M.Sc. in Culinary and Service Technology, Suan Dusit University

M.Sc. in Culinary and Service Technology, Suan Dusit University ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก M.Sc. in Culinary and Service Technology, Suan Dusit University, ห้องครัว/การทำอาหาร, 204/3 ถนนสิรินธร เขตบางพลัด, Bangkok

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตขอแสดงความยินดีรองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรมมหาวิทยาลัยสว...
07/10/2026

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ขอแสดงความยินดี
รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ในโอกาสได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
วันที่ 6 ตุลาคม 2569
ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2569

07/10/2026

นักศึกษาโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เข้าร่วมประชันฝีมือการประกอบอาหาร เพื่อยกระดับกล้วยหอมไทย ในเวที IRON CHEF Thailand ภายใต้โครงการ “Local Ingredients World Class Experiences” ตอน The University Pastry Chef Championship พร้อมโชว์ไอเดียสุดสร้างสรรค์ โดยการนำ“เปลือกกล้วย” มาพัฒนาและประยุกต์ใช้เป็นส่วนผสมได้อย่างลงตัว
#เปลี่ยนสิ่งที่ถูกมองข้าม สู่ความพิเศษที่ทรงคุณค่า 👨‍🍳💡
#โรงเรียนการเรือนมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

#เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย

“น้ำผัก–ผลไม้สมูทตี้”“น้ำผัก–ผลไม้สมูทตี้” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ผสานคุณค่าจากผักและผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งวิตามิน แร่...
07/10/2026

“น้ำผัก–ผลไม้สมูทตี้”
“น้ำผัก–ผลไม้สมูทตี้” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ผสานคุณค่าจากผักและผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มผักและผลไม้ในชีวิตประจำวัน
✨ จุดเด่นของสมูทตี้ผัก–ผลไม้
🥬 ได้คุณค่าจากผักและผลไม้หลากหลายชนิด
🌱 มีใยอาหาร ช่วยสนับสนุนการขับถ่ายและสุขภาพทางเดินอาหาร
💚 อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน
⚡ ให้พลังงานและสารอาหารที่เหมาะสำหรับการเติมความสดชื่นระหว่างวัน
🍹 เลือกวัตถุดิบสดใหม่และไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลหรือไขมันเพิ่ม
เคล็ดลับการทำสมูทตี้ให้อร่อยและได้คุณค่า 🥝🍓
เลือกผัก–ผลไม้สด ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนปั่น และควรดื่มทันทีหรือแช่เย็นที่อุณหภูมิ 0–4°C เพื่อช่วยคงความสดและคุณภาพของเครื่องดื่ม
ข้อมูลโดย : รองศาสตราจารย์ ดร.ปัญญภัสก์ ปิ่นแก้ว อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรฯ
แหล่งข้อมูล :
1. USDA FoodData Central. (2023), Smoothie, vegetable and fruit. Retrieved from https://fdc.nal.usda.gov
2. Harvard T.H. Chan School of Public Health. (2021). The Nutrition Source: Smoothies. Retrieved from https://www.hsph.harvard.edu/nutritionsource/smoothies/
3. Kim, S. & Kim, H. (2017), Physicochemical and functional properties of egg white protein and its application in food processing. Food Science and Blotechnoolgy.26(4), 1059-1067.
4. FAO/WHO. (2002), Protein quality evaluation: Report of an FAO expert consultation. FAO Food and Nutrition Paper 51

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดยหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อผู้ประกอบการอาหาร

🥝🥬 หัวข้อ “น้ำผัก–ผลไม้สมูทตี้”

“น้ำผัก–ผลไม้สมูทตี้” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ผสานคุณค่าจากผักและผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มผักและผลไม้ในชีวิตประจำวัน

✨ จุดเด่นของสมูทตี้ผัก–ผลไม้

🥬 ได้คุณค่าจากผักและผลไม้หลากหลายชนิด
🌱 มีใยอาหาร ช่วยสนับสนุนการขับถ่ายและสุขภาพทางเดินอาหาร
💚 อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน
⚡ ให้พลังงานและสารอาหารที่เหมาะสำหรับการเติมความสดชื่นระหว่างวัน
🍹 เลือกวัตถุดิบสดใหม่และไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลหรือไขมันเพิ่ม

เคล็ดลับการทำสมูทตี้ให้อร่อยและได้คุณค่า 🥝🍓
เลือกผัก–ผลไม้สด ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนปั่น และควรดื่มทันทีหรือแช่เย็นที่อุณหภูมิ 0–4°C เพื่อช่วยคงความสดและคุณภาพของเครื่องดื่ม

ข้อมูลโดย : รองศาสตราจารย์ ดร.ปัญญภัสก์ ปิ่นแก้ว อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรฯ
แหล่งข้อมูล :
1. USDA FoodData Central. (2023), Smoothie, vegetable and fruit. Retrieved from https://fdc.nal.usda.gov
2. Harvard T.H. Chan School of Public Health. (2021). The Nutrition Source: Smoothies. Retrieved from https://www.hsph.harvard.edu/nutritionsource/smoothies/
3. Kim, S. & Kim, H. (2017), Physicochemical and functional properties of egg white protein and its application in food processing. Food Science and Blotechnoolgy.26(4), 1059-1067.
4. FAO/WHO. (2002), Protein quality evaluation: Report of an FAO expert consultation. FAO Food and Nutrition Paper 51.

"ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร"ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่สามารถใช้แทนการรักษาโรคได้ การเลือกซื้อจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เ...
07/10/2026

"ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร"
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่สามารถใช้แทนการรักษาโรคได้ การเลือกซื้อจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและสุขภาพของแต่ละบุคคล
🔎 6 เรื่องสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ
1. มีความจำเป็นและมีประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่ – หากได้รับสารอาหารครบถ้วนจากอาหารประจำวัน อาจไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มเติม
2. คำนึงถึงความปลอดภัย – ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ คำเตือน และข้อควรระวัง โดยเฉพาะเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้แพ้อาหาร
3. ราคาเหมาะสมหรือไม่ – อย่าตัดสินใจจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาความจำเป็นและความคุ้มค่า
4. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต – ตรวจสอบฉลากและเลขสารบบอาหารให้ถูกต้องตามกฎหมาย
5. จำไว้ว่า “ไม่ใช่ยารักษาโรค” – ไม่ควรเชื่อคำกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคหรือใช้แทนยาได้
6. ตรวจสอบมาตรฐานการผลิต – เลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน เช่น GMP และ HACCP และตรวจสอบข้อมูลบนฉลากให้ครบถ้วน
ข้อมูลโดย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์กันต์กนิษฐ์ จงรัตนวัทย์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรฯ
แหล่งอ้างอิง : ดารณี หมู่ขจรพันธ์, 2551, น. 93 , น. 91-92

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดยหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัย

🫖✨ หัวข้อ "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร"

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่สามารถใช้แทนการรักษาโรคได้ การเลือกซื้อจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและสุขภาพของแต่ละบุคคล

🔎 6 เรื่องสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ

1. มีความจำเป็นและมีประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่ – หากได้รับสารอาหารครบถ้วนจากอาหารประจำวัน อาจไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มเติม
2. คำนึงถึงความปลอดภัย – ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ คำเตือน และข้อควรระวัง โดยเฉพาะเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้แพ้อาหาร
3. ราคาเหมาะสมหรือไม่ – อย่าตัดสินใจจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาความจำเป็นและความคุ้มค่า
4. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต – ตรวจสอบฉลากและเลขสารบบอาหารให้ถูกต้องตามกฎหมาย
5. จำไว้ว่า “ไม่ใช่ยารักษาโรค” – ไม่ควรเชื่อคำกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคหรือใช้แทนยาได้
6. ตรวจสอบมาตรฐานการผลิต – เลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน เช่น GMP และ HACCP และตรวจสอบข้อมูลบนฉลากให้ครบถ้วน

ข้อมูลโดย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์กันต์กนิษฐ์ จงรัตนวัทย์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรฯ
แหล่งอ้างอิง : ดารณี หมู่ขจรพันธ์, 2551, น. 93 , น. 91-92

"ข้าวเหนียวแดง" ขนมหวานในประเพณีพิธีกรรมล้านนา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน “Khaw Neaw Daeng: From past to present,The Lanna rit...
07/10/2026

"ข้าวเหนียวแดง" ขนมหวานในประเพณีพิธีกรรมล้านนา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
“Khaw Neaw Daeng: From past to present,
The Lanna ritual traditions desserts”
ผู้วิจัย :
• เสาวลักษณ์ กันจินะ
• สุรีย์พร ธัญญะกิจ
• อานัง ใจแน่น
• ฐิติวรฎา ใยสำลี
• ปพนพัชร์ ภักรฐิติวัสส์
• จาตุรงค์ แก้วสามดวง
1. ความเป็นมา
ข้าวเหนียวแดงเป็นขนมพื้นบ้านล้านนาสะท้อนภูมิปัญญาและความเชื่อใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา งานมงคลและประเพณีท้องถิ่น สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวล้านนา
2. วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาพัฒนาการของข้าวเหนียวแดงจากอดีตถึงปัจจุบัน และคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอาหารล้านนา
3. กระบวนการวิจัย
• ศึกษาข้อมูลเอกสาร
และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
• ศึกษาภาคสนามและสัมภาษณ์
ผู้รู้และผู้ประกอบการ
• วิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์
องค์ความรู้
4. จุดเด่นของงานวิจัย
นำเสนอพัฒนาการของข้าวเหนียวแดง สะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมล้านนา พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
5. บทสรุปของงานวิจัย
ข้าวเหนียวแดงเป็นขนมหวานล้านนา ทำจากข้าวเหนียวกวนกับน้ำอ้อย นิยมถวายพระในช่วงวันสารทเพื่ออุทิศบุญแก่บรรพบุรุษ สะท้อนความเชื่อ ความสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นของชุมชน ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นขนมรูปแบบต่าง ๆ และยังคงคุณค่า
ทางวัฒนธรรมล้านนาไว้
“ข้าวเหนียวแดง อาหารพื้นถิ่นล้านนาที่ควรรักษาการอนุรักษ์และต่อยอดสู่อนาคต”
แหล่งที่มา:
https://so04.tci-thaijo.org/.../article/view/266816/180205

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ

หัวข้อ "ข้าวเหนียวแดง" ขนมหวานในประเพณีพิธีกรรมล้านนา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
“Khaw Neaw Daeng: From past to present,
The Lanna ritual traditions desserts”
ผู้วิจัย :
• เสาวลักษณ์ กันจินะ
• สุรีย์พร ธัญญะกิจ
• อานัง ใจแน่น
• ฐิติวรฎา ใยสำลี
• ปพนพัชร์ ภักรฐิติวัสส์
• จาตุรงค์ แก้วสามดวง

1. ความเป็นมา
ข้าวเหนียวแดงเป็นขนมพื้นบ้านล้านนาสะท้อนภูมิปัญญาและความเชื่อใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา งานมงคลและประเพณีท้องถิ่น สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวล้านนา

2. วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาพัฒนาการของข้าวเหนียวแดงจากอดีตถึงปัจจุบัน และคุณค่าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอาหารล้านนา

3. กระบวนการวิจัย
• ศึกษาข้อมูลเอกสาร
และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
• ศึกษาภาคสนามและสัมภาษณ์
ผู้รู้และผู้ประกอบการ
• วิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์
องค์ความรู้

4. จุดเด่นของงานวิจัย
นำเสนอพัฒนาการของข้าวเหนียวแดง สะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมล้านนา พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

5. บทสรุปของงานวิจัย
ข้าวเหนียวแดงเป็นขนมหวานล้านนา ทำจากข้าวเหนียวกวนกับน้ำอ้อย นิยมถวายพระในช่วงวันสารทเพื่ออุทิศบุญแก่บรรพบุรุษ สะท้อนความเชื่อ ความสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นของชุมชน ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นขนมรูปแบบต่าง ๆ และยังคงคุณค่า
ทางวัฒนธรรมล้านนาไว้

“ข้าวเหนียวแดง อาหารพื้นถิ่นล้านนาที่ควรรักษาการอนุรักษ์และต่อยอดสู่อนาคต”

แหล่งที่มา:
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jfood/article/view/266816/180205

🥗 ยำวุ้นเส้นหมูสับ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ลงตัวทุกคำขอขอบคุณข้อมูลจากผศ.ฉัตรชนก บุญไชย ประธานหลักสูตรฯ สาขาวิชาเทคโนโลยี...
07/10/2026

🥗 ยำวุ้นเส้นหมูสับ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ลงตัวทุกคำ
ขอขอบคุณข้อมูลจากผศ.ฉัตรชนก บุญไชย ประธานหลักสูตรฯ สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ

🥗 ยำวุ้นเส้นหมูสับ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ลงตัวทุกคำ

ขอขอบคุณข้อมูลจากผศ.ฉัตรชนก บุญไชย ประธานหลักสูตรฯ สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ

"พวงกุญแจจากเศษผ้า" ศิลปะการชุบชีวิตผืนผ้าเหลือใช้ สู่ชิ้นงานคราฟต์ทำมือ ที่พกพาความทรงจำและสไตล์ในแบบที่ไม่มีใครเหมือนท...
07/10/2026

"พวงกุญแจจากเศษผ้า" ศิลปะการชุบชีวิตผืนผ้าเหลือใช้ สู่ชิ้นงานคราฟต์ทำมือ ที่พกพาความทรงจำและสไตล์ในแบบที่ไม่มีใครเหมือน
ทำความรู้จัก....พวงกุญแจจากเศษผ้า คืองานประดิษฐ์ที่เกิดจากการนำผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บ หรือเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาตัดเย็บและขึ้นรูปใหม่ มักใช้เทคนิคการเย็บปะติด (Patchwork) การยัดใยสังเคราะห์ให้พองฟู หรือการเดินเส้นปักลวดลายเพิ่มเติมเพื่อสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น สัตว์ ดอกไม้ หรือรูปทรงเรขาคณิต ถือเป็นงานศิลปะขนาดจิ๋วที่เน้นการดึงศักยภาพของวัสดุเหลือใช้กลับมา
สร้างประโยชน์ใหม่ให้คุ้มค่าที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ผศ.ดร.อัครพล ไวเชียงค้า ประธานหลักสูตรฯ คหกรรมศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

หัวข้อ "พวงกุญแจจากเศษผ้า" ศิลปะการชุบชีวิตผืนผ้าเหลือใช้ สู่ชิ้นงานคราฟต์ทำมือ ที่พกพาความทรงจำและสไตล์ในแบบที่ไม่มีใครเหมือน

ทำความรู้จัก....พวงกุญแจจากเศษผ้า คืองานประดิษฐ์ที่เกิดจากการนำผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บ หรือเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาตัดเย็บและขึ้นรูปใหม่ มักใช้เทคนิคการเย็บปะติด (Patchwork) การยัดใยสังเคราะห์ให้พองฟู หรือการเดินเส้นปักลวดลายเพิ่มเติมเพื่อสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น สัตว์ ดอกไม้ หรือรูปทรงเรขาคณิต ถือเป็นงานศิลปะขนาดจิ๋วที่เน้นการดึงศักยภาพของวัสดุเหลือใช้กลับมา
สร้างประโยชน์ใหม่ให้คุ้มค่าที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ผศ.ดร.อัครพล ไวเชียงค้า ประธานหลักสูตรฯ คหกรรมศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

“ศาสตร์การทำของชำร่วย 🐰 : กระต่ายน้อยจากผ้าขนหนู”สร้างสรรค์งานประดิษฐ์จากผ้าขนหนู เติมเสน่ห์และความน่ารักด้วยงานฝีมือเรี...
07/10/2026

“ศาสตร์การทำของชำร่วย 🐰 : กระต่ายน้อยจากผ้าขนหนู”
สร้างสรรค์งานประดิษฐ์จากผ้าขนหนู เติมเสน่ห์และความน่ารักด้วยงานฝีมือ
เรียนรู้การสร้างสรรค์ “กระต่ายน้อยจากผ้าขนหนู” งานประดิษฐ์ที่นำผ้าขนหนูมาพับ ม้วน และจัดรูปทรงอย่างประณีต ผสมผสานทักษะด้านคหกรรมศาสตร์กับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนวัสดุใกล้ตัวให้กลายเป็นของชำร่วย ของที่ระลึก และของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์
ศึกษาตั้งแต่ การเตรียมผ้า การม้วนและพับผ้า การจัดรูปทรงส่วนหัวและใบหู การยึดผ้าด้วยยาง การติดตาและตกแต่งจมูกด้วยปอมปอม รวมถึงการประดับด้วยริบบิ้นสีสันต่าง ๆ จนเกิดเป็นกระต่ายน้อยจากผ้าขนหนูที่น่ารัก สวยงาม และมีคุณค่า
🌿 การประดิษฐ์กระต่ายน้อยจากผ้าขนหนู นอกจากช่วยฝึก สมาธิ ความละเอียดรอบคอบ ความประณีต และการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน แล้ว ยังช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการนำวัสดุที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ สามารถต่อยอดเป็น ของชำร่วย ของที่ระลึก ของตกแต่ง หรือผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในโอกาสต่าง ๆ
🌸 เพราะงานประดิษฐ์ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังสะท้อน ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ ความตั้งใจ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด 🐰🎀
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ผศ.ดร.พรยุพรรณ พรสุขสวัสดิ์ อาจารย์ประจำโรงเรียนการเรือน

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์

หัวข้อ “ศาสตร์การทำของชำร่วย 🐰 : กระต่ายน้อยจากผ้าขนหนู”

สร้างสรรค์งานประดิษฐ์จากผ้าขนหนู เติมเสน่ห์และความน่ารักด้วยงานฝีมือ
เรียนรู้การสร้างสรรค์ “กระต่ายน้อยจากผ้าขนหนู” งานประดิษฐ์ที่นำผ้าขนหนูมาพับ ม้วน และจัดรูปทรงอย่างประณีต ผสมผสานทักษะด้านคหกรรมศาสตร์กับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนวัสดุใกล้ตัวให้กลายเป็นของชำร่วย ของที่ระลึก และของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์
ศึกษาตั้งแต่ การเตรียมผ้า การม้วนและพับผ้า การจัดรูปทรงส่วนหัวและใบหู การยึดผ้าด้วยยาง การติดตาและตกแต่งจมูกด้วยปอมปอม รวมถึงการประดับด้วยริบบิ้นสีสันต่าง ๆ จนเกิดเป็นกระต่ายน้อยจากผ้าขนหนูที่น่ารัก สวยงาม และมีคุณค่า
🌿 การประดิษฐ์กระต่ายน้อยจากผ้าขนหนู นอกจากช่วยฝึก สมาธิ ความละเอียดรอบคอบ ความประณีต และการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน แล้ว ยังช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการนำวัสดุที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ สามารถต่อยอดเป็น ของชำร่วย ของที่ระลึก ของตกแต่ง หรือผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในโอกาสต่าง ๆ
🌸 เพราะงานประดิษฐ์ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังสะท้อน ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ ความตั้งใจ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด 🐰🎀

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ผศ.ดร.พรยุพรรณ พรสุขสวัสดิ์ อาจารย์ประจำโรงเรียนการเรือน

"ขนมจีบสังขยา" จังหวัดตรังขนมจีบสังขยาป้าพิณ เป็นขนมขึ้นชื่อของจังหวัดตรัง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรั...
07/10/2026

"ขนมจีบสังขยา" จังหวัดตรัง
ขนมจีบสังขยาป้าพิณ เป็นขนมขึ้นชื่อของจังหวัดตรัง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีต้นกำเนิดจากสูตรขนมของคุณยายของป้าพิณ ซึ่งนำสูตรมาจากปีนัง ก่อนที่ป้าพิณจะนำมาปรับปรุง และพัฒนาสูตรให้เหมาะกับการผลิตและจำหน่าย จนกลายเป็นขนมของฝากที่รู้จักของจังหวัดตรัง
ที่มา : 1.https://steemit.com/thai//6su6me 2.https://www.youtube.com/watch?v=-7ubTE_TwFQ 3.https://www.facebook.com/watch/?v=1666775210074271 4.https://trang.mots.go.th/trang/news/580

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ศูนย์การศึกษา ตรัง

หัวข้อ "ขนมจีบสังขยา" จังหวัดตรัง

ขนมจีบสังขยาป้าพิณ เป็นขนมขึ้นชื่อของจังหวัดตรัง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีต้นกำเนิดจากสูตรขนมของคุณยายของป้าพิณ ซึ่งนำสูตรมาจากปีนัง ก่อนที่ป้าพิณจะนำมาปรับปรุง และพัฒนาสูตรให้เหมาะกับการผลิตและจำหน่าย จนกลายเป็นขนมของฝากที่รู้จักของจังหวัดตรัง

ที่มา : 1.https://steemit.com/thai//6su6me 2.https://www.youtube.com/watch?v=-7ubTE_TwFQ 3.https://www.facebook.com/watch/?v=1666775210074271 4.https://trang.mots.go.th/trang/news/580

🍳 ศาสตร์แห่ง “น้ำมันทอดซ้ำอันตรายแค่ไหน” (Is Reused Frying Oil Dangerous?) 📜 ✨💡 สาระน่ารู้เกี่ยวกับสารโพลาร์และกฎหมายกำห...
07/10/2026

🍳 ศาสตร์แห่ง “น้ำมันทอดซ้ำอันตรายแค่ไหน” (Is Reused Frying Oil Dangerous?) 📜 ✨
💡 สาระน่ารู้เกี่ยวกับสารโพลาร์และกฎหมายกำหนดในประเทศไทย น้ำมันที่ผ่านการทอดซ้ำโดยโดนความร้อนร่วมกับน้ำและออกซิเจนจากอาหารจะเกิด "สารโพลาร์" (Polar compounds) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ระเหยหรือหายไปเอง และยิ่งทอดซ้ำยิ่งสะสมอยู่ในเนื้อน้ำมัน ประเทศไทยจึงมีกฎหมายกำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 283 พ.ศ. 2547) ให้ใช้น้ำมันทอดที่มีสารโพลาร์ไม่เกินร้อยละ 25 ของน้ำหนัก หากเกินถือว่าเป็นอาหารผิดมาตรฐานมีโทษปรับ โดยผลการสำรวจน้ำมันทอดในครัวเรือนกรุงเทพฯ พบสารโพลาร์ต่ำกว่า 20% ถึง 84.75% ขณะที่น้ำมันทอดของร้านค้าขายซุ้มพบตกมาตรฐานเกิน 25% อยู่ที่ 11.85%
🔬 เจาะลึกตัวแปรสำคัญ อุณหภูมิ และสารอันตราย ตัวเลขเวลาที่ควรรู้ในการใช้น้ำมันทอดสำหรับประเทศไทยที่มีอากาศร้อน (>32°C) ควรใช้ตั้งต้นที่ "ไม่เกิน 1 ชั่วโมง" และช่วงอุณหภูมิอันตรายของการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์คือ 5–60°C (Danger Zone) ซึ่งแบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนเป็น 2 เท่าในทุก 20 นาที นอกจากนี้ ตัวแปรสำคัญของการเสื่อมสภาพไม่ใช่จำนวนรอบการทอด แต่คือ "ทอดอะไร" โดยเฉพาะอาหารชุบแป้ง หมักเครื่อง และเนื้อสัตว์ติดมันจะปล่อยโปรตีน เกลือ และไขมันลงน้ำมันทำให้น้ำมันเสื่อมเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดสารพิษอย่าง อัลดีไฮด์ (HNE) ที่พบตั้งแต่นาที/ชั่วโมงที่ 2 สาร PAHs ที่เพิ่มตามจำนวนรอบทอด รวมถึงควันจากกระทะที่เป็นอันตราย
🚫 สัญญาณเตือนและวิธีการดูแลยืดอายุอย่างถูกต้อง สังเกต 5 สัญญาณน้ำมันเสีย ได้แก่ สีเข้มขึ้นจนเกือบดำ, เหนียวข้นผิดปกติ, เกิดฟองมากผิดปกติ, ควันขึ้นเร็ว และมีกลิ่นเหม็นหืน (หรือตรวจด้วยแผ่นทดสอบสารโพลาร์/เครื่องวัด TPM) การยืดอายุที่ได้ผลจริงคือ กรองทุกครั้งหลังใช้น้ำมัน, ซับของให้แห้งก่อนลงกระทะ, ไม่ให้ถึงจุดเกิดควัน (170–180°C), เก็บในขวดปิดสนิทไม่โดนแดด และ ห้ามเติมน้ำมันใหม่ลงในน้ำมันเก่า ส่วนวิธีที่ไม่ได้ผลคือการนำข้าวสาร แป้ง ผัก หรือกรองด้วยผ้าขาวบาง เพราะกรองได้แค่เศษผงแต่ไม่สามารถลดสารโพลาร์ที่ละลายในน้ำมันได้ เมื่อน้ำมันเสื่อมสภาพแล้ว ให้จัดเก็บใสภาชนะเพื่อส่งขายเข้าโครงการทอดไม่ทิ้ง (ราคาประมาณ 20 บาท/กิโลกรัม) เพื่อนำไปสร้างมูลค่าต่ออย่างถูกต้อง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.wongnai.com/.../how-many-times-reuse-frying-oil

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ศูนย์การศึกษา ลำปาง

หัวข้อ 🍳 ศาสตร์แห่ง “น้ำมันทอดซ้ำอันตรายแค่ไหน” (Is Reused Frying Oil Dangerous?) 📜 ✨

💡 สาระน่ารู้เกี่ยวกับสารโพลาร์และกฎหมายกำหนดในประเทศไทย น้ำมันที่ผ่านการทอดซ้ำโดยโดนความร้อนร่วมกับน้ำและออกซิเจนจากอาหารจะเกิด "สารโพลาร์" (Polar compounds) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ระเหยหรือหายไปเอง และยิ่งทอดซ้ำยิ่งสะสมอยู่ในเนื้อน้ำมัน ประเทศไทยจึงมีกฎหมายกำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 283 พ.ศ. 2547) ให้ใช้น้ำมันทอดที่มีสารโพลาร์ไม่เกินร้อยละ 25 ของน้ำหนัก หากเกินถือว่าเป็นอาหารผิดมาตรฐานมีโทษปรับ โดยผลการสำรวจน้ำมันทอดในครัวเรือนกรุงเทพฯ พบสารโพลาร์ต่ำกว่า 20% ถึง 84.75% ขณะที่น้ำมันทอดของร้านค้าขายซุ้มพบตกมาตรฐานเกิน 25% อยู่ที่ 11.85%
🔬 เจาะลึกตัวแปรสำคัญ อุณหภูมิ และสารอันตราย ตัวเลขเวลาที่ควรรู้ในการใช้น้ำมันทอดสำหรับประเทศไทยที่มีอากาศร้อน (>32°C) ควรใช้ตั้งต้นที่ "ไม่เกิน 1 ชั่วโมง" และช่วงอุณหภูมิอันตรายของการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์คือ 5–60°C (Danger Zone) ซึ่งแบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนเป็น 2 เท่าในทุก 20 นาที นอกจากนี้ ตัวแปรสำคัญของการเสื่อมสภาพไม่ใช่จำนวนรอบการทอด แต่คือ "ทอดอะไร" โดยเฉพาะอาหารชุบแป้ง หมักเครื่อง และเนื้อสัตว์ติดมันจะปล่อยโปรตีน เกลือ และไขมันลงน้ำมันทำให้น้ำมันเสื่อมเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดสารพิษอย่าง อัลดีไฮด์ (HNE) ที่พบตั้งแต่นาที/ชั่วโมงที่ 2 สาร PAHs ที่เพิ่มตามจำนวนรอบทอด รวมถึงควันจากกระทะที่เป็นอันตราย
🚫 สัญญาณเตือนและวิธีการดูแลยืดอายุอย่างถูกต้อง สังเกต 5 สัญญาณน้ำมันเสีย ได้แก่ สีเข้มขึ้นจนเกือบดำ, เหนียวข้นผิดปกติ, เกิดฟองมากผิดปกติ, ควันขึ้นเร็ว และมีกลิ่นเหม็นหืน (หรือตรวจด้วยแผ่นทดสอบสารโพลาร์/เครื่องวัด TPM) การยืดอายุที่ได้ผลจริงคือ กรองทุกครั้งหลังใช้น้ำมัน, ซับของให้แห้งก่อนลงกระทะ, ไม่ให้ถึงจุดเกิดควัน (170–180°C), เก็บในขวดปิดสนิทไม่โดนแดด และ ห้ามเติมน้ำมันใหม่ลงในน้ำมันเก่า ส่วนวิธีที่ไม่ได้ผลคือการนำข้าวสาร แป้ง ผัก หรือกรองด้วยผ้าขาวบาง เพราะกรองได้แค่เศษผงแต่ไม่สามารถลดสารโพลาร์ที่ละลายในน้ำมันได้ เมื่อน้ำมันเสื่อมสภาพแล้ว ให้จัดเก็บใสภาชนะเพื่อส่งขายเข้าโครงการทอดไม่ทิ้ง (ราคาประมาณ 20 บาท/กิโลกรัม) เพื่อนำไปสร้างมูลค่าต่ออย่างถูกต้อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.wongnai.com/food-tips/how-many-times-reuse-frying-oil

ที่อยู่

204/3 ถนนสิรินธร เขตบางพลัด
Bangkok
10700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ M.Sc. in Culinary and Service Technology, Suan Dusit University โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์