป็นสำรับๆละ 1 รูป คิดเพิ่ม 100 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟ่ต์)
-สำหรับเลี้ยงพระVIP จัดเป็นสำรับๆละ 1 รูป คิดเพิ่ม 200 บาทต่อรูป(จากราคาบุฟเฟ่ต์)
-รายการผลไม้รวม คือ แตงโม แคนตาลูป ชมพู่ทับทิมจันทร์ ส้มโอขาวน้ำผึ้ง สับปะรดศรีราชา มะละกอฮอล์แลนด์ ฝรั่งแป้นสีทอง มะม่วงเขียวเสวย (สามารถเลือกได้ 4 รายการ)
-ค่าบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ขั้นต่ำ 3,000 บาท
**ทางร้านจะจัดเตรียม :
1.โต๊ะจัดวางอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมผ้าปูโต๊ะ และผ้าจีบระบายตกแต่งรอบโต๊ะ
2.ภาชนะจัดเลี้ยงทั้งหมด รวมทั้งภาชนะอุ่นอาหาร จาน ช้อนส้อม แก้วน้ำ เครื่องดื่ม และกระดาษเช็ดปาก
3.พนักงานแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย ให้บริการตลอดงาน
-ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณจ้า 089 897 3278
-หรือที่ http://facebook.com/messages/ohhkhunpra

23/05/2026

ข้าวเม่าไหมคะ Ohh คุณพระ
#ของอร่อยย่านปากคลองตลาดท่าเตียน #อร่อยนะรู้ยัง ุณพระ #ร้านอาหาร #ของทานเล่น #ขนม

21/05/2026

วันนี้ฟ้าสวย....ลมดี...สบาย...เหมาะจิบน้ำมาก😅
ุณพระ #โอ้คุณพระ #ข้าวแช่ #อาหารไทย #ของอร่อยย่านปากคลองตลาดท่าเตียน #ร้านอาหาร #อร่อย #อร่อยบอกต่อ #อร่อยนะรู้ยัง #จัดเลี้ยงอาหารไทย #กระเช้าปิ่นโตถวายพระ #อาหารถวายพระ

วันนี้......1.กระทงทองหมี่กรอบ2.ยำสองเกลอ3.แกงมัสหมั่นสะโพกไก่ย่าง แนม ผักดองและไข่เค็ม4.แกงจืดเทพกัลยา5.ข้าวแช่6.ล่าเตี...
19/05/2026

วันนี้......
1.กระทงทองหมี่กรอบ
2.ยำสองเกลอ
3.แกงมัสหมั่นสะโพกไก่ย่าง แนม ผักดองและไข่เค็ม
4.แกงจืดเทพกัลยา
5.ข้าวแช่
6.ล่าเตียง
7.ลูกชุบน้ำพริกกะปิ
เลิศ....

วันนี้จะอยากพาทุกท่านมารู้จัก เครื่องว่างชนิดหนึ่ง ที่สวยงาม อ่อนช้อย อ่อนหวาน น่ารักน่าเอ็นดู แฝงความมีปราณีตศิลป์ของขน...
18/05/2026

วันนี้จะอยากพาทุกท่านมารู้จัก เครื่องว่างชนิดหนึ่ง ที่สวยงาม อ่อนช้อย อ่อนหวาน น่ารักน่าเอ็นดู
แฝงความมีปราณีตศิลป์ของขนมไทยชาววังไว้อย่างครบถ้วนทีเดียว แต่...กรรมวิธีการทำนี้ ช่างยุ่งยาก ซับซ้อน พิถีพิถันและต้องใช้ความปราณีต อดทนอย่างมากมายเอาการเสียทีเดียว ขนาดตัวเรา ตอนที่คุณยายท่านฝึกให้ทำนั้น ก็แอบถอดใจมาก...มาตลอด ท่านก็จะพูดลอยๆปลอบใจว่า ก็เร่งฝึกเร่งทำเข้าสิ พอทำได้ ประเดี๋ยวก็งามเอง พวกหล่อนยังโชคดี ได้ฝึกได้เรียนกับแป้งจริง ไส้จริง สมัยท่านฝึกใหม่ๆนั้น ท่านถูกฝึกกับน้ำตาเทียน มาปั้นมาหนีบ ยากแสนยาก เพราะต้องรีบทำให้ทันก่อนน้ำตาเทียนจะแข็ง ทำให้มือพองกันเสียก็มาก เล่าพลางท่านก็"หนีบ"ขนมให้ดูเป็นตัวอย่าง ความสวยงามของขนมชนิดนี้ก็ดึงดูดให้เราตั้งอกตั้งใจฝึกฝน เพราะอยากทำให้ได้เหมือนกับท่าน

" #ช่อม่วง" เป็นเครื่องว่างประเภท "นึ่ง" ชนิดหนึ่งที่ฟังชื่อและได้เห็นรูปร่าง ก็จะเห็นถึงภูมิปัญญาคนไทยสมัยโบราณที่ช่างคิดประดิษฐ์ทำเสียจริง ซึ่งเป็นขนมที่ต้องใช้ความประณีต ในการจับจีบตัวแป้ง หลังการห่อหุ้มไส้แล้วให้มีลักษณะเป็นรูปดอกไม้ ทำให้มีลักษณะขนมที่ดูนุ่มนวล อ่อนหวาน....
ช่อม่วง สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 เห็นได้จากกาพย์เห่เรือชมเครื่องหวาน ตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์ถึงช่อม่วงไว้ว่า “ช่อม่วงเหมาะมีรส หอมปรำกฏกลโกสุมภ์ คิดสีสะไบคลุม หุ้มห่มม่วงดวงพุดตาน"

ทีนี้เราจะเริ่มกันจากผัดไส้ก่อน เพราะต้องให้ไส้คลายตัวเย็นดีก่อน จึงจะห่อได้

ไส้ช่อม่วงนั้น คุณยายท่านใช้
- อกไก่ สัก 2 กิโลกรัม ที่เลาะเก็บมันและหนังออกจนเกลี้ยงดี เคล้าเกลือดับกลิ่นสาบสักหน่อยแล้วค่อยล้างออก ใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้งดี จากนั้นหั่นชิ้นกลางๆ แล้วนำไปนึ่งในลังถึงที่ตั้งจนน้ำเดือดแล้ว ใช้ไฟแรง นึ่งไปสัก 15-20 นาที เมื่อเวลาเดินมาครบและเนื้อไก่สุกดีแล้ว ก็นำลงใส่ในครกหิน บรรเลงการโขลกและยี ให้เนื้อไก่ละเอียดเป็นปุยๆดี ตักขึ้นพักคอยท่าไว้ก่อน ...จากนั้นสับ
- หอมแดงไทย ประมาณสัก ½ กก. ให้ละเอียดยิบ...
- สามเกลอก็สัก 5 ช้อนโต๊ะพูนๆ...
- หอมแดงไทยสัก 1/2 กิโลกรัม ซอยบางๆลงเจียวในน้ำมันหมูให้เหลืองกรอบ ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แล้วจึงนำมาโขลกในครกหินให้ละเอียดยิบ...
- ไข่กลอก 1 แผ่นซอยให้ละเอียดยิบ...และสุดท้าย
- ต้นผักชีไทยสัก 2 ต้นย่อมๆซอยให้ละเอียดยิบอีกเช่นกัน เป็นอันว่าเสร็จเรื่องเครื่องไส้
ทีนี้เราก็มาผัดไส้ไก่ของช่อม่วงกัน
เริ่มจากตั้งกระทะทองเข้า ใช้ไฟกลางค่อนทางเบา พอร้อนใส่น้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ คะเนว่าพอจะผัดสามเกลอให้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งครัว จากนั้นก็ใส่หอมแดงสับละเอียดยิบที่คอยท่าอยู่ ผัดไปสักพัก น้ำจากหอมแดงจะออก คุณยายท่านจะให้ปรุงรสชาติกันในตอนนี้ ใส่น้ำตาลทรายลงไปสัก 5 ช้อนโต๊ะก่อน แล้วตามด้วยเกลือสมุทรอีกสัก 3-4 ช้อนชา ผัดให้ทุกอย่างเข้ากันดี ชิมรสให้ออก รสจัดๆมากๆ หวานเค็ม เรียงตามกันมา ตามด้วยเผ็ดหอมพริกไทยและสามเกลอโดดเด่น เมื่อชิมได้รสตามที่ว่านี้แล้ว ก็ใส่หอมแดงเจียวที่โขลกไว้ลงไป ผัดเคล้าให้ทุกอย่างเข้ากัน ตอนนี้กลิ่นนั้นจะหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งครัว เมื่อเรียบร้อยดี จึงใส่เนื้อไก่ที่โขลกรอท่าอยู่แล้วนี่ลงไป เกลี่ยคลุกเคล้าให้ทุกอย่างเข้ากัน ค่อยๆผัดไปจนไส้เริ่มงวดและแห้งตัวใกล้จะดี ชนิดพอหยิบปั้นได้ จึงใส่ไข่กลอกลงไป เร่งไฟขึ้นสักหน่อย ผัดเร็วๆใส่ผักชีซอยละเอียดลงไป ผัดเคล้าให้ทั่วอย่างรวดเร็ว ปิดไฟ ตักไส้ขึ้นใส่ชามแก้วไว้ก่อน พักไว้ให้เย็นตัว ตอนนี้กลิ่นหอมของไส้จะหอมยั่วยวนชวนกินทีเดียวล่ะคุณ จากนั้นเมื่อไส้เย็นตัวดีแล้ว จึงปั้นไส้ไว้เป็นก้อนกลมขนาดเท่าปลายนิ้วชี้ เรียงใส่ถาดไว้.......
เสร็จสรรพจากเรื่องไส้ ก็มาต่อกันที่เรื่องแป้ง

ทีนี้เราก็จะมาดูเรื่องแป้งกัน
คุณยายท่านใช้
-แป้งข้าวเจ้าอย่างดีพิเศษ 1 ถ้วย
-แป้งมันอย่างดีพิเศษอีก 1/2 ถ้วย
-แป้งท้าวยายม่อม 1/2 ช้อนโต๊ะ
-น้ำมันหมูเจียวกันใหม่ 2 ช้อนโต๊ะ
-หัวกะทิข้นๆ 2 ช้อนโต๊ะ
-และน้ำดอกอัญชันอีก 1 ถ้วย เรื่องการต้มน้ำดอกอัญชันนี่ต้องระวัง คุณยายท่านกำชับนัก อย่าให้สีนั้นเข้มเกินไป ขนมจะไม่งาม ฉะนั้นจึงต้องค่อยๆเติม ไม่ใช่เทน้ำพรวดพลาดลงไปล่ะแม่คุณ.....

เมื่อได้แป้งแล้วเราก็จะกรองแป้งกับกระชอนตาห่างสักนิดสักหนึ่งรอบ เทลงกระทะทอง ขึ้นตั้งไฟกวน ใช้ไฟกลางค่อนไปทางเบา คนด้วยไม้พายตลอดเวลา อย่าวางมือเด็ดขาด ประเดี๋ยวได้ไหม้ติดก้นกระทะทองกัน กวนแป้งเริ่มข้นขึ้น จะค่อยๆกวนยากขึ้น และห้ามละมือเด็ดขาด แม้จะร้อนมือแค่ไหนก็ตามที
เมื่อแป้งได้ที่ จะร่อนออกจากกระทะ ก็เป็นอันใช้ได้ เทแป้งออกจากกระทะ มือแตะน้ำมันหมูสักนิด นวดแป้งขณะยังร้อนมากๆนี้ แป้งจะได้เนียนนวล นุ่ม ตรงนี้จะนวดไปเรื่อยจนกว่าแป้งจะไม่ติดมือ ถือเป็นใช้ได้ จากนั้นให้หาผ้าขาวบางคลุมแป้งปิดไว้

ทีนี้...ก็เริ่มลงปั้นช่อม่วงกันได้สักที....โรยแป้งมันลงบนถาดบางๆและทาที่มือเล็กน้อย เด็ดแป้งที่นวดเสร็จนอนรอคอยท่าอยู่นั้น มาประมาณปลายนิ้วโป้ง ค่อยๆกดจากตรงกลางไล่ออกไป ให้มีลักษณะคล้ายการปั้นหม้อดินจากก้นหม้อ (ทำแบบเดียวกับแป้งสิบและขนมจีบไทยเลย) กดไล่นิ้วมือไปเรื่อยๆ แต่อย่าให้แป้งบางนัก ให้หนาสักประมาณ 1 มิลลิเมตรจะดี จนเหลือแป้งไว้ที่ปลายนิดหน่อย หยิบไส้วางตรงกลาง แล้วค่อยๆเก็บแป้งเข้าหากันตรงกลาง บีบให้แป้งชนกันจนสนิทดี จากนั้นกลับแป้งขึ้นวางบนฝ่ามือ กดเบาๆ เพื่อให้แป้งที่พึ่งพับเก็บปิดไส้เมื่อสักครู่ปิดแน่นสนิทดี บีบแต่งให้ลักษณะแป้งได้รูปสวยงามเหมือนกรวยคว่ำ คุณยายท่านกำชับไว้ ต้องทำให้เป็นกรวยได้รูปสวยเสียก่อนจึงจะหนีบช่อม่วงออกมาได้งาม แต่ต้องระวังเรื่องไส้และแป้ง ไส้จะแตกไม่ได้นะ...เมื่อได้รูปได้ทรงกันแล้ว เราก็เริ่มหนีบแป้งกันให้เป็นดอกไม้ เริ่มจากใช้ที่หนีบช่อม่วงนั้น ชุบแป้งนวลเสียสักหน่อยก่อนจะได้ไม่ติดแป้ง เริ่มจากตรงยอดก่อน ทำเป็นเกสร หนีบเป็น 3 กลีบเล็กๆให้ไขว่ซ้อนกัน จากนั้นชั้นที่ 2 ก็หนีบให้สับหว่างกับชั้นแรก ต้องหนีบให้ได้ 5 กลีบซ้อนกันจึงจะงาม ชั้นที่ 3 ก็หนีบให้สับหว่างกับชั้นที่ 2 แต่ในชั้นนี้ต้องหนีบดึงแป้งออกให้มากหน่อยจะได้เห็นกลีบชัด ชั้นสุดท้าย ชั้นที่ 4 ก็ทำเช่นเดียวกันกับชั้นที่ 3 เป็นอันเสร็จสิ้นเรื่องการหนีบแป้ง แนะไว้สักนิดว่าจะต้องใจเย็น อดทนอย่างมากสักหน่อยทีเดียว เพราะการหนีบลักษณะนี้ต้องฝึกฝนเอาการพอควร ไส้จะแตกไม่ได้ กลีบดอกของช่อม่วงต้องชัด คม และไม่แตก เรียงตัวซ้อนกันสวยเป็นชั้น รูปทรงสัดส่วนต้องได้ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ ออกมาจึงจะงามสมกับเป็นของชาววัง คุณยายท่านบอกว่า หากใครแกะสลักดอกไม้ได้ ก็จะเข้าใจการหนีบกลีบดอกของช่อม่วง เพราะใช้หลักการเดียวกัน....อาจจะยากมากสักหน่อยในขั้นตอนนี้ แต่ก็อย่าได้ท้อใจ จะอย่างไรก็สวยสำหรับตัวเราเอง ของแบบนี้ต้องฝึกต้องฝน จะให้เป็นเลยคงไม่ได้ เมื่อหนีบได้กันแล้วก็เรียงใส่ถาดไว้ ผ้าขาวบางคลุมสักหน่อยจะได้ไม่โดนลม จากนั้นก็ไปเตรียมลังถึงนึ่งกัน

ลังถึงตั้งขึ้นไฟใส่น้ำเข้า ใส่ใบเตยลงไป ตัวลังนั้นปูใบตองที่ทาด้วยน้ำมันหมูให้ทั่ว ปิดฝาตั้งไว้ รอให้น้ำเดือด ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนนิดๆ เมื่อน้ำเดือดดีและใบตองถูกนึ่งให้ตายนึ่งดีแล้ว ก็ยกลง เรียงช่อม่วงลงบนใบตองนี้ เว้นระยะห่างกันเสียหน่อย ดีดพรมน้ำต้มสุกที่ต้มกับใบเตย ให้ทั่วตัวช่อม่วง แล้วจึงยกขึ้นนึ่ง จับเวลา 5 นาที เมื่อเวลาเดินมาครบ ยกลังถึงลงเปิดฝาหม้อออก คุณจะตะลึงกับความงามน่ารักของขนมนี้ ชวนให้หลงใหลทีเดียว รีบดีดพรมตัวขนมให้ชุ่มด้วยน้ำมันหมู แต่คุณยายท่านกำชับว่า ไม่ใช่พรมมากเกินไปนัก อย่าให้มีน้ำมันติดค้างอยู่ที่กลีบของช่อม่วง ประเดี๋ยวเวลารับประทาน จะเลี่ยนกันแย่.....รีบหาจานให้งามสมกับช่อม่วงเลยนะ ปูใบตองสักหน่อยทาน้ำมันน้อยๆ ค่อยๆบรรจงเรียงขนมลงด้วยความเบามือและระมัดระวัง รับประทานกันตอนร้อนๆนี่จะอร่อยเป็นที่สุด เครื่องแนมก็จะมี ผักกาดหอมที่ล้างสะอาดดีทุกใบ ตัดเป็นคำๆ ผักชีจัดเป็นช่อสักนิด พริกขี้หนูสวนและสับประรดหั่นพอดีคำหรือตะลิงปลิงก็แสนเข้าท่ากันเป็นที่สุด

เวลารับประทาน คุณยายท่านให้จิบน้ำชาอุ่นๆหรือน้ำสมุนไพรเพื่อล้างปากกันก่อน แล้วจึงค่อยหยิบช่อม่วงเข้าปาก เคี้ยวรับรสกันสักหน่อยก่อน ตัวแป้งจะนุ่มเหนียวน้อยๆกำลังดี ตัดกับไส้ที่รสจัดหวานเค็ม เรียงกันมา เผ็ดหอมพริกไทยจากสามเกลอ และหอมแดงเจียวคละคลุ้งผสมกลมกลืนกันในปาก แล้วจึงค่อยตามด้วยผักกาดหอมและผักชีเพื่อไปทอนรสลง ตามด้วยพริกขี้หนูสวน หอมเผ็ดนุ่มนวลตัดเลี่ยนได้ดี สุดท้ายก่อนเคี้ยวกันหมดคำตามด้วยสับประรดหรือตะลิงปลิง ความเปรี้ยวนวลๆอมหวานน้อยๆ ช่วยให้ทุกอย่างลงตัวที่รสกลมกล่อมและล้างปากได้ดี เมื่อหมดคำแล้ว ให้จิบน้ำชา ตัวคุณก็จะตกอยู่ในภวังค์ของความงามน่ารัก ของช่อม่วงและรสชาติที่แสนอร่อยจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร..........
ุณพระ #โอ้คุณพระ #ข้าวแช่ #อาหารไทย #ของอร่อยย่านปากคลองตลาดท่าเตียน #ร้านอาหาร #อร่อย #อร่อยบอกต่อ #อร่อยนะรู้ยัง #จัดเลี้ยงอาหารไทย #กระเช้าปิ่นโตถวายพระ #อาหารถวายพระ

ถวายพระเพล คณะเขียวบวร วัดบวรนิเวศวิหารรายการอาหาร1. หลนกุ้งนาง2. ไข่เค็มพะโล้ หมูสามชั้นแบบโบราณ3. แกงคั่วสับปะรดกุ้ง4....
17/05/2026

ถวายพระเพล คณะเขียวบวร วัดบวรนิเวศวิหาร

รายการอาหาร
1. หลนกุ้งนาง
2. ไข่เค็มพะโล้ หมูสามชั้นแบบโบราณ
3. แกงคั่วสับปะรดกุ้ง
4. หมูทอดใบมะกรูด
5. แกงจืดเทพกัลยา
6. ข้าวหอมมะลิ
7. ผลไม้รวม
8. กัทลีจำศีล (กล้วยตุ๋น น้ำกะทิ)
9. น้ำตะไคร้ใบเตย และน้ำเปล่า
ุณพระ #โอ้คุณพระ #ข้าวแช่ #อาหารไทย #ของอร่อยย่านปากคลองตลาดท่าเตียน #ร้านอาหาร #อร่อย #อร่อยบอกต่อ #อร่อยนะรู้ยัง #จัดเลี้ยงอาหารไทย #กระเช้าปิ่นโตถวายพระ #อาหารถวายพระ

วันเสาร์ อาทิตย์นี้มี-ขนมจีนซาวน้ำส่วนวันอาทิตย์นี้มี...-ช่อม่วง-ขนมจีบตัวนก-ล่าเตียงแบบชนิดจำกัดจำเขี่ยมากกก..ท่านใดสนใ...
16/05/2026

วันเสาร์ อาทิตย์นี้มี
-ขนมจีนซาวน้ำ

ส่วนวันอาทิตย์นี้มี...
-ช่อม่วง
-ขนมจีบตัวนก
-ล่าเตียง
แบบชนิดจำกัดจำเขี่ยมากกก..ท่านใดสนใจ เรียนเชิญจองก่อนได้ก่อน😅🤣

14/05/2026

เสนอเมนู ข้าวคลุกกะปิ Ohh คุณพระ #ของอร่อยย่านปากคลองตลาดท่าเตียน #อร่อยนะรู้ยัง ุณพระ #ร้านอาหาร #จัดเลี้ยงอาหารไทย #โอ้คุณพระ

วันนี้ถึงคิว ของขนมจีน อันแสนเรียบง่ายแต่อร่อยเป็นที่สุด....ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ มีบริการหน้าร้านนะคะ😁 เริ่มเลยดีกว่า.....
14/05/2026

วันนี้ถึงคิว ของขนมจีน อันแสนเรียบง่ายแต่อร่อยเป็นที่สุด....
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ มีบริการหน้าร้านนะคะ😁 เริ่มเลยดีกว่า...

หากจะกล่าวถึงของกินหน้าร้อนตามภูมิปัญญาแต่เก่าก่อนนั้นก็นับได้ว่ามีอยู่หลายอย่างหลายประเภททีเดียว เนื่องจาก คนโบราณท่านได้หาวิธีคลายร้อนกันตามสภาพความเป็นอยู่ ตั้งแต่การปลูกเรือนจนถึงเรื่องอาหารการกิน

โดยที่ในฤดูร้อนนี้ ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ให้บรรดาผลไม้นานาชนิด มีผลผลิตตามฤดูที่หลากหลายมากมายและกำลังสุกงอมพอดิบพอดี ได้แก่ มะม่วง มะปราง มะยงชิด ลิ้นจี่ สับปะรด ฯลฯ ผลไม้เหล่านี้มีรสหวานอมเปรี้ยวเหมาะสำหรับการกินให้ชื่นอกชื่นใจในวันร้อนรุ่มกลุ้มใจเช่นนี้
ภูมิปัญญาคนโบราณท่านได้ถ่ายทอดอาหารประจำทุกฤดูให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ โดยนำผลไม้มาปรุงเป็นอาหาร เช่น ขนมจีนซาวน้ำ ข้าวแช่ ยำส้มโอ มะม่วงสุกหรือแตงโมหน้าปลาแห้งกินกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวมูน ให้ความรู้สึกสดชื่น เพื่อเจริญอาหาร แก้อาการเบื่ออาหารยามอากาศร้อน

ในวันนี้จะยกเมนูเก่าแก่เสียเหลือเกิน หารับประทานก็ยังพอจะมีให้เห็นกันประปราย แต่ไม่สู้จะอร่อยเท่าลงมือทำกันเอง และยังเป็นเมนูที่คุณแม่ชอบรับประทานนักหนา วันนี้เราจึงลงครัวว่ากันด้วยเรื่อง "ขนมจีนซาวน้ำ"

คนโบราณท่านกินเป็นของกินหน้าร้อน รสชาติออกหวาน เปรี้ยว สำหรับกินเย็น ช่วยดับร้อนในช่วงสงกรานต์ได้ดีนักเชียว แถมเครื่องเคราต่างๆยังมากมายด้วยสรรพคุณทางยาด้วยนะ สำหรับของบ้านเรานั้นก็มีเครื่องปรุงและวิธีปรุงกันตามนี้ เริ่มกันจาก เครื่องโรยก่อน
-มีกระเทียมจีนใหม่สัก 8 กลีบ ล้างให้สะอาด ปอกเปลือกให้เกลี้ยงแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง ผึ่งให้แห้ง ใครมีฝีมือจะแกะลวดลายสักนิดสักหน่อยก็จะทำให้น่ารับประทานขึ้นนะ เสร็จแล้วก็ฝานตามขวางเป็นแผ่นบางๆใส่ถ้วยพักไว้ก่อน
-กุ้งแห้งเนื้อตัวใหญ่สัก 2 ขีด ได้มาแล้วก็ล้างให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้สักครู่ให้พอได้อ่อนตัวลง สงขึ้น แล้วนำลงคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนให้แห้ง เสร็จแล้วจึงใส่ครกหินแต่น้อยโขลกและยีจนฟูตักขึ้นใส่ถ้วยพักไว้
-ขิงอ่อนๆสัก 4-5 หัวได้มาแล้วก็ล้างให้สะอาด ปอกเปลือก ฝานเป็นแผ่นบางๆแล้วจึงซอยเป็นเส้นบางๆ เสร็จแล้วก็ใส่ถ้วยใส่น้ำล้างจะหมดขุ่น ค่อยใส่ถ้วยพักไว้อีกเช่นกัน
-สับปะรดสัก 1 ลูก ที่บ้านใช้ของศรีราชา ล้างให้สะอาด ปอกเปลือก เอาตาออกเสียให้หมด ล้างให้สะอาด แล้วจึงใช้มีดสับและฝานอย่างทำมะละกอส้มตำ ใส่หม้อเคลือบไว้จนหมดลูก ส่วนแกนนั้นไม่ใช้ เสร็จแล้วจึงนำขึ้นตั้งไฟกลางๆ พอร้อนก็ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้เข้ากัน พอน้ำตาลละลายก็ค่อยๆใส่เพิ่ม คอยชิมด้วย ส่วนจะใช้น้ำตาลเท่าใดนั้นให้ชิมกันเอาเองละกัน เพราะไม่รู้ว่าคุณจะได้สับปะรดกันมาท่าไหนหวานมากน้อยเพียงใด ใส่น้ำตาลทรายแล้ว ให้เคาะเกลือลงไปสักหน่อย เอาพอมีรสเค็มปะแล่มนิดๆ เชื่อมสับปะรดกันไปสักครู่ พอน้ำเริ่มแห้งและชิมรสกันได้ที่แล้วก็ให้บีบมะนาวลงไปสัก 2 ซีกเพื่อตัดรสหวานและเพื่อเพิ่มกลิ่นที่หอมยิ่งขึ้น ตามที่คุณย่าท่านกำชับไว้นักหนา
-พริกขี้หนูสวน ได้มาก็ล้างให้สะอาด หั่นซอยไว้
-มะนาวแป้น ก็เช่นกัน ล้างให้สะอาด หั่นไว้สำหรับบีบ
-ไข่ต้ม คงไม่ต้องแนะกันแล้วกระมังนะ ต้มให้เป็นยางมะตูมหน่อยๆก็แล้วกันจะได้น่ารับประทาน
-น้ำปลาดี
-ขนมจีน

เมื่อได้เครื่องกันครบ ก็เตรียมลงมือทำแจงลอน กุ้งและน้ำกะทิกัน เริ่มจากทำแจงลอนกันก่อนดีกว่า รากผักชีอวบๆสัก 3-4 รากซอยให้ละเอียด พริกไทยเม็ดสัก 10 เม็ด กระชายปอกเปลือกหัวซอยบางๆสัก 4-5 หัว เกลือสมุทรสักครึ่งช้อนชา เริ่มจากโขลกรากผักชีกับพริกไทยให้ละเอียดก่อนแล้วค่อยใส่กระชายและเกลือลงไปโขลกตามทีหลังให้ละเอียดดี เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ใส่เนื้อปลากรายขูดครึ่งกิโลลงไปโขลกให้ทุกอย่างเข้ากันและเหนียวดี คุณย่าท่านบอกว่าโขลกไปนั่นแหละ โขลกไป จนกว่าเนื้อปลาจะเหนียวจนสามารถยึดตัวครกลอยติดขึ้นมากับสากได้นั่นแหละดี ก็โขลกกันไปนะ เสร็จแล้วค่อยตักขึ้นใส่ชาม แนะว่าให้เข้าตู้เย็นไว้สักหน่อยจะได้เหนียวหนึบขึ้นอีกนิด พักไว้ก่อน
กุ้งชี้แฮ้ก็สักครึ่งกิโล ล้างให้สะอาด เด็ดหัวนั้นทิ้งไป ปอกเปลือกออกให้หมดสิ้นผ่าหลังชักไส้ ล้างให้สะอาดอีกครั้ง ซับให้แห้ง หั่นขวางแบ่งครึ่งตัวสักหน่อยจะได้พอดีคำ เสร็จแล้วก็เข้าตู้เย็นไว้เช่นกัน
กะทิ บอกที่ตลาดให้เค้าคั้นมาให้เลย คั้นเอาแต่หัวไม่เอาหางและไม่ต้องใส่น้ำเลยสัก 1 1/2 กิโลกรัม ได้มาแล้วก็ใส่หม้อขึ้นตั้งไฟเบา ใส่น้ำต้มสุกลงไปสัก 2 ถ้วย พอร้อนให้เคาะเกลือและน้ำตาลลงไปสักหน่อย ""แค่พอให้น้ำกะทินั้นมีรสมีชาติ""กันขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องให้มีรสชาติกันขนาดขนมหวานนะ เนื้อปลากรายในตู้เย็นที่คอยท่านั้น ให้นำออกมาใช้ช้อนชุบน้ำสักหน่อยกันเนื้อปลาติดช้อนปาดเนื้อปลากรายให้เป็นก้อนแล้วค่อยใส่ลงในน้ำกะทิ ทำเช่นนี้ไปจนหมด จากนี้คุณย่าท่านไม่ให้คน ด้วยกลัวว่าจะคาวได้ ต้องรอจนกะทิเดือดเท่านั้น เนื้อกุ้งก็เช่นกัน ใส่ตามลงไป รอจนเดือดแค่พอกุ้งสุกเท่านั้น กำชับไว้ว่า อย่าให้สุกเกิน เนื้อจะแข็งและหมดรสหวานจากเนื้อกุ้งกันไป ก็ปิดไฟ ยกลงเป็นอันเสร็จ สำคัญที่สุด คุณย่าท่านกำชับนักหนาคือ กะทิจะแตกมันไม่ได้เลยแม้เพียงน้อย ไม่อร่อยทันที เพราะฉะนั้นต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษทีเดียว ถึงเวลารับประทาน เรียกทุกคนมากันให้พร้อม หยิบขนมจีนใส่จานสักจับ โรยเครื่องต่างๆที่เรียงรายอยู่ให้พร้อมสรรพ แต่คุณย่าท่านบอก ไม่ใช่สักแต่หยิบๆใส่ ใส่ขนมจีนแล้ว ต้องตามด้วยสับปะรดเชื่อม(บ้านเราไม่โรยน้ำตาลทราย เพราะคุณย่าท่านบอกว่า กินไปแล้วระคายปากด้วยน้ำตาลทรายจะไม่ค่อยละลาย จึงนำมาเชื่อมเสียกับสับปะรด ทำให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก) จากนั้นจึงตามต่อด้วยขิงฝอย กุ้งแห้ง กระเทียม พริกขี้หนู แล้วจึงราดน้ำกะทิพร้อมแจงลอนและกุ้ง บีบมะนาวและน้ำปลาตบท้าย ท่านว่าแล้วค่อยคลุก รวมกัน ทุกอย่างเข้ากันดีอย่างลงตัวกลายเป็นรสชาติอันกลมกล่อม วันนี้บ้านเราเลยมีความสุขใหญ่โดยเฉพาะคุณแม่ รับประทานเสียไม่สนใจใครเลยทีเดียว......ลองดูสิคุณ รับรองว่าอร่อยนักหนาเชียวล่ะ....
ุณพระ #โอ้คุณพระ #ข้าวแช่ #อาหารไทย #ของอร่อยย่านปากคลองตลาดท่าเตียน #ร้านอาหาร #อร่อย #อร่อยบอกต่อ #อร่อยนะรู้ยัง #จัดเลี้ยงอาหารไทย #กระเช้าปิ่นโตถวายพระ #อาหารถวายพระ

13/05/2026

พะโล้หมูสามชั้น จากเจ้าคุณพี่หญิง โอ้ยยน้องๆที่ร้านถึงขั้นละเมอฝัน อร่อยมากเธอ อร่อยชนิดวัวตายควายล้มกันเลยทีเดียว อร่อยจนอยากประกาศให้ทั้ง 3 โลกได้รับรู้

....เหลือเท่านี้แล้ววว“โอ้ละเห่เอย หัวล้านนอนเปล ลักข้าวเม่าเขากิน เขาจับตัวได้ เอาหัวไถดิน หัวล้านมักกิน ตกสะพานลอยไป” ...
11/05/2026

....เหลือเท่านี้แล้ววว

“โอ้ละเห่เอย หัวล้านนอนเปล ลักข้าวเม่าเขากิน เขาจับตัวได้ เอาหัวไถดิน หัวล้านมักกิน ตกสะพานลอยไป”

เอ้า นั่นป่ะไรหลับเสียสิยะ ชั้นร้องเพลงกล่อมให้แล้วอย่างไร......อะไรกัน...แม่คุณ!!!ชั้นแค่ให้คัดข้าวเม่าแค่เพียงเท่านี้ หล่อนก็ทำท่าทำทางง่วงหงาวหาวนอนเสียแล้วรึนี่.....แค่เริ่มต้น...เสียงหวานใสแต่แอบแฝงด้วยความเฉียบขาดดุดันก็ดังมากระทบโสตประสาทหูจนได้.....

วันนี้เราจึงมาว่ากันด้วยเรื่อง “ #ข้าวเม่าหมี่”
หลังจากที่ได้ทำออกขายกันไปสักระยะหนึ่งแล้ว ก็ได้รับเสียงชื่นชมและตอบรับกลับมาอย่างดีมากๆ

วันนี้....จึงอยากพาทุกท่านมารู้จักกับข้าวเม่าหมี่เสียหน่อย ซึ่งมีรสชาติที่แสนจะอร่อยล้ำ ย้ำยวนใจเสียเหลือเกิน ชอบมาก ชอบมาแต่เด็กๆจนโตมาเดี๋ยวนี้...

ในระหว่างที่กำลังช่วยคุณยายท่านเตรียมเครื่อง เพื่อปรุงเจ้าของกินเล่นแสนอร่อยอยู่นั้น ท่านก็พูดขึ้นมาว่า ผู้ใหญ่สมัยก่อนนี้ ท่านเก่งเหลือเกิน หยิบจับเครื่องปรุงอย่างนั้นอย่างนี้ในครัวได้ ก็คิดดัดแปลง ประยุกต์ สร้างสรรค์อาหารจานใหม่ๆขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจนัก คงจะผิดกับหล่อนทีเดียวนะ ชั้นว่า"หน้าอย่างนี้ เอาปูนหมายหัวไว้ได้เลย ลิงโลดนี่ทีหนึ่งไม่เป็นสองรองใครเทียวล่ะ" พร้อมเล่าต่อว่า ข้าวเม่าในอดีตนิยมทำกันในเดือน 11-12 อันเป็นฤดูหนาว ซึ่งข้าวจะให้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร การหยิบฉวยเอาข้าวอ่อนๆมาตำเก็บไว้เพื่อถนอมเก็บไว้ให้มีรับทานได้นาน เพราะว่าข้าวเม่าเป็นข้าวที่คืนรูปง่ายกว่าข้าวตาก(ข้าวตังนั่นล่ะ) แค่เอาน้ำต้มสุกพรมใส่ก็จะนุ่มกินได้ อาจจะใช้เป็นเสบียงกรังในฤดูแล้งที่ทำนาไม่ได้......อย่างไรกัน...ฟังชั้นพูด นั่งมองหน้าทำตาใส มือไม่กระดิก หูฟัง มือหล่อนก็ทำงานไปด้วยสิยะ......

ทีนี้เรามาดูเครื่องเครากันดีกว่า เริ่มจาก
- ข้าวเม่า ท่านกรุณาอธิบายให้ฟังว่า
ข้าวเม่านั้นมีอยู่สองพวกใหญ่ๆคือทำจากข้าวเหนียว และทำจากข้าวเจ้า ทุกวันนี้ข้าวเม่าข้าวเจ้าหากินกันแทบไม่มีแล้ว ข้าวเม่ามีหลายแบบเช่น
ข้าวเม่าฮ่าง เป็นข้าวเม่าอ่อน คือเก็บเมล็ดข้าวที่ยังไม่สุกดีเปลือกยังเขียวอยู่ แต่ปลายข้าวอมน้ำตาลนิดๆ ข้าวเม่าฮ่างนี้เมื่อเสร็จแล้วจะได้ข้าวเม่าสีอมเขียวอ่อนๆ
ข้าวเม่าห่าม แบบนี้ข้าวที่เอามาตำเปลือกจะอมน้ำตาลแล้ว ข้าวเม่าที่ได้จะมีสีเขียวอ่อนกว่าแบบแรก แบบนี้ที่ขายกันมากตามท้องตลาด
ข้าวเม่านวล หรือข้าวเม่าขาวนวล เป็นข้าวที่แก่ขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง จะได้ข้าวเม่าสีขาวนวล
ที่จะใช้กันวันนี้ก็คือ ข้าวเม่าห่าม ใช้สัก ½ กิโลกรัมก็พอ ได้มาแล้วท่านก็จะกำชับหนักว่าจะต้องใส่กระด้งฝัดเอาฝุ่นออกให้เกลี้ยง จากนั้นจึงค่อยคัดเปลือกข้าวหรือเมล็ดข้าวออกให้หมด แล้วจึงค่อยนำไปผึ่งแดดจัดสัก 2 ชั่วโมงก็จะดี เมื่อตากกันจนหอมกลิ่นแดดอ่อนๆดีแล้วก็ได้เวลามาทอดกัน ท่านว่าจะสิ้นท่าตกม้าตายกันก็เพราะทอดข้าวเม่านี่มาก็หลายรายแล้ว เพราะฉะนั้นจงตั้งใจฝึกฝนทำให้ดี จะได้เป็นวิชาและนิสัยติดตัวเจ้าไป นิสัยที่ว่า ก็คือ การทำสิ่งใด ให้ทำแต่พอตัวพองาม ไม่ให้มากเกินไปน้อยเกินไป สิ่งที่ทำก็จะออกมาดีมางามไม่เสียหาย หรือหากเสียหายก็ยังพอหาหนทางแก้ไขได้ทันท่วงทีเพราะยังเสียหายไปน้อยอยู่นั่นป่ะไร....(เราฟังตอนนั้น...แอบคิดในใจเบื่อที่สุด พูดมากจริง)
เข้าเรื่องการทอดกันเลยดีกว่า การทอดข้าวเม่า ท่านกำชับอย่างหนัก ให้ใช้น้ำมันแต่น้อยแบ่งทอดหลายๆครั้ง เพราะทอดข้าวเม่านี้รำจะหลุดง่ายเวลาทอด อย่าโหมใส่น้ำมันทีละมากๆ ให้ใส่แค่พอทอด ทอดทีกำมือก็พอ ทอด3-4รอบก็เปลี่ยนน้ำมันใหม่ ถ้าเจ้าไม่เปลี่ยนเลย รำข้าวที่ไหม้ลอยอยู่ในน้ำมันก็จะมาติดที่ตัวข้าวเม่า พานให้ดูกระดำกระด่าง ไม่น่ารับทานเอาเสียเลย การทอดให้ตั้งน้ำมันด้วยไฟกลางค่อนไปทางอ่อนหน่อย รอให้น้ำมันร้อนแล้วจึงจะทอด ทอดเสร็จแล้วก็ต้องคอยซับน้ำมันให้ดีเชียว เข้าใจหรือไม่...พร้อมฟาดไม้เรียวลงกับพื้นกระดานไม้1ที
- มันหมูแข็งสัก ½ กิโลกรัม ล้างน้ำให้สะอาด เคล้าด้วยเกลือให้ทั่ว ดับกลิ่นสาบเสียนิด จึงค่อยล้างออก ซับด้วย
ผ้าแห้งสะอาดให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก สำหรับเจียว เก็บไว้ทั้งกากหมู และน้ำมันที่ได้
- กุ้งแห้งเนื้อ เลือกอย่างชนิด ไม่เค็มและสีจัดจ้านจนน่ากลัว ได้มาต้องล้างให้สะอาด แช่น้ำจนนิ่ม แล้วจึงค่อยนำไปคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนๆจนแห้งน้ำดี ส่งกลิ่นหอม จากนั้นจึงค่อยนำไปทอดด้วยน้ำมันหมูให้ฟูกรอบ ท่านว่า ที่ต้องให้แช่น้ำก็เพื่อให้เนื้อกุ้งไม่แห้งจนเกินไป รับประทานแล้วไม่กระด้าง ระคายปากให้รำคาญใจ ส่วนที่คั่วนั้นก็เพื่อให้เนื้อกุ้งแห้งจากการแช่น้ำและมีกลิ่นที่หอม ตรงนี้ท่านว่าจะเท่าใดนั้นก็ตามแต่ใจเจ้าจะชอบแล้วกัน
- เต้าหู้แผ่นเหลือง สัก 1 แผ่น ได้มาจากตลาดให้นำขึ้นลวกน้ำร้อนเดือดๆเสีย เพื่อจะได้สะอาดและไม่เสียง่าย แล้วจึงหั่นเป็นชิ้นเล็กๆให้มีขนาดที่เท่ากันด้วยนะ กวาดลงกระด้ง แล้วนำไปผึ่งแดดจัดๆ ให้แห้ง จึงค่อยมาแกะชิ้นเต้าหู้ที่ยังติดกันอยู่ออกเป็นชิ้นๆ ผึ่งให้แห้งเสียอีกที แล้วจึงทอดด้วยน้ำมันหมู ไฟเบาๆจนพอง ฟูกรอบ น่ารับประทาน พักไว้ก่อน
- ถั่วลิสง ก็สัก ½ กิโลกรัมได้มาก็คั่วด้วยไฟอ่อนๆจนสุกส่งกลิ่นหอม ร่อนเปลือกออกให้เกลี้ยง จากนั้นขึ้นตะแกรงร่อนเอาผงถั่วออกให้หมด จึงใส่ถ้วย พักคอยท่าไว้ก่อน
- น้ำตาลทราย สัก ½ กิโลกรัม และเกลือสมุทร 1 ½ ช้อนชาก็น่าจะพอ ท่านให้เอาใส่ครกหินแต่น้อยแล้วโขลกให้ละเอียด แต่ก่อนที่จะโขลกนั้น ท่านให้สำรวจครกและสากให้ดีเสียก่อนว่ามี สี กลิ่นและรสอย่างอื่นอย่างใดอยู่บ้าง ถ้ามีก็ให้ใช้เกลือผสมกับน้ำมะขามเปียกขัดเสียให้ทั่ว จนหมดกลิ่น ทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยใช้น้ำร้อนล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ถึงจะบรรเลงการโขลกน้ำตาลและเกลือได้

ทีนี้..เรามาเริ่มลงมือผัดกันได้สักที
ตั้งกระทะเข้าสิ มัวพิรี้พิไรอะไรของหล่อนอยู่ ใช้ไฟอ่อนที่สุดหรือใช้ไฟขี้เถ้ากลบหนาๆหน่อยจะดี นำของที่ทอดแล้วทุกสิ่งมาผสมกันกันในหม้ออวยใบเขื่องๆหน่อยก็จะดี คลุกเคล้าให้เข้ากันดีเสียก่อน จึงค่อยตักใส่กระทะที่ตั้งไฟคอยท่าอยู่นั่น ให้เท่าที่จะคั่วกันทันการและกำลังไหว ก็คั่วกันไปก่อน ให้ข้าวเม่าและเครื่องต่างๆนั้นกลับมาพอร้อนอีกครั้ง จากนั้นจึงค่อยๆโรยน้ำตาลและเกลือที่โขลกนอนรอคอยท่าอยู่นั้นลงไปทีละน้อยๆ พอโรยน้ำตาลลงแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่ผัด ก็ต้องเร่งมือคั่วเข้า ให้ทันก่อนที่น้ำตาลจะไหม้เสียก่อน ชั้นจะบอกหล่อนให้นะ ที่ต้องลงข้าวเม่าหมี่ในกระทะทีละน้อย อีกคนค่อยๆคั่วและอีกคนค่อยโรยน้ำตาลนั้น ก็เพราะว่า เรากำลังคั่วของแห้ง เพราะฉะนั้นน้ำตาลจะไหม้ง่ายมากทีเดียวล่ะ อย่างนี้แล้วเวลาที่อีกคนโรยน้ำตาล คนที่ผัดก็จะต้องเร่งมือผัดให้ทัน คลุกเคล้าให้เข้ากันดีจนกว่าน้ำตาลและเกลือจะละลายซึมเข้าไปในเนื้อข้าวเม่าหมี่จนหมด ค่อยคั่วไปอีกสักพักแล้วจึงตักขึ้นผึ่งไว้ให้คลายร้อน และทำเช่นนี้ไปจนหมด จากนั้นจึงเคล้าให้เข้ากันอีกทีในหม้ออวยใบเดิมนั่นล่ะ เป็นอันว่าเสร็จ พร้อมรับทานได้แล้วทีนี้

แล้วเวลานี้ล่ะ ที่เรามักจะอดใจไว้ไม่ไหว ต้องแอบหยิบพร้อมยัดเข้าปากให้มากในระหว่างที่ท่านเผลอ เพราะกว่าจะรอให้ท่านตักแบ่งให้ผู้ใหญ่มันนานเกินไป มีเวลาก็ต้องรีบและเร็วที่สุดเท่านั้นแหละ

เวลารับทาน ไม่มีอะไรมาก ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากสำหรับตัวเราพวกชาวบ้านร้านตลาดอย่างที่ท่านชอบกล่าวหา เรียกว่ากำเข้าปากก็ได้ไม่ผิดนัก เคี้ยว เคี้ยว และก็เคี้ยว อร่อย เพลิน แต่สำหรับคุณย่าท่านไม่ได้ ต้องตักใส่ชามใบงามๆพร้อมช้อนกลางคันเล็กๆ ค่อยๆตักเข้าปากตามช้อนเล็กๆนั้น แถมยังต้องคั่นเวลาด้วยการจิบน้ำชาอุ่นๆหรือน้ำมะตูมอุ่นๆ โอ้ยยยยยยยมันช้าเกินไปคุณว่าไหม อยากจะบรรยายให้ฟังว่า เมื่อรวมกันอยู่ในปากที่กำลังเคี้ยวรับรสอย่างดื่มด่ำกับรสชาติที่หลากหลาย ผสมผสานกันไปมาจนกลายเป็น รสกลมกล่อมที่ละมุนละไม เพียงเผลอไผลไปนิดเดียว หมด”กะละมัง”ไปเมื่อไรไม่รู้ตัวทีเดียวนะ....ว่าไหม

#ในรูปเป็นของที่ทำออกขายอาจมีเพิ่มเติมจากสูตรบ้าง

ุณพระ #โอ้คุณพระ #ข้าวแช่ #อาหารไทย #ของอร่อยย่านปากคลองตลาดท่าเตียน #ร้านอาหาร #อร่อย #อร่อยบอกต่อ #อร่อยนะรู้ยัง #จัดเลี้ยงอาหารไทย #กระเช้าปิ่นโตถวายพระ #อาหารถวายพระ

พิพิธภัณฑ์ลับ...วัดพระเชตุพน...ไปมาแล้วดีมาก ดีจริงๆ ชมเสร็จ อย่าลืมแวะมารับประทานข้าวที่ร้านกันนะคะ😁Cradit ; sarakadee ...
11/05/2026

พิพิธภัณฑ์ลับ...วัดพระเชตุพน...ไปมาแล้วดีมาก ดีจริงๆ ชมเสร็จ อย่าลืมแวะมารับประทานข้าวที่ร้านกันนะคะ😁
Cradit ; sarakadee lite
https://www.facebook.com/share/1DXhAc4GrG/

ที่อยู่

8-10-12 ร้านOhhคุณพระ Rooftop Heritage & Dining ถ. ราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 11:00 - 20:00
อังคาร 11:00 - 20:00
พุธ 11:00 - 20:00
พฤหัสบดี 11:00 - 20:00
ศุกร์ 11:00 - 20:00
เสาร์ 11:00 - 20:00
อาทิตย์ 11:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66898973278

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ohh คุณพระผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Ohh คุณพระ:

แชร์