FAN EGG จำหน่ายไข่สด อัพเดทข่าวไข่ สูตรอาหาร

19/05/2026

ตลาดที่เคยคึกคักในยามเช้า
เคยเป็นศูนย์รวมของพ่อค้าแม่ค้า ร้านอาหารตามสั่ง และพ่อบ้านแม่บ้านที่ออกมาจับจ่ายอาหารสดกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

แต่เช้าวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569
บรรยากาศที่เห็นกลับเงียบผิดปกติ

ความเงียบแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นวันสองวัน
แต่มันลากยาวต่อเนื่องมาสอง-สามเดือน
จนกลายเป็นภาพชินตาของหลายตลาดสดในเวลานี้
นี่คือปรากฏการณ์ที่คนค้าขายรุ่นเก่าแทบไม่เคยพบมาก่อน

ตลาดสดซึ่งเคยเป็นหัวใจของชุมชน
กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ตกต่ำอย่างหนัก
ผู้คนไม่ได้หายไปเพราะไม่มีความจำเป็นต้องกินต้องใช้

แต่กำลังซื้อที่ลดลง
ความระมัดระวังในการใช้เงิน
และภาวะเศรษฐกิจที่บีบให้หลายครอบครัวต้องลดรายจ่ายลงทุกทาง

ภาพตลาดที่โล่งในเวลาเช้า
จึงไม่ใช่แค่ความเงียบของสถานที่

แต่มันคือสัญญาณสะท้อนภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่กำลังส่งเสียงเตือนอย่างชัดเจน

ตลาดเงียบ

พ่อค้าเงียบ

เงินเงียบ

และนี่อาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่หนักที่สุดของตลาดสดหลายแห่งในรอบหลายสิบปี.

ห่วงโซ่อุปทานสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมที่กำลังทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว
#ช่างโห้มองอนาคต

ก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับพนักงานรับพัสดุของ Flash Express ที่เข้ามาเก็บของที่ร้านเขาบอกกับผมว่า“พรุ่งนี้ผมน่าจะมาเก็บเร็วหน...
18/05/2026

ก่อนหน้านี้ผมได้คุยกับพนักงานรับพัสดุของ Flash Express ที่เข้ามาเก็บของที่ร้าน
เขาบอกกับผมว่า

“พรุ่งนี้ผมน่าจะมาเก็บเร็วหน่อยครับ”
ผมเลยถามกลับไปว่า

“อ้าว ทำไมล่ะ วันนี้ก็มาเร็วขึ้นเยอะแล้วนะ”
เขาตอบกลับมาสั้น ๆ แต่ฟังแล้วชวนคิด

“ของน้อยครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีของวิ่งส่ง”

ผมนั่งอยู่ที่ร้านทุกวันก็พอสังเกตได้เหมือนกัน
พักหลังมานี้ รถขนส่งจากหลายค่ายดูบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ค่อยเห็นวิ่งกันถี่เหมือนเมื่อก่อน

เขาเล่าต่อว่า
ตอนนี้ของส่งน้อย หลายคนรีบออกมาส่งกันแต่เช้า
ยังไม่ทันบ่ายก็ส่งเสร็จกลับบ้าน

บางวันแทบไม่มีของให้ส่ง
แล้วเขาก็พูดประโยคหนึ่งที่สะท้อนอะไรหลายอย่าง

“ผมก็อยากไปทำงานอื่นนะ แต่ไม่รู้จะไปทำอะไร ก็เลยต้องวิ่งไปก่อน”

บทสนทนาสั้น ๆ นี้ ทำให้ผมนึกถึงภาพที่ได้เห็นวันนี้
ผมแวะไปกินร้านแกงใต้ชื่อดังริมถนนกาญจนาภิเษก
ปกติร้านนี้คึกคักมาก

พนักงานยืนหน้าตู้หลายคน
มีคนเดินล้างถ้วยล้างชามกันขวักไขว่

แต่วันนี้ช่วงสาย
หน้าตู้เหลือพนักงานแค่ 2 คน
แทบไม่เห็นคนเดินไปมาเหมือนเคย
เห็นในครัวอีกเพียง 1 คน

ขากลับแวะซื้อไอศกรีมยี่ห้อดังในห้าง
จากร้านที่เคยมีพนักงานเต็มเคาน์เตอร์
วันนี้เหลือพนักงาน 2 คน กับผู้จัดการร้านอีก 1 คน

มันเป็นภาพเล็ก ๆ ที่บอกเล่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ชัดเจน

บางครั้งตัวเลขเศรษฐกิจเราอาจไม่เข้าใจทั้งหมด
แต่ถ้าลองออกไปมองรอบตัว
เราจะเห็นสัญญาณบางอย่างได้ด้วยตาเปล่า

สำหรับตัวผมเอง
อาจพอประคองตัวและตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้
แต่ก็อดเป็นห่วงเพื่อน ๆ อีกหลายสาขาอาชีพไม่ได้

เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วมาก
และไม่ใช่ทุกคนที่จะปรับตัวทัน
โลกกำลังเปลี่ยน
โจทย์สำคัญไม่ใช่ว่า “เมื่อไหร่จะกลับไปเหมือนเดิม”
แต่อยู่ที่ว่า

“เราจะปรับตัวอย่างไร เพื่ออยู่รอดในวันที่อะไรหลายอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

#ช่างโห้มองอนาคต

“ตังค์หมดแล้ว”นี่คือเสียงบ่นจากร้านขายโจ๊กร้านหนึ่งที่ขายมานานกว่า 30 ปีและวันนี้ เสียงแบบนี้กำลังเกิดขึ้นกับร้านเล็ก ๆ ...
17/05/2026

“ตังค์หมดแล้ว”

นี่คือเสียงบ่นจากร้านขายโจ๊กร้านหนึ่ง
ที่ขายมานานกว่า 30 ปี

และวันนี้ เสียงแบบนี้กำลังเกิดขึ้นกับร้านเล็ก ๆ อีกจำนวนมาก

หลายฝ่ายประเมินว่า ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
ร้านอาหารรายเล็กอาจปิดตัวเกิน 50%

นี่คือสิ่งที่ผมนิยามว่า
“เศรษฐกิจเรือล่ม”

เรือล่ม ไม่ได้เกิดจากคลื่นลูกเดียว
แต่มันค่อย ๆ จมจากการที่น้ำรั่วเข้ามาทีละน้อย
จนสุดท้ายน้ำเข้ามาเต็มลำเรือ จนไม่มีความสามารถที่จะวิดน้ำออกจากเรือได้อีกต่อไป

พ่อค้าแม่ค้าหลายคนกำลังอยู่ในสภาพนั้น

ขายของไม่ได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ทุนที่เคยมีก็ค่อย ๆ ร่อยหรอ
เงินเก็บก้อนสุดท้ายถูกนำมาใช้ประคองร้าน
บางคนกู้หนี้ยืมสิน
บางคนขายทรัพย์สินที่พอขายได้

จนถึงวันที่
ไม่มีอะไรให้ขาย
ไม่มีใครให้ยืม
และไม่มีทุนเหลือให้เริ่มต้นอีก

ยิ่งไปกว่านั้น
เมื่อสังคมเต็มไปด้วยความท้อแท้และความเครียด
คนจำนวนมากจะเข้าสู่ภาวะที่ไม่รู้สึกอยากใช้จ่าย

บางคนเครียดจนกินข้าวไม่ลง
บางคนหมดแรงแม้แต่จะคิดซื้ออะไร

เมื่อความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นในวงกว้าง
การจับจ่ายบริโภคก็หยุดชะงัก

และเมื่อการบริโภคหยุด
ห่วงโซ่อุปทานแทบทุกส่วนก็ได้รับผลกระทบ

นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของร้านโจ๊กร้านหนึ่ง
แต่มันคือสัญญาณของระบบเศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแรงลงทั้งลำ

เมื่อเรือลำใหญ่เริ่มจม
คนบนเรือทุกคนย่อมได้รับผลกระทบ

#ช่างโห้มองอนาคต

16/05/2026

“ภาพจำของโอกาสที่ยังค้างอยู่ในอดีต”

หรือพูดแบบเข้าใจง่ายคือ
คนจำนวนมากยังใช้ข้อมูลในหัวจาก “เมืองเมื่อก่อน”
มาตัดสินใจใน “เมืองวันนี้”

แถวบ้านผม สมุทรปราการ สมัยก่อนเมืองเป็นเมืองอุตสาหกรรม
มีโรงงาน มีแรงงาน มีเงินหมุน
เปิดร้านอะไรก็พอมีคนซื้อ เพราะมีฐานคนทำงานรองรับ

แต่พอโรงงานทยอยปิด
คนตกงาน
คนวัยทำงานย้ายออก
กำลังซื้อหายไป

สิ่งที่หายไปจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “คน”
แต่มันคือ ระบบหมุนเวียนของรายได้ทั้งเมือง
พอรายได้หลักของเมืองหาย
คนที่เหลืออยู่ก็มีกำลังซื้อน้อยลง

แต่คนเปิดร้านกลับเพิ่มขึ้น
มันเลยกลายเป็นภาวะที่เรียกว่า
ผู้ขายเพิ่มขึ้น แต่ผู้ซื้อจริงลดลง

เหมือนมีคน 100 คน
เคยมีคนซื้อ 1,000 คน
วันหนึ่งเหลือคนซื้อจริงแค่ 200 คน
แต่กลับมีร้านค้าเพิ่มเป็น 300 ร้าน

ต่อให้ทุกคนขยัน เปิดร้านสวย ทำของดี
ก็ไม่ได้แปลว่าจะขายได้
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความขยัน
แต่อยู่ที่ ตลาดไม่มีเม็ดเงินพอรองรับผู้ขายทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้คนยังแห่เปิดร้าน คือ 3 อย่าง
1. ความจำจากอดีต
ยังจำภาพเมืองคึกคัก แล้วคิดว่ามันยังเป็นแบบเดิม

2. ความจำเป็นส่วนตัว
รายได้ไม่พอ ตกงาน ต้องหาอะไรทำทันที
การเปิดร้านดูเหมือนเป็นทางออกที่จับต้องได้

3. การมองเห็นแต่ “ภาพหน้าตลาด”
เห็นตลาดเปิดใหม่ คนแห่จองล็อก
เลยคิดว่ามีโอกาส
แต่ไม่ได้มองลึกว่า
คนที่มาเปิดร้านจำนวนมาก อาจเป็นคนที่ “ไม่มีทางเลือก” มากกว่า “เห็นโอกาส”

ในอดีตมีแก้วน้ำ 10 ใบ สามารถรองรับน้ำได้เต็มทั้ง 10 ใบ
วันนี้มีแก้วน้ำ 20 ใบ แต่น้ำที่จะมาเติมในแก้วระเหยไปเกือบหมดแม้แต่ 10 ใบแรกก็ยังเติมไม่เต็ม แต่มีแก้วมารอเพิ่มอีก 10 ใบ แต่ละใบจึงแทบไม่มีน้ำใสเข้าไปได้เลย

#ช่างโห้มองอนาคต

16/05/2026

ผมขอตั้งชื่อให้กับเศรษฐกิจช่วงที่จะถึงนี้ว่า
"ยุคเศรษฐกิจเรือล่ม"

16/05/2026

คนไทย จะกลับมามีเงินจับจ่ายใช้สอยได้ด้วยวิธีไหน คิดออกกันไหมครับ ถ้าประชาชนทั่วไปไม่มีเงิน พ่อค้าแม่ค้าก็ไม่รู้จะไปขายของให้ใคร

ทำไมปัจจุบันจึงมี “ตลาดเปิดใหม่” เกิดขึ้นเยอะมากเหตุผลสำคัญคือ ทุกวันนี้คนที่อยาก “ขายของ” มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆในอดี...
16/05/2026

ทำไมปัจจุบันจึงมี “ตลาดเปิดใหม่” เกิดขึ้นเยอะมาก

เหตุผลสำคัญคือ ทุกวันนี้คนที่อยาก “ขายของ” มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ในอดีต ลูกค้าหลักของตลาดคือ “คนทั่วไป” ที่มาจับจ่ายซื้อของเพื่อการบริโภคแต่ปัจจุบัน มีคนจำนวนมากหันมาอยากเป็นพ่อค้าแม่ค้า อยากหารายได้เสริม อยากมีอาชีพอิสระ

ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงสำคัญ

เพราะสำหรับเจ้าของตลาด“พ่อค้าแม่ค้า” ต่างหากคือลูกค้าตัวจริงของเขา

เมื่อมีคนอยากขายของมากขึ้นคนที่พอมีทุนจึงมองเห็นโอกาสในการสร้างตลาดขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของคนกลุ่มนี้

เจ้าของตลาดไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่าสุดท้ายจะมีคนเดินเข้ามาซื้อของมากแค่ไหน

เขาแค่ต้องรู้ว่ามีพ่อค้าแม่ค้าพร้อมจะเช่าที่ขายของมากพอหรือไม่

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกวันนี้เราจึงเห็นตลาดเปิดใหม่จำนวนมากจากอดีตที่หนึ่งอำเภออาจมีตลาดใหญ่เพียงแห่งเดียว

แต่ปัจจุบันแค่หนึ่งซอย อาจมีตลาดเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งแห่ง

เพราะในยุคนี้“คนอยากขาย” เพิ่มเร็วกว่าคนซื้อ

และเมื่อความต้องการเช่าที่ขายของมีมากตลาดใหม่จึงเกิดขึ้นตามมาเป็นธรรมดา
#ช่างโห้มองอนาคต

15/05/2026

การเปิดตลาดสมัยก่อน เปิดเพราะมีกำลังซื้อ เปิดแล้วขายของใด้
ปัจจุบัน เปิดเพราะมีกำลังขาย มีแต่คนอยากขาย แต่ไม่มีคนอยากซื้ิอ

หลายคนมักดูแค่ว่า“ขายสินค้า 1 ชิ้น ยังได้กำไรเท่าเดิม”แต่สิ่งที่หลายคนมองข้าม คือ ยอดขายต่อภาระต่อให้กำไรต่อชิ้นยังเท่าเ...
15/05/2026

หลายคนมักดูแค่ว่า
“ขายสินค้า 1 ชิ้น ยังได้กำไรเท่าเดิม”
แต่สิ่งที่หลายคนมองข้าม คือ

ยอดขายต่อภาระ
ต่อให้กำไรต่อชิ้นยังเท่าเดิม
ถ้ายอดขายลดลงเรื่อย ๆ
จนรายรับรวมต่ำกว่าภาระรายจ่ายที่ต้องแบกรับ
สมดุลทางการเงินก็เริ่มเสียทันที

มันเหมือนเรือที่ยังลอยอยู่
แต่มีน้ำค่อย ๆ รั่วเข้ามาทีละนิด
ตอนแรกอาจยังไม่รู้สึกอะไร
แต่ถ้าไม่รีบตรวจสอบ
สุดท้ายมันจะค่อย ๆ จมโดยไม่ทันตั้งตัว
หลายกิจการพลาดตรงนี้

เพราะคิดแค่ว่า
“ยังขายได้อยู่ ยังมีกำไรต่อชิ้นอยู่”
แต่ความจริงที่ต้องดูคือ

รายรับรวมในวันนี้ ยังรองรับรายจ่ายทั้งหมดได้หรือไม่
อย่าดูแค่กำไรต่อชิ้น

ต้องดูด้วยว่า
ยอดขาย ณ วันนี้
ยังซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายทั้งระบบได้ไหม

ถ้าเริ่มไม่สมดุล
นั่นคือสัญญาณเตือนว่า
ต้องรีบปรับตัวทันที

อย่ารอให้ทุนค่อย ๆ หายไปทีละนิด
จนถึงวันที่ไม่มีแรงพอจะแก้เกม
ค้าขายต้องเช็กตัวเลขเสมอ

เพราะบางครั้ง
สิ่งที่ดูเหมือน “ยังไปได้”
อาจกำลังพาธุรกิจถอยหลังอยู่เงียบ ๆ
💥“อย่าดูแค่ว่ายังขายได้ แต่ต้องดูว่ายอดขายวันนี้ยังเลี้ยงภาระทั้งหมดไหวไหม”
#ช่างโห้มองอนาคต
อยากมีความรู้ในการซ่อมพัดลมฟรีกด 👉 #ช่างโห้

15/05/2026

ผมให้ควมรู้กับสังคม
มาโดยตลอด
แม้อนาคตผมจะไม่อยู่แล้ว แต่ความรู้ในโลกโซเชียล จะคงอยู่ตลอดไป #ช่างโห้

13/05/2026

ปรับตัวมานานแล้ว ที่ผมออกมาโพสต์บ่อยๆแค่อยากให้ทุกคนเดินผ่านความยากลำบากของชีวิตในช่วงนี้ไปให้ได้เท่านั้นเอง ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังในช่วงนี้ #ช่างโห้มองอนาคต

ที่อยู่

สุขสวัสดิ์
Bangkok
10290

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 18:00
อังคาร 07:00 - 18:00
พุธ 06:00 - 18:00
พฤหัสบดี 06:00 - 18:00
ศุกร์ 07:00 - 18:00
เสาร์ 06:00 - 18:00
อาทิตย์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66867993789

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FAN EGGผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์