18/08/2026
รู้ไหมครับว่า เด็กไม่ได้มาโรงเรียนเพียงเพื่อเรียนหนังสือเท่านั้น แต่กำลังเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่า Self-regulation หรือ การกำกับตัวเอง แม้ในเวลาที่ไม่มีใครตามใจเรา
คำว่า #กำกับตัวเอง (Self-regulation) อาจจะเป็นคำใหม่สำหรับพ่อแม่หลายคน เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่าควบคุม (Self-control)มากกว่า พ่อโต้งขออธิบายแบบนี้ครับ
#ควบคุมตนเอง (Self-control) คือความสามารถในการ ยับยั้งแรงกระตุ้น ณ ขณะนั้น เช่น โกรธแต่ไม่ตีเพื่อน อยากพูดแต่รอคิว หรือ อยากเล่นเกมต่อแต่หยุดได้เมื่อถึงเวลา
ส่วน #กำกับตนเอง (Self-regulation) ความหมายมันกว้างกว่านั้น คือความสามารถในการ จัดการอารมณ์ ความคิด ความสนใจ และพฤติกรรมของตนเอง เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายหรือปรับตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ เช่น
ลูกเรามีการบ้าน แต่รู้ว่าตัวเองอยากเล่นเกม เขาจึงวางแผนว่า
◾️จะทำการบ้านก่อน 30 นาที แล้วค่อยเล่น
◾️แต่ระหว่างทำเริ่มเบื่อ แต่ก็ดึงความสนใจกลับมาทำต่อได้
◾️ทำการบ้านไม่ได้ ไม่เข้าใจ แต่จัดการความหงุดหงิดได้
◾️อยากหยิบมือถือ แต่ยับยั้งตัวเองให้ทำการบ้านให้เสร็จก่อน
ทั้งหมดนี้คือ กำกับตนเอง หรือ Self-regulation ครับ
Self-control = ฉันหยุดตัวเองได้
Self-regulation = ฉันบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในด้านการศึกษา จึงควรใช้คำว่า กำกับตนเอง มากกว่า ควบคุมตนเอง
เพราะเป้าหมายของเราไม่ได้ต้องการเพียงเด็กที่ อดทน นิ่ง และห้ามใจตัวเองเก่ง แต่ต้องการเด็กที่รู้ว่า เมื่อไรควรหยุด เมื่อไรควรเริ่ม จะจัดการอารมณ์อย่างไร จะวางแผนอย่างไร และจะพาตัวเองกลับไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร
กลับมาที่โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่เด็กได้ฝึกการกำกับตัวเองกันต่อครับ ที่โรงเรียนลูกเราจะได้ฝึกฝนสิ่งเหล่านี้
😴 อยากนอนต่อ แต่ก็ต้องตื่นและมาโรงเรียนให้ตรงเวลา
😝 อยากเล่น แต่ถึงเวลาเรียนก็ต้องหยุดเล่น
🫨ไม่ชอบวิชานี้ แต่ก็ยังต้องพยายามทำงานให้เสร็จ
😖 ไม่ชอบครูบางคน แต่ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและสื่อสารอย่างเหมาะสม
🤫 อยากพูด แต่ต้องรอให้คนอื่นพูดจบก่อน
😡โกรธเพื่อน แต่ไม่สามารถทำร้ายเพื่อนได้
🙄 ทำผิดกฎผิดระเบียบ ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา เป็นต้น
ซึ่งเมื่อลูกเราอยู่ที่บ้านอาจมีความยืดหยุ่นหรือบางบ้านไม่มีใครบังคับลูกเราได้ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ แต่เมื่ออยู่ในสังคมโรงเรียนไม่เหมืแนกันครับ เพราะเขาต้องเคารพกติกาของส่วนรวม....ถ้าเราไม่เข้าไปแทรกแซงโรงเรียน (พ่อแม่ก็ต้องกำกับตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน)
นี่คือเหตุผลที่ #วินัย ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงการทำให้เด็กต้องเชื่อฟังเท่านั้น
และ #วินัยที่ดี ก็คือ กระบวนการที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากการที่ลูกเราทำเพราะครูบอก ครูสั่ง หรือกลัวถูกลงโทษ เป็นทำเพราะมีกฎ ทำเพราะเข้าใจเหตุผล และทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ✅️
ปลายทางของวินัยจึงไม่ใช่แค่การเชื่อฟังและทำตามเท่านั้น แต่คือ การมีวินัยและกำกับตนเองได้ .... และมันไม่ได้กิดขึ้นได้เพียงข้ามคืน มันต้องใช้เวลาในการสร้าง ✅️✅️✅️
และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่โรงเรียน ไม่ควรรีบแก้ปัญหาทุกอย่างให้เด็ก หรือยกเว้นกฎทุกครั้งที่เด็กไม่สบายใจ เพราะ ความไม่สะดวก ความผิดหวัง การรอคอย และการต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำในระดับที่เหมาะสมกับวัย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกชีวิต 🙂
แต่ก็ต้องมีเส้นแบ่งที่สำคัญ ที่เราต้องระวังครับ
วินัย ไม่ใช่ การทำให้ต้องอับอาย
วินัย ไม่ใช่ การข่มขู่
วินัย ไม่ใช่ การลงโทษรุนแรง
และ วินัย ไม่ใช่ การบังคับให้เด็กต้องกลัวครู
🗣 วินัยที่มีคุณภาพจะต้องมีทั้ง ความอบอุ่น + ขอบเขตที่ชัดเจน + ความสม่ำเสมอ + ผลลัพธ์ของการกระทำที่สมเหตุสมผล + การสอนให้เด็กคิดและรับผิดชอบ
เพราะสุดท้ายแล้ว เราไม่ได้กำลังสร้างเด็กที่ กลัวครูจึงไม่กล้าทำผิด แต่เรากำลังสร้างคนคนหนึ่งที่วันหนึ่ง เมื่อไม่มีครู ไม่มีพ่อแม่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเขายังสามารถกำกับชีวิตของตัวเองให้อยู่ในกฎระเบียบของสังคมได้อย่างดีและมีความสุข...ใช่ไหมครับ 😊
#ดีต่อลูก
#วินัย