31/01/2025
ไปเห็นในแอปนึงมา มาคิดเล่นๆกัน ทำไมเป็นแบบนี้
อันดับแรก เวลาที่สำรวจ ช่วงปลายเดือน พ.ย. - ต้น เดือน ธ.ค. หรือคือปลายฝนต้นหนาว ช่วงนี้ หมอกลงหนักมาก ผักที่มีโรคเกี่ยวกับเชื้อรา จะต้องพ่นยาจำพวกป้องกันหรือกำจัดเชื้อรา และเริ่มมีหนอนลงไข่
อย่าง กระเพรา ถั่วฝักยาวและคึ่นฉ่าย ช่วงนั้น มีโรคเชื้อราในช่วงนั้นมาก แต่ปกติคึนฉ่าย กวางตุ้ง ต้นหนาว ส่วนใหญ่ทางไทยเราน่าจะเพิ่งเริ่มเพาะปลูก กวางตุ้ง 45 วัน คึ่นฉ่าย 60 วัน หมายความว่าอาจจะไม่ใช่ของจากฝั่งไทยด้วยซ้ำ ปีนี้ฝนฉ่ำขนาดนี้ ส่วนใหญ่บ้านเราจะเน่า ส่วน 4 อย่างด้านบน เป็นผักที่เจริญเติบโตได้ดีในอากาศหนาว จะใช้ยาน้อยหน่อย แต่ก็ขึ้นกับแหล่งที่มาด้วย ปลูกที่ไหน
ที่นี้มาดูพื้นที่ ที่สุ่มตรวจ 5 ห้าง 12 ตลาด 85 ตัวอย่างเอง แล้วดูจังหวัด ห้างนี่เห็นข่าวเจอในผักของตลาดผักปลอดภัยบนห้าง ส่วนตลาด ถ้าไปสุ่มในตลาดขายส่ง ก็เจอแน่นอนล่ะ การผลิตจำนวนมาก ในราคาถูก คิดถึงต้นผลิตแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ อย่างสวนเราใช้น้ำหมักสมุนไพรของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ร่วมกับชีวภัณฑ์ ลิตรนึง 500 กว่าบาทแล้ว แพงกว่าสารเคมี 2-3 เท่า แล้วต้องใช้ปริมาณมากกว่าเคมีด้วย แล้วดูเศรษฐกิจแบบนี้ เค้าจะแบกต้นทุนไหวไหมล่ะ ยิ่งถ้าจ้างคนงานด้วยแล้ว และเวลาใช้พวกแบบปลอดภัย ต้องเพิ่มความถี่ในการทำงานด้วยนะ เคมีเค้าพ่นเดือน 2 ครั้งพอ พ่นแล้วตายเลย ของเราอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อป้องกัน แถมถ้าเกิดโรคต้องซ้ำทุก 3 วัน จนกว่าจะหาย
ส่วนตอนกิน คนซื้อมาทำกินเองที่บ้าน ยังพอล้างหรือแช่น้ำผงฟูช่วยได้บ้าง แต่เวลาไปซื้ออาหารในร้านหรือตลาด เค้าจะล้างให้เราแบบนั้นไหม เป็นไปไม่ได้เลย เพราะต้องจำกัดต้นทุน และเวลา เพราะเค้าจำเป็นต้องขายถูก คงซื้อของแพงมาทำอาหารไม่ได้ด้วย สวนเราเลยทำผักปลอดสารพิษส่งร้านในราคาไม่แพงเหมือนห้าง เพราะช่วยคนกินได้มากกว่า ถึงจะได้เงินน้อยหน่อยก็เหอะ
ส่วนตัวเคยจะซื้อเครื่องมือมาตรวจเอง แต่แพงมากเลยยชุดตรวจ 500- 2,500 บาท😅 ขายผักหลักหน่วยหลักสิบจะคุ้มไหมเนี้ย มีงานวิจัยพัฒนาชุดตรวจให้มันถูกลงเหมือนชุดตรวจโควิดบ้างไหมค่ะ