Farm Suk Por Tao สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งให้ความรู้
ฟาาร์มสุขพ่อเฒ่า/Farm Suk Por Tao
แล้วก็มีสินค้าออแกนิคขายนะครับ ไข่เป็ด ไข่ไก่ หมู วัว แกะ แพะ

กิจกรรมต่างๆของ เรา คะ เจอกันนะคะ วันนี้
16/05/2026

กิจกรรมต่างๆของ เรา คะ เจอกันนะคะ วันนี้

11/05/2026
มาแบ่งปันรูปกันเถอะ
09/05/2026

มาแบ่งปันรูปกันเถอะ

25/04/2026

เปิดรับให้เช่าพื้นที่
ร้านอาหารอีสานค่ะ

24/04/2026
23/04/2026

การเลือกสายพันธุ์ไก่ไข่ เพื่อการผลิตที่เหมาะสม

---

การเลือกสายพันธุ์ไก่ไข่ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลผลิต ต้นทุน และความคุ้มค่าในการเลี้ยง แต่ละสายพันธุ์มีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งจำนวนไข่ต่อปี ความทนทาน และลักษณะเปลือกไข่ 🐔

---

1) Rhode Island Red
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 260–280 ฟอง 🥚
- สีเปลือกไข่: น้ำตาล
- ข้อดี: แข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศได้ดี เหมาะกับระบบเลี้ยงหลากหลายรูปแบบ

2) Super Harco
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 250–270 ฟอง
- สีเปลือกไข่: น้ำตาลเข้ม
- ข้อดี: ให้ไข่ฟองใหญ่ เปลือกหนา เลี้ยงง่าย

3) Plymouth Rock Barred
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 220–250 ฟอง
- สีเปลือกไข่: น้ำตาลอ่อน
- ข้อดี: เชื่อง เป็นมิตร เลี้ยงได้ทั้งเพื่อไข่และเนื้อ

---

4) Hybrid Laying Hen
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 300+ ฟอง 🔥
- สีเปลือกไข่: น้ำตาล
- ข้อดี: ผลผลิตสูงมาก กินอาหารน้อย คุ้มทุนเร็ว

5) Thai–Plymouth Rock Cross
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 240–260 ฟอง
- สีเปลือกไข่: ครีม/น้ำตาลอ่อน
- ข้อดี: ปรับตัวเก่ง โตเร็ว เหมาะกับสภาพอากาศไทย 🇹🇭

6) Department of Livestock Development Crossbreed
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 230–250 ฟอง
- สีเปลือกไข่: น้ำตาล
- ข้อดี: พันธุ์พื้นเมืองพัฒนา ทนทาน เหมาะกับเกษตรกรไทย

---

7) Three-way Cross Hen
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 240–260 ฟอง
- สีเปลือกไข่: น้ำตาล
- ข้อดี: ความทนทานสูง ให้ไข่สม่ำเสมอ

😎 White Leghorn
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 280–300 ฟอง
- สีเปลือกไข่: ขาว
- ข้อดี: ผลผลิตไข่สูงมาก กินอาหารน้อย ปราดเปรียว

9) Bangkok White
- ไข่เฉลี่ยต่อปี: 250–270 ฟอง
- สีเปลือกไข่: ขาว
- ข้อดี: แข็งแรง ทนร้อนดี ไข่ฟองใหญ่ 🌞

---

📌 สรุปแนวทางเลือกสายพันธุ์
- เน้นผลผลิตสูงสุด → Hybrid Laying Hen, White Leghorn
- เน้นความทนทาน เลี้ยงง่าย → Rhode Island Red, Bangkok White
- เน้นปรับตัวกับอากาศไทย → Thai–Plymouth Rock Cross, พันธุ์กรมปศุสัตว์
- เลี้ยงกึ่งเนื้อกึ่งไข่ → Plymouth Rock Barred

---

การเลือกสายพันธุ์ไก่ไข่ที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงให้คุ้มทุนและได้กำไร เลือกให้ตรงกับเป้าหมายการเลี้ยง สภาพพื้นที่ และตลาด จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้อย่างชัดเจน เริ่มจากสายพันธุ์ที่เหมาะกับท่าน วางแผนให้ดี แล้วลงมือทำอย่างต่อเนื่อง รับรองว่าการเลี้ยงไก่ไข่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงได้จริง ลองศึกษาดูนะครับ💰🥚

#ไก่ไข่ #เลี้ยงไก่ไข่ #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

23/04/2026

สูตรปุ๋ย NPK ทำใช้เองจากวัสดุรอบตัว ประหยัด ลดต้นทุนได้จริง

---

ในช่วงที่ต้นทุนปุ๋ยเคมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำปุ๋ยใช้เองจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญของเกษตรกรยุคใหม่ เพราะนอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ในฟาร์มหรือครัวเรือนกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปุ๋ย NPK แบบทำเองจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ทำได้จริง เหมาะทั้งมือใหม่และผู้ที่ต้องการทำเกษตรแบบยั่งยืน

---

#ปุ๋ยNPKคืออะไร

ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ตัว ได้แก่

1. N (ไนโตรเจน) ช่วยเร่งใบและลำต้น
2. P (ฟอสฟอรัส) ช่วยราก ดอก และการตั้งตัว
3. K (โพแทสเซียม) ช่วยเสริมความแข็งแรง ต้านโรค และเพิ่มคุณภาพผลผลิต

---

#ต้นกำเนิดปุ๋ยNPKมาจากไหน

ในอดีตเกษตรกรใช้มูลสัตว์ ใบไม้ และเศษพืชเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ต่อมามีการค้นพบว่าพืชต้องการ “ธาตุอาหารหลักเฉพาะ” จึงเกิดการผลิตปุ๋ยเคมีขึ้น โดยได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น

1. ไนโตรเจน: จากอากาศ (กระบวนการผลิตแอมโมเนีย)
2. ฟอสฟอรัส: จากหินฟอสเฟต
3. โพแทสเซียม: จากแร่โพแทช

จากนั้นนำมาผสมเป็นสูตร เช่น 15-15-15 หรือ 16-20-0 ตามความต้องการของพืช

---

#เราสามารถทำปุ๋ยNPKใช้เองได้ไหม

สามารถทำได้จริงโดยใช้วัสดุรอบตัวมาปรับให้มีธาตุ N-P-K ใกล้เคียงกับที่พืชต้องการ แม้จะไม่แม่นยำเท่าปุ๋ยเคมีแต่เพียงพอต่อการใช้งาน และช่วยลดต้นทุนได้อย่างมาก

---

#สูตรที่1: ปุ๋ยหมักครบธาตุ (ใช้ได้กับพืชทั่วไป)

วัสดุ
1. มูลสัตว์ (วัว ไก่ หมู) ให้ไนโตรเจน N
2. เศษพืช ใบไม้สด เพิ่มไนโตรเจนและอินทรียวัตถุ
3. กระดูกป่นหรือเปลือกไข่บด ให้ฟอสฟอรัส P
4. ขี้เถ้าแกลบหรือเถ้าไม้ ให้โพแทสเซียม K
5. รำละเอียด + กากน้ำตาล ช่วยเร่งจุลินทรีย์

วิธีทำ
1. ผสมวัสดุทั้งหมดให้เข้ากัน
2. รดน้ำให้ชื้นพอดี (ไม่แฉะ)
3. กองปุ๋ยสูงประมาณ 1 เมตร
4. กลับกองทุก 7–10 วัน
5. หมักประมาณ 30–45 วัน ใช้งานได้

อัตราการใช้
1. รองพื้น: 1–2 กำมือ/หลุม
2. ไม้ผัก: 1–2 กำมือ/ต้น ทุก 10–15 วัน
3. ไม้ผล: 1–2 กก./ต้น ทุก 1 เดือน

การเก็บรักษา
1. เก็บในที่ร่ม อากาศถ่ายเท ไม่โดนฝน
2. คลุมกระสอบหรือผ้าใบ
3. ใช้ภายใน 3–6 เดือน

---

#สูตรที่2: ปุ๋ยน้ำ NPK เร่งการเจริญเติบโต

วัสดุ
1. เศษผัก/ผลไม้สุก ให้ไนโตรเจน N
2. กระดูกหรือปลา ให้ฟอสฟอรัส P
3. เปลือกกล้วยหรือเถ้าไม้ ให้โพแทสเซียม K
4. กากน้ำตาล + น้ำสะอาด

วิธีทำ
1. สับวัสดุให้ละเอียด
2. ใส่ถัง เติมกากน้ำตาล
3. เติมน้ำให้ท่วม
4. ปิดฝาหลวม ๆ หมัก 15–30 วัน
5. กรองเอาน้ำไปใช้

อัตราการใช้
1. ผสมน้ำ 1:100 (1 ส่วนปุ๋ย : 100 ส่วนน้ำ)
2. ใช้รดหรือฉีดพ่น ทุก 7–10 วัน

การเก็บรักษา
1. เก็บในภาชนะปิดฝา
2. วางในที่ร่ม
3. ใช้ภายใน 3 เดือน และคนก่อนใช้

---

#สูตรที่3: ปุ๋ยผงปรับสูตรเอง (ประหยัด ทำง่าย)

วัสดุหลัก
1. มูลไก่แห้ง N สูง
2. กระดูกป่น P สูง
3. ขี้เถ้าแกลบ K สูง

วิธีทำ
1. ตากวัสดุให้แห้งสนิท
2. บดหรือร่อนให้ละเอียด
3. ผสมในอัตราส่วนเริ่มต้น 2:1:1 (มูลไก่ : กระดูกป่น : เถ้าแกลบ)
4. คลุกเคล้าให้เข้ากัน
5. พักไว้ 5–7 วันก่อนใช้

อัตราการใช้
1. โรยรอบโคน 1–2 ช้อนโต๊ะ/ต้น (พืชผัก)
2. ไม้ผล 0.5–1 กก./ต้น
3. ใส่ทุก 15–20 วัน

การเก็บรักษา
1. เก็บในถังหรือกระสอบแห้ง ปิดมิดชิด
2. วางในที่แห้ง ไม่อับชื้น
3. ใช้ภายใน 2–4 เดือน

---

#การใช้งานปุ๋ยNPKแบบทำเอง

1. ใช้รองพื้นก่อนปลูก
ใส่ปุ๋ยหมัก 1–2 กำมือ/หลุม ช่วยให้ดินร่วนซุย รากเดินดี

2. ใช้บำรุงช่วงเจริญเติบโต
ปุ๋ยน้ำฉีดทุก 7–10 วัน และปุ๋ยหมักใส่ทุก 15–20 วัน

3. ใช้ช่วงออกดอก–ติดผล
เพิ่มฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ลดไนโตรเจน เพื่อให้พืชไม่เร่งใบมากเกินไป

---

#เทคนิคให้ได้ผลดี

1. ดินต้องมีความชื้นพอดี เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงาน
2. ใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ แต่ไม่มากเกินไป
3. ใช้ร่วมกับการคลุมดิน ลดการสูญเสียธาตุอาหาร
4. สังเกตอาการพืช เช่น ใบเหลือง โตช้า แล้วปรับสูตรให้เหมาะ

---

#ข้อดีของการทำปุ๋ยใช้เอง

1. ลดต้นทุนได้ประมาณ 50–80%
2. ใช้วัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์
3. ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม
4. ช่วยปรับปรุงดินในระยะยาว

---

ปุ๋ย NPK แบบทำเองเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน สามารถปรับสูตรให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิดได้อย่างยืดหยุ่น แนะนำให้เริ่มจากปริมาณน้อยทดลองใช้และสังเกตผลก่อน เมื่อมั่นใจแล้วจึงค่อยขยายการผลิตจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพดิน และทำให้ผลผลิตดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ลองศึกษาและนำวิธีนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ

#ปุ๋ยNPKทำเอง #ปุ๋ยอินทรีย์ #ลดต้นทุนเกษตร #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

23/04/2026

คู่พืชผักปลูกกระถางแขวน ประหยัดพื้นที่ ปลูกง่าย เก็บกินได้จริง

---

การปลูกผักในกระถางแขวนเป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนพื้นที่น้อย เช่น บ้านจัดสรร คอนโด หรือสวนขนาดเล็ก จุดสำคัญคือ การจับคู่พืชให้เหมาะกันทั้งเรื่องระบบราก แสง และการใช้น้ำ จะช่วยให้พืชเติบโตดีดูแลง่ายและให้ผลผลิตต่อเนื่อง

---

#มะเขือเทศเชอร์รี่คู่กับโหระพา

พืชทั้งสองชนิดชอบแดดจัดเหมือนกัน โหระพาช่วยไล่แมลงและช่วยรักษาความชื้นหน้าดิน

1. วิธีปลูก: ใช้กระถางลึกดินร่วนผสมปุ๋ยคอก และมีหลักพยุงต้น
2. จุดเด่น: ได้ทั้งผลและใบ ใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย

---

#สตรอว์เบอร์รี่คู่กับผักกาดหอม

ทั้งสองชนิดมีรากตื้น ใช้พื้นที่ร่วมกันได้ดี

1. วิธีปลูก: ใช้กระถางโปร่งระบายน้ำดี วางในแดดรำไร
2. จุดเด่น: ลดวัชพืช เพิ่มความสวยงาม และเก็บกินได้ต่อเนื่อง

---

#พริกหลากสีคู่กับไทม์

ไทม์ช่วยลดแมลง พริกต้องการแดดจัด

1. วิธีปลูก: ใช้ดินโปร่งระบายน้ำดี ไม่อุ้มน้ำมาก
2. จุดเด่น: สีสันสวยงาม และใช้ปรุงอาหารได้

---

#แตงกวาคู่กับนาสเทอเทียม

นาสเทอเทียมช่วยล่อแมลงออกจากพืชหลัก

1. วิธีปลูก: ทำค้างหรือปล่อยให้เลื้อยห้อยจากกระถาง
2. จุดเด่น: ลดการใช้สารเคมี และเพิ่มความหลากหลาย

---

#ออริกาโนคู่กับพาร์สลีย์และกุยช่ายฝรั่ง

พืชกลุ่มนี้ต้องการน้ำและสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน

1. วิธีปลูก: ใช้กระถางขนาดกลาง ดินร่วนผสมทราย
2. จุดเด่น: ตัดกินได้ต่อเนื่อง เหมาะทำอาหารฝรั่ง

---

#ผักโขมคู่กับต้นหอม

เป็นพืชโตเร็ว และรากไม่แย่งอาหารกันมาก

1. วิธีปลูก: หว่านเมล็ดร่วมกันในกระถางเดียว
2. จุดเด่น: เก็บเกี่ยวไว เหมาะสำหรับปลูกขายหรือกินประจำ

---

#ถั่วลันเตาคู่กับผักกาดหอม

ถั่วช่วยเพิ่มไนโตรเจนในดิน ทำให้ผักกาดโตดีขึ้น

1. วิธีปลูก: มีค้างให้ถั่วเลื้อย และปลูกผักกาดด้านล่าง
2. จุดเด่น: ได้ทั้งผักใบและฝักในพื้นที่เดียว

---

#ถั่วพุ่มคู่กับดาวเรือง

ดาวเรืองช่วยไล่แมลงศัตรูพืชตามธรรมชาติ

1. วิธีปลูก: ใช้กระถางขนาดใหญ่ ปลูกแซมกัน
2. จุดเด่น: ลดศัตรูพืช และเพิ่มความสวยงาม

---

#อารูกูลาคู่กับแรดิช

เป็นพืชอายุสั้น โตเร็ว เหมาะปลูกหมุนเวียน

1. วิธีปลูก: หว่านเมล็ดพร้อมกัน เก็บเกี่ยวใน 20–30 วัน
2. จุดเด่น: เหมาะทำสลัด และปลูกได้หลายรอบ

---

#เทคนิคสำคัญให้ปลูกสำเร็จ

1. เลือกกระถางแขวนที่แข็งแรง และมีรูระบายน้ำ
2. ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยหมัก และเพิ่มแกลบหรือกาบมะพร้าวเพื่อช่วยอุ้มน้ำ
3. รดน้ำวันละ 1–2 ครั้ง (เช้า–เย็น) ตามสภาพอากาศ
4. ให้แสงแดดอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงต่อวัน
5. ใส่ปุ๋ยเสริมทุก 7–10 วัน เช่น ปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพ
6. หมั่นตัดแต่งใบแก่ เพื่อลดโรคและกระตุ้นการแตกยอดใหม่

---

#ข้อควรระวัง

1. ไม่ปลูกแน่นเกินไป เพราะรากจะอับและพืชโตช้า
2. ระวังน้ำขังซึ่งอาจทำให้รากเน่า
3. ตรวจสอบแมลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเพลี้ยและหนอน
4. เปลี่ยนดินหรือเติมปุ๋ย เมื่อปลูกซ้ำหลายรอบ

---

การปลูกผักกระถางแขวนช่วยใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า เหมาะกับยุคที่พื้นที่จำกัด หากเลือกคู่พืชให้เหมาะสมและดูแลอย่างถูกวิธีจะได้ผักปลอดภัย เก็บกินได้ต่อเนื่อง ลดค่าใช้จ่าย และยังสามารถต่อยอดเป็นรายได้เสริมได้จริง ลองนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ในสวนของท่านดูนะครับ

#ปลูกผักกระถางแขวน #ผักสวนครัว #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

ที่อยู่

ฟาร์มสุขพ่อเฒ่า Farm Suk Por Tao
Ko Samui
84320

เวลาทำการ

จันทร์ 13:00 - 20:00
อังคาร 13:00 - 20:00
พฤหัสบดี 13:00 - 20:00
ศุกร์ 13:00 - 20:00
เสาร์ 10:30 - 20:00
อาทิตย์ 10:30 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Farm Suk Por Taoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์