12/07/2026
🍷 จำไวน์แบบไม่ต้องท่อง — ตอนพิเศษ
ไวน์ไม่ได้หยุดสงคราม แต่ทำให้สงครามจบเร็วขึ้น: Winston Churchill และ Pol Roger
มีเรื่องเล่าทำนองว่า
เมื่อ Winston Churchill รู้ว่าเยอรมนีกำลังบุกฝรั่งเศส และไร่องุ่น Champagne ที่เขาชื่นชอบอาจถูกทำลาย เขาจึงรีบส่งกองทัพไปช่วยรบ
เรื่องนี้ฟังดูสนุก
แต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
อังกฤษประกาศสงครามกับเยอรมนีเมื่อวันที่ 3 กันยายน 1939 หลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ส่วน Churchill ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนพฤษภาคม 1940 เมื่ออังกฤษอยู่ในสงครามมาหลายเดือนแล้ว
เขาจึงไม่ได้พาอังกฤษเข้าสู่สงคราม เพื่อช่วยไร่องุ่นหรือรักษา Champagne ขวดโปรดของตนเอง
แต่เรื่องจริงระหว่าง Churchill กับ Champagne กลับน่าสนใจกว่านั้น
🥂 Champagne ไม่ใช่เหตุผลที่เขาเข้าสู่สงคราม
แต่ Champagne เป็นสิ่งหนึ่งที่เตือนเขาว่า
เมื่อสงครามสิ้นสุดลง
โลกแบบใดควรกลับมาอีกครั้ง
โลกที่มนุษย์ยังสามารถนั่งร่วมโต๊ะ สนทนา หัวเราะ แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี และเปิดไวน์ร่วมกับคนที่ตนไว้วางใจ
Churchill ชื่นชอบ Champagne มานานก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
ตั้งแต่ปี 1898 เขาเคยเขียนว่า Champagne หนึ่งแก้วสามารถกระตุ้นจินตนาการ ทำให้ประสาทตื่นตัว และช่วยให้ความคิดว่องไวขึ้น แต่หากดื่มมากเกินไป ผลลัพธ์ก็จะตรงกันข้าม
เขาจึงเปรียบว่า ทั้ง Champagne และสงครามควรถูกทำความเข้าใจด้วยการ ค่อย ๆ จิบ ไม่ใช่ปล่อยให้มันครอบงำเรา
นี่ทำให้เราเห็นว่า สำหรับ Churchill การดื่มไม่ได้หมายถึงการหลบหนีจากความจริง
แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่ช่วยให้เขายังคงคิด สนทนา และตัดสินใจได้ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
🍾 แล้วทำไมต้องเป็น Pol Roger?
Churchill รู้จักและดื่ม Champagne ของ Pol Roger มานานแล้ว
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับครอบครัวผู้ผลิตเริ่มลึกซึ้งขึ้น หลังการปลดปล่อยกรุงปารีสในช่วงปลายสงคราม
ในงานเลี้ยงมื้อหนึ่งซึ่งจัดโดยเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำฝรั่งเศส Churchill ได้นั่งร่วมโต๊ะกับ Odette Pol-Roger
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอ และมิตรภาพนั้นดำเนินต่อไปจนถึงวาระสุดท้ายของ Churchill
เอกสารของ Pol Roger ระบุว่า ภาระจากตำแหน่งทำให้ Churchill ไม่เคยเดินทางไปเยือนบ้าน Pol Roger ที่ 44 Avenue de Champagne ได้สำเร็จ แม้เขาจะเรียกสถานที่แห่งนั้นอย่างอารมณ์ดีว่าเป็น “ที่อยู่ที่ดื่มได้มากที่สุดในโลก”
เขายังตั้งชื่อม้าแข่งตัวหนึ่งของตนว่า Pol Roger และม้าตัวนั้นชนะการแข่งขันในปี 1953 อีกด้วย
ดังนั้น ความผูกพันของ Churchill กับ Pol Roger ไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองที่ส่งทหารไปช่วยไร่องุ่น
แต่เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่พบมิตรภาพ ความไว้วางใจ และภาพแทนของฝรั่งเศสอยู่ใน Champagne ขวดหนึ่ง
🥂 Champagne ช่วยสงครามได้อย่างไร?
Champagne ไม่ได้สร้างเครื่องบิน
ไม่ได้ผลิตกระสุน
และไม่ได้วางแผนการรบ
แต่สงครามไม่ได้ต่อสู้ด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว
มันยังต้องอาศัยขวัญกำลังใจ ความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตร ความไว้วางใจระหว่างผู้นำ และความสามารถในการตัดสินใจ ขณะที่ยังไม่รู้ว่ารุ่งเช้าจะเกิดอะไรขึ้น
อาหารหนึ่งมื้อ การสนทนารอบโต๊ะ และ Champagne หนึ่งแก้ว อาจไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งของกองทัพ
แต่มันอาจช่วยให้ผู้คนกลับมาพูดกัน
ฟังกัน
เชื่อใจกัน
และจำได้ว่าพวกเขากำลังต่อสู้เพื่ออะไร
คำว่า
“ไวน์ทำให้สงครามจบเร็วขึ้น”
จึงไม่ควรถูกอ่านว่า เป็นข้อเท็จจริงทางการทหาร
แต่เป็นแนวคิดว่า
เมื่อผู้นำยังรักษาสติ
เมื่อพันธมิตรยังไว้วางใจกัน
และเมื่อมนุษย์ยังจำโลกที่ต้องการกลับไปหาได้
หนทางไปสู่การยุติสงคราม ก็อาจชัดเจนขึ้น
🍾 Cuvée Sir Winston Churchill
หลังจาก Churchill เสียชีวิต Pol Roger ได้สร้าง Prestige Cuvée ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
ไวน์ได้รับการออกแบบให้สะท้อนลักษณะของ Champagne ที่เขาชื่นชอบ ได้แก่ โครงสร้างที่แข็งแรง ความเต็มอิ่ม และความสุกงอมจากการบ่ม
Pol Roger ใช้องุ่นจาก Grand Cru Pinot Noir และ Chardonnay โดยให้ Pinot Noir เป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อสร้างพลัง โครงสร้าง และความหนักแน่น
สูตรผสมที่แท้จริงยังคงเป็นความลับของครอบครัว และไวน์จะผลิตเฉพาะในปีที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมเท่านั้น
Cuvée Sir Winston Churchill รุ่นแรกใช้ผลองุ่นจากปี 1975 และได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1984 ที่ Blenheim Palace สถานที่เกิดของ Churchill
นั่นหมายความว่า Champagne ขวดนี้ไม่ได้อยู่กับเขาในสงครามโลกครั้งที่ 2
แต่มันถูกสร้างขึ้นภายหลัง เพื่อเก็บความทรงจำเกี่ยวกับชายผู้รัก Champagne และมิตรภาพระหว่างสองครอบครัวเอาไว้
หลายคนจำ Churchill จากซิการ์ หมวก สุนทรพจน์ และแก้ว Champagne ในมือ
แต่ Champagne ไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นผู้นำสงคราม
และเขาไม่ได้ส่งทหารไปฝรั่งเศส เพราะกลัวว่าไร่องุ่นขวดโปรดจะหายไป
สิ่งที่ Champagne อาจมอบให้เขา คือภาพของโลกหลังสงคราม
โลกที่ยังมีมิตรภาพ
เสียงหัวเราะ
บทสนทนา
ความคิดที่เป็นอิสระ
และไวน์อยู่บนโต๊ะ
ดังนั้น
ไวน์ไม่ได้หยุดสงคราม
และอาจไม่ได้ทำให้สงครามจบเร็วขึ้นด้วยตัวของมันเอง
แต่บางครั้ง
ไวน์ทำให้มนุษย์จำได้ว่า
เรากำลังพยายามยุติสงคราม
เพื่อรักษาโลกแบบใดเอาไว้
#จำไวน์แบบไม่ต้องท่อง
แหล่งอ้างอิงหลัก
ข้อมูลลำดับเวลาการเข้าสู่สงครามและการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของ Churchill ใช้เอกสารจาก Imperial War Museums และ Parliamentary Archives
Taylor, J. How Churchill led Britain to victory in the Second World War. Imperial War Museums. https://www.iwm.org.uk/history/winston-churchill/how-churchill-led-britain-to-victory-in-the-second-world-war
Parliamentary Archives. Winston Churchill: The greatest Briton [PDF]. UK Parliament.https://www.parliament.uk/globalassets/documents/parliamentary-archives/churchill-for-web-mar-2014.pdf
เรื่องมิตรภาพระหว่าง Churchill กับ Odette Pol-Roger การตั้งชื่อม้า และการไม่เคยเดินทางไปเยือน Épernay ใช้เอกสารเผยแพร่อย่างเป็นทางการของ Champagne Pol Roger
Champagne Pol Roger.. Sir Winston Churchill 2012 [Product information sheet].https://m.polroger.com/f/en/champagne/cuvee-sir-winston-churchill-4.pdf
รายละเอียดของ Cuvée Sir Winston Churchill ใช้เอกสารผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการของ Champagne Pol Roger
Champagne Pol Roger. Cuvée Sir Winston Churchill [Technical sheet].https://www.polroger.com/pdf/en/cuvee-sir-winston-churchill-cuvee-sir-winston-churchill-6.pdf
Winston Churchill became Britain's prime minister on 10 May 1940. As he was later to write: 'I felt...that all my past life had been but a preparation for this hour and for this trial'. On the day that Churchill fulfilled his life's ambition, Germany had, that morning, invaded France, Belgium, the N...