SeedGrind ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกาแฟ และอื่นๆ

🍫🌰☕️
06/06/2025

🍫🌰☕️


Rainy day
26/05/2025

Rainy day



🌥️  Everydays with Coffee                    Everywheres with Me
03/05/2025

🌥️ Everydays with Coffee
Everywheres with Me


09/09/2024
09/09/2024
09/09/2024

𝐓𝐡𝐞 𝐁𝐞𝐚𝐮𝐭𝐲 𝐨𝐟 𝐅𝐞𝐫𝐦𝐞𝐧𝐭𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 สำหรับ “พี่อ้วน ~ ลลิดา สิทธิพฤษทานนท์” มองเรื่องการเฟอร์เม้นท์ว่า มีหลากหลายโลกของผู้กิน





ต้องย้อนกลับมาดูว่า เราเฟอร์เม้นท์มันเพื่ออะไร มันก็จะมีหลายโลกผู้กิน ผู้กินหน้าเก่าที่กินมานานแล้ว กับผู้กินหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในโลกของกาแฟ มันก็จะมีหลากหลายความชื่นชอบ

ถ้าถามพี่ เฟอร์เม้นท์คือกระบวนการที่เป็นการปรับแต่งรสชาติให้กาแฟธรรมดาๆเป็นกาแฟพิเศษขึ้นมา ซึ่งสิ่งที่เข้ามาเป็นกระบวนการปรับรสชาติ มันจะมีทั้งหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง สุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นคนเลือกเองว่าชอบทานแบบไหน ในส่วนที่พี่อยู่ในขาที่กินกาแฟมาระยะหนึ่งแล้ว เราก็อยากทานที่เป็นออริจินมากขึ้น ทานสายพันธุ์มากขึ้น ทำอะไรกับเค้าน้อยหน่อย เพราะมันจะมีเสน่ห์ในรสชาติ คาแรกเตอร์ของเค้าอยู่แล้ว

พี่ทำเฟอร์เม้นท์ โปรเสสฮันนี่ ส่งประกวด ICP2024 ได้ที่ 6 พี่เองก็ซื้อเชอรี่ทั่วไปโดยซื้อสุ่มจากชาวบ้านที่รวมกันมา แต่มาคัดเกรด และเลือกที่จะหมักใช้วิธีที่ไม่ใช้ออกซิเจน สีเปลือก แล้วก็ส่งประกวดเป็นฮันนี ซึ่งทุกอย่างก็จะมีคอนโทรล ซึ่งของพี่ก็คือ เราไม่อยากให้มันโอเวอร์เฟอร์เม้นท์มากกว่าโปรเสสที่มันควรจะเป็น มันก็เลยออกมาในจุดที่เราอยากให้มันเป็น อยู่ในจุดที่สวยงาม

ส่วนตัวพี่ ถ้าสายพันธุ์พิเศษอยู่แล้ว อยากให้เค้าโชว์ตัวตนดีกว่า แต่ถ้าบางสายพันธุ์อาจจะมีข้อด้อยในบางเรื่อง เราก็สามารถเอาการโปรเสสมาช่วยได้ ~ โดยต้องไม่เสียคาแรกเตอร์ของสายพันธุ์





September Coffee บอกเล่าความดีงามของกาแฟหมักด้วยความพอดี ผ่านรสชาติของกาแฟที่มีความแตกต่างกัน 4 ตัว ได้แก่

1.มณีพฤกษ์ นภาพร กำเนิดมงคล SCATH2024 Honey (Auction Lot) : ปริมาณ 100 กรัม

2.เชิดพงษ์วิลเลจ COE Trophy Peaberry Lot : ปริมาณ 100 กรัม

3.บ้านวัดจันทร์ แสนชัย Sun/Cool/Natural Crop2024 : ปริมาณ 100 กรัม

4.บ้านแม่จันใต้ อนุสรณ์ จือปา ASD Crop2024 : ปริมาณ 100 กรัม

🔥 คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะทั้งหมดนี้ ราคาเพียง 1,650 บาท พร้อมจัดส่งฟรีเฉพาะลูกค้าที่สั่งเซ็ตกาแฟเดือนกันยายน พิเศษ! สามารถกดเพิ่มสินค้าอื่นๆลงกล่องเดียวกันได้ ไม่ต้องเสียค่าส่งเพิ่มอีก

ทางร้านจัดการแบ่งกาแฟส่งให้ 2 รอบ ได้แก่ “รอบคั่ว 9 ก.ย.” รับเชิดพงษ์วิลเลจ + อนุสรณ์ ASD และ “รอบคั่ว 23 ก.ย.” รับมณีพฤกษ์ Honey + บ้านวัดจันทร์​2024

#การหมักที่พอดี #แกลลอรีกาแฟไทย #กาแฟเดือนกันยายน #กาแฟประกวด #กาแฟรางวัล #เมล็ดกาแฟสำหรับดริป

🛒 สั่งซื้อ September Coffee ผ่านลิงก์ https://gallerydripcoffee.page365.net

09/09/2024
09/09/2024

4:6 Method เป็นหนึ่งในวิธีดริปกาแฟที่ "ง่าย" ที่สุด ทั้งเข้าใจง่าย และ จำง่าย... กาแฟ 20g เทน้ำ 60g x 5 ครั้ง ยกออก สุดแสนจะ Simple แต่ในความเรียบง่ายนั้น ก็มีรายละเอียดหลาย ๆ จุดที่ อ.Tetsu เน้นย้ำอยู่เหมือนกัน
ในบทความนี้เราจะพาไปทบทวนวิธีการดริปกาแฟแบบ 4:6 Method กันแบบละเอียดยับ !!... เอ้ย ละเอียดยิบ แบบมือใหม่ก็ทำตามได้ ตามเจตนารมณ์ของอาจารย์ Tetsu
The 4:6 Method
วิธีดริปกาแฟแบบ 4:6
-------------
4:6 Method เป็นวิธีที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้ทุกคน รวมทั้งคนที่เพิ่งเริ่มต้นดริปกาแฟใหม่ ๆ ที่ไม่มีพื้นฐานสามารถ "เข้าใจ" การดริปกาแฟได้ เริ่มตั้งแต่การแบ่งปริมาณน้ำที่เทในแต่ละครั้งเท่า ๆ กัน และแบ่ง "ช่วง" ของการสกัดกาแฟออกเป็นสองช่วงใหญ่ ๆ คือน้ำ 40% แรก และ 60% หลัง สำหรับการสกัด และปรับแก้กลิ่นรส และความความเข้มข้นของกาแฟ
สำหรับ Basic Recipe อาจารย์ได้กำหนด Point หลัก ๆ ไว้สามจุดคือ

・ใช้เบอร์บดหยาบ

สำหรับ Recipe พื้นฐานแล้ว แนะนำให้ใช้เบอร์บดค่อนข้างหยาบ (ประมาณ 800 - 1000micron) เพื่อให้น้ำไหลผ่านผงกาแฟได้รวดเร็ว ไม่ค้างนาน เน้นการสกัดแบบ ซึมผ่าน(Percolation) มากกว่า การแช่(Immersion)

・วัดทุกอย่างให้เป๊ะ

น้ำหนักผงกาแฟ ปริมาณน้ำที่เทแต่ละครั้ง เวลาที่เทน้ำ ทุกอย่างต้องเป๊ะ เพื่อให้เราสามารถทำซ้ำให้ใกล้เคียงของเดิมได้ และสามารถกลับมา review วิธีการดริปได้เสมอ

・การแบ่งน้ำเพื่อปรับ Flavor

Key ของวิธี 4:6 คือการแบ่งน้ำออกเป็นส่วนใหญ่ ๆ คือ 40% แรกจะใช้สำหรับการปรับ Flavor หรือกลิ่นรส ส่วน 60% หลังจะใช้ในการปรับความเข้มข้น หรือ Strenght ของกาแฟ

โอเค พอเรารู้พ้อยต์หลัก ๆ สามอย่างของวิธีนี้แล้ว ไปดูกันว่าเราต้องใช้อะไรกันบ้าง? จะได้ไปบอก ผบทบ. ได้ถูก (ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เบสิคที่ทุกคนมีอยู่แล้วแหละ... แต่มันก็ไม่เคยพอ🤣)
Preparation
การเตรียมการ
-------------
สิ่งที่ "จำเป็น" 7 อย่างสำหรับการดริปกาแฟแบบ 4:6 คือ
1. ดริปเปอร์ (ทรงไหน ยี่ห้ออะไรก็ได้)
2. กระดาษกรอง (ที่เหมาะกับดริปเปอร์)
3. เมล็ดกาแฟ (แน่นอนล่ะ ไม่มีจะดริปอะไร?)
4. กาน้ำ ถ้าจะให้ดีเป็น Gooseneck (เพื่อความแม่นยำ)
5. เครื่องบด (เครื่องบดในดวงใจของ อ.Tetsu คือ CMD)
6. เซิร์ฟเวอร์ หรือจะเป็นแก้วก็ได้ (ถ้าใหญ่พอ)
7. ตราชั่ง (อันนี้สำคัญมาก...)
Point 1: การดริปกาแฟแบบ 4:6 นั้น ทุกอย่างถูกกำหนดโดย "ตัวเลข" ดังนั้นทุกอย่างจะต้องถูกชั่ง ตวง วัด อย่างแม่นยำ เพื่อให้สามารถคาดเดาผลลัพท์ได้ และสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงในการดริปครั้งต่อไป (อาจจะเป็นเพราะ Background ของอาจารย์เป็นสายคอมพิวเตอร์)
20 Steps to Delicious Coffee
20 ขั้นตอนสู่กาแฟแก้วอร่อย
-------------
เมื่ออุปกรณ์ครบแล้ว เราก็มาเริ่มกันเลย
1. ต้มน้ำก่อนเลย
สำหรับกาแฟคั่วอ่อน 93c, คั่วกลาง 88c, คั่วเข้ม 83c จะใช้กาไฟฟ้า หรือเตาแก๊สก็ได้ แต่ขอให้มี Thermometer สำหรับวัดอุณหภูมิ
2. "ชั่ง" เมล็ดกาแฟ
เน้นคำว่า "ชั่ง" เพราะสำหรับบางคนอาจะขี้เกียจชั่ง แล้วใช้การ "ตวง" แทน เพราะมันง่าย และเร็วกว่า แต่... มันไม่แม่นยำ อัตราส่วนที่ใช้คือ 1:15 (น้ำ in) ในสูตรมาตรฐานใช้กาแฟ 20g น้ำรวม 300g
3. บดเมล็ดกาแฟ
แนะนำให้บดหยาบประมาณ French Press (800 - 1000micron) เพราะจะทำให้รสขม ความฝาด และสิ่งไม่พึงประสงค์ถูกสกัดออกมายาก ในขณะที่สารประกอบที่ให้กลิ่นรสที่ดียังถูกสกัดออกมาได้
4. พับกระดาษกรอง
หลักการคือการพับกระดาษกรองให้ "พอดี" กับดริปเปอร์ การพับแบบลวก ๆ คือใช้ไม่ได้ ต้องเป๊ะ ต้องแนบ และกระดาษกรองแต่ละรุ่น และละยี่ห้อไม่เท่ากัน ต้องซ้อมพับดี ๆ เก็บงานเนียน ๆ
5. เซตกระดาษกรองลงในดริปเปอร์
ขั้นตอนนี้จะทำให้เราพอรู้ว่า กระดาษกรองที่เราพับ จะแนบสนิทพอดีกับดริปเปอร์หรือไม่ อย่าเพิ่งรีบเทน้ำ ถ้าไม่โอเค เอาออกมาพับใหม่ แล้วเอาลงไปเซตในดริปเปอร์ใหม่ พอแนบสนิทดีแล้ว ให้ใช้มือข้างนึงจับกระดาษกรองไว้ อย่าให้ขยับ
6. ล้างกระดาษกรอง
(ยังไม่ปล่อยมือ) ค่อย ๆ เทน้ำร้อนในกาที่ต้มไว้ ลงไปบนกระดาษกรอง โดยเริ่มจากด้านล่างสุด แล้วค่อย ๆ วนขึ้นมาพอถึงตรงกลางของดริปเปอร์ ก็ปล่อยมือจากกระดาษ แล้วล้างกระดาษต่อจนทั่ว ... ที่สำคัญ ... อย่าลืมทิ้งน้ำล้างกระดาษ !!
7. เทผงกาแฟลงดริปเปอร์
ค่อย ๆ เทผงกาแฟที่บดไว้แล้วลงในดริปเปอร์ เล็งให้ลงตรงกลาง !! ถ้าเทมั่ว ๆ ผงกาแฟจะเอียงเยอะ ติดขอบ หรือบางเคสกระจายออกนอกดริปเปอร์ ถึงเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ก็ต้องใส่ใจนะ
8. จัดหน้าผงกาแฟให้เรียบ
จะใช้วิธีเขย่าดริปเปอร์เบา ๆ ก็ได้ หรือถ้าจะให้เอเลแกนท์กว่านั้น หาตะเกียบ หรือแท่งอะไรแหลม ๆ มาเกลี่ยหน้ากาแฟให้เรียบ เตรียมพร้อมสำหรับการเทน้ำ !! (สักที)
9. เซต 0 ตราชั่ง และ Start Timer
วางทั้งดริปเปอร์ และเซิรฟเวอร์ขึ้นตราชั่ง เซต 0 แล้วกดจับเวลา เราจะเริ่มดริปกับแล้ว !!
T 0:00 เทน้ำถึง ~60g
10. เทน้ำครั้งที่ 1 (1投目)
สำหรับ First contact จุดประสงค์ของเราคือทำให้ผงกาแฟ "เปียกให้ทั่ว" สำหรับวิธี 4:6 แล้ว อ.Tetsu บอกให้ "ค่อย ๆ เท" ไม่ต้องรีบ ให้นึกถึงภาพ Coffee Bed แล้วค่อย ๆ บรรจงเทสายน้ำลงไปให้ผงกาแฟเปียกโดยทั่วกัน
11. Bloom (蒸らし) - 45 sec
ตรงนี้เราไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้น้ำที่เพิ่งเทลงไปทำงาน ให้เวลาน้ำค่อย ๆ ซึมเข้าไปในผงกาแฟ และดันเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา จังหวะนี้ Aroma ของกาแฟจะลอยออกมา ถ้าเป็นการดริปกาแฟดื่มเองที่บ้าน ตรงนี้เป็นจังหวะที่จะเอนจอยอโรมาของกาแฟ
T 0:45 เทน้ำถึง ~120g (+60g)
12. เทน้ำครั้งที่ 2 (2投目)
พอ Timer ถึงเวลา 45 วินาที เป็นจุดที่เราจะเทน้ำรอบที่สอง ครั้งนี้ก็ให้เทเบา ๆ เน้นให้ทั่วผงกาแฟ การเทน้ำครั้งแรก กับครั้งที่สอง(40%)เป็นการสกัดเอา กลิ่น และรส ของกาแฟออกมา ซึ่งตรงนี้สามารถปรับได้โดยการปรับปริมาณน้ำที่ใช้เทในการเทสองครั้งนี้ แต่เราจะยังไม่พูดถึงในสูตร Basic นี้

หลังจากเทน้ำครั้งที่ 2 เราจะรออีก 45 วินาที หน้ากาแฟจะแห้งก็ไม่เป็นไร แต่สำหรับวิธี 4:6 เราจะรอจนถึงเวลาแล้วค่อยเทต่อ
T 1:30 เทน้ำถึง ~180g (+60g)
13. เทน้ำครั้งที่ 3 (3投目)
ครั้งนี้เราจะเทน้ำอีก 20% ซึ่งตรงนี้เราสามารถเทน้ำแรง และเร็วขึ้นกว่าสองครั้งแรกได้ โดยเฉพาะถ้าเราอยากได้กาแฟที่มีบอดี้ การเทน้ำแรงจะทำให้เกิด Agitation และสกัดบอดี้กาแฟออกมาได้ดี

หลังจากการเทน้ำครั้งก่อน คราวนี้เราจะลดเวลารอลงเหลือ 40 วินาที เพื่อลดการสกัดเอากลิ่นรสไม่พึงประสงค์
T 2:10 เทน้ำถึง ~240g (+60g)
14. เทน้ำครั้งที่ 4 (4投目)
ที่เวลา 2 นาที 10 วินาที เราจะลงน้ำครั้งที่ 4 เป็นปริมาณอีก 20% ของน้ำทั้งหมด หลังจากเทน้ำเสร็จ เราจะรออีก 30 วินาที ก่อนจะเทน้ำครั้งสุดท้าย
T 2:40 เทน้ำถึง ~300g (+60g)
15. เทน้ำครั้งสุดท้าย (5投目)
หลังจากเริ่มดริปมา 2 นาที 40 วินาที ก็ถึงเวลาที่เราจะเทน้ำครั้งที่ 5 ซึ่งเป็น 20% สุดท้าย หลังจากการเทครั้งนี้ เราจะปล่อยให้น้ำไหลออกจากดริปเปอร์จนหมด ซึ่งไม่ควรจะใช้เวลาเกิน 30 วินาที (ถ้าเกินแปลว่าบดละเอียดเกินไป)
T 3:30
16. ยกดริปเปอร์ออกจากเซิร์ฟเวอร์
ถ้าการเทน้ำของเราทั่วถึงดีในการเทครั้งสุดท้าย ผงกาแฟที่อยู่ในดริปเปอร์จะค่อนข้างเรียบ ค่อนข้างที่จะมั่นใจได้ว่า Job well done (แต่ถ้าไม่เรียบ ก็ไปลุ้นเอา อาจจะอร่อยก็ได้) ณ จุดนี้เราจะยกดริปเปอร์ออกไปวางไว้ในภาชนะที่เตรียมไว้รองดริปเปอร์
17. หมุน(Swirl)เซิร์ฟเวอร์
ถึงจะมองไม่ค่อยออก แต่กาแฟที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ตอนนี้จะแบ่งเป็นชั้น ๆ กาแฟที่อยู่ด้านล่างจะเข้มกว่าด้านบน ดังนั้นเราจะทำการกวนให้กาแฟเข้ากัน โดยการหมุนดริปเปอร์ (หรือถ้าดริปเยอะ ๆ กาแฟเต็มดริปเปอร์ ให้หาช้อนมาคนจะดีกว่า)
18. ล้าง(วอร์ม)แก้ว
ใช้ร้อนน้ำที่เหลืออยู่ในกา เทใส่แก้วที่เราจะใช้ดื่ม เพื่อล้างเอาสิ่งสกปรก หรือฝุ่นที่อาจจะมาจับตอนที่จัดเก็บ และเป็นการวอร์มแก้วไปในตัว หลังจากนั้นก็เทน้ำล้างแก้วทิ้งไป
19. เทกาแฟใส่แก้ว
เทกาแฟใส่แก้ว !! (สักที) ตรงนี้อาจารย์บอกว่า ถ้าเราดื่มกาแฟในแก้วที่เราชอบ กาแฟจะอร่อยขึ้น 🤣 (งานงอกละสิเรา) และยังบอกต่ออีกว่า รูปทรง วัสดุ จุดสัมผัสกับปาก ของแก้วดื่มกาแฟที่แตกต่างกัน จะทำให้เราได้รับประสบการณ์การดื่มที่แตกต่างกัน… ง่าย ๆ คือ เชียร์ให้มีแก้วหลาย ๆ ใบแบบออกหน้าออกตามาก
20. เสร็จแล้ว !! เอ้าดื่ม !!
กาแฟร้อน มีไว้ดม และค่อย ๆ จิบ พอกาแฟเริ่มอุ่น เราจะเริ่มจิบได้คำใหญ่ขึ้น และพอเย็นประสาทสัมผัสของเราก็จะทำงานต่างออกไปอีก ดังนั้น ลองใส่ใจ โฟกัสกับกลิ่นรสที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงอุณหภูมิของกาแฟ แล้วเอนจอยกับประสบการณ์กาแฟให้เต็มที่ !!
Enjoy !!
-------------
จบไปแล้วครับกับ Basic แบบละเอียดยับกับวิธีการดริปแบบ 4:6 โดย อ. Tetsu Kasuya ต่อจากนี้ถ้าใครถามว่า ดริปกาแฟนี่เขาทำกันยังไง ก็อย่าลืมโยนโพสต์นี้ใส่หน้า… เอ้ย… แชร์โพสต์นี้ไปให้คนที่เรารักกันนะครับ 😆 วิธีการที่เขียนไว้ด้านบนนั้นเป็แค่พื้นฐานเท่านั้น ในโพสต์ถัด ๆ ไปเราจะพูดถึงการใช้ 4:6 แบบ Advance กันมากขึ้น
อ. Tetsu บอกว่า 4:6 Method “ไม่ใช่ Recipe” แต่เป็น Platform สำหรับการสร้าง Recipe ส่วนตัว หรือเฉพาะตัวสำหรับกาแฟแต่ละตัว และแน่นอนว่ามันมีหลักการอยู่เบื้องหลัง เพราะวิธีนี้เคยดริปกาแฟได้อร่อยที่สุดในเวที World’s Brewer Cup มาแล้ว ดังนั้นจึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่ามันจะพื้นฐานในการสร้างประสบการณ์กาแฟที่ดีได้
เพราะประสบการณ์คืองานคราฟท์
ีสอนกาแฟนะ

04/05/2024

Nature not Flavored
ในโลกของกาแฟปัจจุบัน มีการพัฒนากระบวนการที่ทำให้กาแฟที่รสชาติที่น่าสนใจมากขึ้นโดยตลอด เริ่มจากที่ Sasa Sestic ที่ชนะ World Barista Champion ในปี 2015 ด้วยกาแฟที่ผ่านกระบวนการ Carbonic Maceration Fermentation ทำให้โลกกาแฟพิเศษเกิดการตื่นตัวและจริงจังกับการทดลองเพื่อให้เกิดกาแฟรสชาติใหม่ที่เกิดรสชัดเจนกว่าเดิม

ส่วนหนึ่งก็ถูกขับเคลื่อนโดยการเเข่งขันระดับโลก

เพราะกาแฟที่ถูกใช้ในการแข่ง ทั้งไร่กาแฟที่ผู้แข่งคัดเลือก ทั้งสายพันธุ์ของกาแฟที่ใช้ และกระบวนการ Processing ที่ชื่อแปลกๆ จะถูกกล่าวถึงไปทั้งวงการกาแฟในระดับนานาชาติ ทำให้กาแฟดังกล่าวมีราคาสูงลิ่ว และไร่กาแฟก็มีชื่อเสียง สายพันธุ์นั้นก็จะมีความต้องการสูง ราคาก็จะพุ่งทะยานอย่างไม่น่าเชื่อ

คอกาแฟทั่วโลกล้วนอยากลองชิมกาแฟระดับ Competition สักครั้งเพื่อเป็นประสบการณ์ เมื่อความต้องการพุ่งสูง ก็มีคนที่อยากเข้ามาร่วมมากขึ้น ทำให้กระแสการทำ Fermentation แปลกๆ เกิดขึ้นทั่วโลก และการเอาสายพันธุ์กาแฟที่หายากมากทำ Process ก็เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดกาแฟรสชาติแบบใหม่ขึ้นอย่างมากมาย

การพัฒนาของ Flavored Coffee จึงเกิดขึ้นไปพร้อมกัน จากกาแฟที่กลิ่นชัดจนผิดปกติก็พัฒนาเป็นกาแฟที่กลิ่นชัดแต่ไม่ชัดจนคนรู้สึกผิดสังเกต จนทางกรรมการตัดสินกาแฟก็ต้องพัฒนาเทคนิคการชิมกาแฟเพื่อแยกแยะ Flavored และ Nature ออกจากกัน

กาแฟ Flavored Coffee มักจะกลิ่นรสชัดและไม่ค่อย Drop เมื่อกาแฟเย็นลง และมิติของ Aroma และ Acidity, Sweetness, Mouthfeel จะแยกจากกันมากขึ้นเมื่อกาแฟเย็นลง ส่วนหนึ่งเพราะกาแฟที่เอามาใส่กลิ่นมักจะเป็นกาแฟที่คุณภาพไม่ค่อยดีมาก

กาแฟ Nature Coffee ที่เกิดจากการ Fermentation จะมีกลิ่นที่แทรกเข้าไประหว่างกระบวนการหมักและการเปลี่ยนแปลงภายในเมล็ด ทำให้กลิ่นมีมากกว่ากาแฟที่ผ่านกระบวนการแบบดั้งเดิม

ซึ่งในยุคแรก กลิ่นหมักจะแรงมากจนฉุน เพราะประสบการณ์ของการทำกาแฟชนิดนี้อาจจะน้อยและตลาดผู้บริโภคยังตื่นเต้นกับกาแฟแนวนี้อยู่ ต่อมากระแสกาแฟ Fermentation ก็เปลี่ยนไป กาแฟยุคแรกก็จะถูกตีว่าเป็น Overfermentation เพราะกลิ่นแรงจนดื่มได้ไม่หมด กระบวนการทำ Fermentation จึงต้องพัฒนาให้กลิ่นรสนุ่มนวลขึ้น กลิ่น Acetic ที่แสดงถึงความหมักก็เบาลง กาแฟกลิ่นก็สะอาดขึ้น กาแฟก็ดื่มง่ายขึ้น

เทคนิคการคั่วก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะกาแฟ Fermentation จะมีโครงสร้างที่แข็งแรงน้อยกว่ากาแฟที่ผ่านกระบวนการแบบดั้งเดิม ทำให้การคั่วต้องระมัดระวังการให้พลังงงานในแต่ละช่วงให้ดี และต้อง Balance กลิ่นรสที่เกิดจาก Chemical Reaction ระหว่างการคั่วและกลิ่นรสที่มาจากการ Fermentation ด้วย เพื่อให้กาแฟมีความสมดุล

ทาง Roast & Learn และ Eighty Plus จึงร่วมมือกันคัดเลือกสารกาแฟจาก Cafe Granja La Esperanza จากประเทศ Colombia ที่เป็น Coffee Producer ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยที่มีผู้แข่งขัน World Coffee Championship จากทั่วโลกติดต่อเพื่อคัดเลือกกาแฟใช้ในการแข่งขัน

ทาง Cafe Granja La Esperanza มีไร่อยู่หลายแห่งและมีเครือข่ายกาแฟกว้างขวาง ทำให้สามารถผลิตกาแฟที่สายพันธุ์ระดับ Rare ได้มากกว่าที่อื่นบวกกับความรู้ทางการ Fermentation และ Processing ที่ทันสมัย ทำให้กาแฟจาก CGLE มีความหลากหลายและเป็นที่ต้องการจากโรงคั่วทั่วโลก

กาแฟใน Special Project นี้จีงมีความหลากหลายทั้งสายพันธุ์ กระบวนการ Process และเทคนิคในการคั่ว ทำให้ผู้ที่ได้รับกาแฟชุดนี้จะสามารถเรียนรู้กาแฟระดับคะแนน 86 ขึ้นไปได้อย่างหลากหลาย

กาแฟจะมีตั้งแต่สายพันธุ์ธรรมดาอย่าง Castillo แต่มาทำกระบวนการพัฒนากลิ่นรสจนดีขึ้นอย่างมาก หรือสายพันธุ์ที่ Rare อย่าง Sidra, Mandela, Mokka ก็มีให้ชิม หรือกาแฟที่กลิ่นหอม รสชาติเป็นพื้นฐานอย่าง Java และ Geisha ก็มีให้ชิม ตั้งแต่ Geisha แบบพื้นฐานไปจนถึง Geisha ระดับใกล้เคียงกับ Competition

ดังนั้นกาแฟชุดนี้จึงมีความพิเศษมากและหายากที่จะมีใคร Offer แบบนี้ เพราะต้องใช้ความพยายามในการออกแบบ Roasting Profile มากและใช้เวลาในการเตรียมกาแฟชุดนี้เยอะมาก

ท่านใดอยากเรียนรู้กาแฟที่รสชาติแบบ Intensity สูงที่มาจาก Nature ไม่ใช่ Flavored แนะนำให้ลองกาแฟชุดนี้เลย

04/05/2024
04/05/2024

Congratulations to the 2024 World Barista Champion: Mikael Jasin representing Indonesia!

1. Mikael Jasin representing Indonesia
2. Jack Simpson, Australia
3. Takayuki Ish*tani, Japan
4. Honoka Kawashima, Aotearoa / New Zealand
5. Junghwan Lim, South Korea
6. Ian Kissick, Ireland
7. Zjevaun Lemar Janga, The Netherlands

🌟 Thank you to our WBC Top Sponsors: Barista Attitude, MOMOS COFFEE, Victoria Arduino, BWT water+more, and Supporting Sponsors: Bero Coffee Singapore, MONIN KOREA, Scotsman Ice, Brewista

ที่อยู่

Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SeedGrindผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์