11/04/2026
วันนี้ทีม Underdog มีโอกาสเยี่ยมชม Thomas Fawcett & Sons. หนึ่งในโรงมอลต์เก่าแก่ของอังกฤษที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1809 และยังเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่คงรักษาการทำ floor malting แบบดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากการได้เห็นกระบวนการผลิตมอลต์อย่างใกล้ชิดแล้ว เรายังได้พูดคุยกับ Mungo Fawcett, Managing Director เกี่ยวกับอนาคตของคราฟต์เบียร์ เทรนด์ของมอลต์ และโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมเบียร์ไทย
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ ตลาดคราฟต์เบียร์ในสหราชอาณาจักรกำลังให้ความสำคัญกับเบียร์ที่ดื่มง่าย แอลกอฮอล์ไม่สูงมาก แต่ยังคงยืนอยู่บนพื้นฐานของคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น session beer, pale ale, IPA, real ale, lager หรือ pilsner ขณะเดียวกัน มอลต์สายพันธุ์ดั้งเดิมหรือ heritage malt อย่าง Maris Otter, Golden Promise, Spring Ale, Pearl Ale และ Halcyon ก็ยังคงได้รับความนิยม เพราะช่วยสร้างคาแรกเตอร์และมิติของรสชาติที่แตกต่าง
สำหรับประเทศไทย Mungo มองว่าเป็นตลาดที่น่าจับตามองอย่างมาก หลังการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคราฟต์เบียร์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายเล็กสามารถเข้าสู่ตลาดและแข่งขันได้มากขึ้น นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้บริโภคไทยจะได้สัมผัสเบียร์ที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์มากขึ้นในอนาคต
อีกประเด็นสำคัญคือ แม้โรงเบียร์ทั่วโลกจะให้ความสนใจกับฮอปส์และยีสต์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่มอลต์ยังคงเป็นรากฐานของรสชาติ Mungo ย้ำชัดว่า เพียงแค่เปลี่ยน base malt ก็สามารถเปลี่ยน character ของเบียร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ และนี่คือสิ่งที่ brewer ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมองหารสชาติที่ชัดเจนและแตกต่างมากขึ้น
ในด้านเทรนด์ของมอลต์ มอลต์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในคราฟต์เบียร์สมัยใหม่ ได้แก่ dextrin malt, oat malt, crystal malt, crystal oat และ crystal rye ขณะเดียวกัน Thomas Fawcett ก็ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง pale colour malt จาก heritage barley varieties เพื่อตอบโจทย์ brewer ที่ต้องการทั้งความสะอาดของสีและความซับซ้อนของรสชาติไปพร้อมกัน
บทสนทนาในวันนี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกว่า ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของพลังงานหรือทรัพยากรเท่านั้น แต่รวมถึงการลงทุนในคน ความรู้ และคุณภาพระยะยาวของผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับสิ่งที่โรงเบียร์ขนาดเล็กจำนวนมาก รวมถึงในไทย กำลังพยายามสร้างขึ้น
Thomas Fawcett & Sons เป็นอีกตัวอย่างของธุรกิจครอบครัวที่เติบโตจากความเชี่ยวชาญและความต่อเนื่องยาวนานหลายรุ่น และ Mungo เองก็แสดงความตั้งใจอย่างชัดเจนว่าอยากสนับสนุนโรงเบียร์คราฟต์ขนาดเล็กในไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคงในฐานะพันธมิตรระยะยาว
ขอบคุณ Thomas Fawcett & Sons และ Mungo Fawcett สำหรับการต้อนรับและการแบ่งปันมุมมองที่มีคุณค่า และขอบคุณ คุณปาล์ม THAIBREWSHOP ที่ช่วยจัดการเรื่องtour visitครับ
Underdog เชื่อว่า อนาคตของคราฟต์เบียร์ไทยจะเติบโตได้อย่างแข็งแรงขึ้น เมื่อโรงเบียร์เล็ก ๆ ได้ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจทั้งเรื่องวัตถุดิบ คุณภาพ และการเติบโตระยะยาวอย่างแท้จริง