01/09/2021
Chasen หรือแปรงตีมัทฉะ เป็นอุปกรณ์สำคัญเบอร์แรก ที่ต้องเลือกให้ถูกจริตกับเรา
เหมือนจอมยุทธ์เลือกกระบี่คู่กาย เหมาะกับเค้าอาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้
วันนี้เลยชวนทุกๆคนมาพูดคุยกันว่าแล้วจริงๆ “เรา” น่าจะเหมาะกับแปรงแบบไหน โดยเน้นที่การใช้งานกับ “นม” เป็นหลัก
ก่อนอื่นต้องทำควาเข้าใจก่อนว่า Chasen มีหน้าที่ช่วยตีผงมัทฉะที่จับตัวเป็นก้อน ให้กระจายไปในของเหลวเช่นน้ำหรือนมอย่างทั่วถึง
ที่นี้ในตลาดมีมันมีขายหลายแบบมากมาย หน้าตาก็คล้ายๆกัน เป็นไม้ไผ่ก็มี เป็นพลาสติกก็มี เลือกอันไหนดี...ชักจะงง??
เอาจริงๆถ้าตอบแบบฟันธงนี่ยากนะ เลยอยากให้เอาหลักที่จะแนะนำให้ต่อไปนี้ ไปลองพิจารณากันค่ะ
เร่ิมคุยกันด้วยแปรงที่ทำจากไม้ไผ่ก่อน มีเรื่องให้ดูหลักๆ 3 เรื่อง
เรื่องแรก ดูที่ซี่แปรง
แปรงที่มีซี่เยอะๆจะทำให้ผงมัทฉะกระจายไปในของเหลวได้ง่ายกว่ากว่าแปรงที่มีซี่น้อยๆ เยอะนี่คือมีประมาณ 100-120 ซี่ต่อด้าม ปานกลาง 80 น้อย 70
และซี่เยอะๆทำให้เกิดฟองเนียนละเอียดที่ผิวหน้าของเครื่องดื่มได้ง่ายกว่าแปรงซี่น้อยๆ เหมาะกับสายถ่ายรูปสวย
ฟังดูดี งั้นเลือกแปรงซี่เยอะไปเลย
เดี๋ยวก่อนๆ ใจเย็นๆ ฟังต่อๆ
แปรงซี่เยอะจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าแปรงซี่น้อยๆ ด้ามจับก็จะอ้วนกว่าด้วย ปลายแปรงก็จะบานกว่ามากเช่นกัน
ทีนี้ถ้าเป็นผู้หญิงมือเล็กอย่างดิชั้นมันจะจับไม่ถนัด แรงที่จะใส่ไปลงที่แปรงจะทำได้ไม่เต็มที่ และด้วยความที่ปลายแปรงมันบานมาก มันจะไม่ค่อยเหลือพื้นที่ในชามมัทฉะให้กวาดแปรงไปมาเท่าไหร่ จังหวะและความเร็วที่ใช้ตีจะตก ผงชาก็จะกระจายตัวไม่ค่อยดี
อย่างเราก็จะถนัดกับแปรงขนาด 80 ซี่ มากกว่า เพราะจับถนัดและปลายแปรงไม่บานมาก ทำให้เราตีด้วยความเร็วที่มากกว่าพวก 100-120 ซี่ งานก็ออกมาดี
แต่ถ้าคุณจับด้ามอ้วนๆหน่อยถนัด ใช้แบบ 100 - 120 ซี่ งานก็จะง่ายขึ้น
เรื่องที่สอง แปรงจากญี่ปุ่นหรือจีน อันไหนดี?
ถ้าเอาตามความรู้สึก มันก็ต้องเลือกแปรงญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่ถ้างานที่ต้องใช้กับนม จริงๆอยากแนะนำแปรงจากจีนมากกว่า
แปรงจากญี่ปุ่นและจีนล้วนทำมาจากไม่ไผ่ ซี่งเป็นวัสดุธรรมชาติ ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่เป็นประเด็น
แปรงญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นงานทำมือ 100% ออกแบบมาสำหรับการชงแบบดั้งเดิม ทั้งแบบ Usucha ชงแบบบาง และ Koicha ชงแบบข้น ซี่แปรงมีความพริ้วไหว แต่ถ้าเอาไปใช้กับการตีกับนมมันจะพังเร็ว เสียดายของ เพราะราคาสูงกว่าแปรงจีนอย่างน้อยๆ 1 เท่าตัว
แปรงจีนเป็นงานใช้เครื่องจักรช่วย ซี่แปรงจะแข็ง ไม่ยืดหยุ่นเท่างานญี่ปุ่น แต่เอาไปตีกับนมนี่เหมาะเลย แข็งสู้กับความหนืดของนมได้ดี แต่ซี่แปรงก็จะหักง่ายหน่อย ไม่เป็นไร..ราคามันไม่แพง เปลี่ยนบ่อยหน่อยได้
ทั้งแปรงญี่ปุ่น และแปรงจีน เมื่อใช้งานไปซักพัก ปลายมันจะเริ่มกุดลงๆ ยังไงถึงเวลาต้องเปลี่ยนทั้งคู่
เรื่องที่สาม การดูแลรักษา
เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่สำหรับแปรงไม้ไผ่เมื่อใช้ตีกับนม มันซึมเข้าไปในเนื้อแปรง ล้างไม่ดีมีบูด อันนี้เรื่องใหญ่
ทีนี้มันเลยมีแปรงวัสดุสังเคราะห์ตะกูล Polypropylene Plastic ขอเรียกว่า “แปรงพลาสติก” ละกัน ผลิตออกมาแก้ปัญหาเรื่องการทำความสะอาดแปรง
ข้อดีคือ มันแกะแยกเป็น 3 ชิ้น ล้างทำความสะอาดได้ง่ายมาก และไม่มีการซึมติดของนมเพราะเป็นพลาสติก ด้ามเล็กจับง่าย น้ำหนักปลายแปรงดี ทุ่นแรงในการตีมาก
แต่ก็ต้องแลกมากับข้อเสียหลายอย่าง เช่น ซี่แปรงมีน้อย ซี่แปรงหนา ทำให้การกระจายของผงมัทฉะทำได้ไม่ดี ถ้าตีไม่เก่งมักจะทิ้งก้อนมัทฉะเล็กๆที่จับตัวกันแน่นเหลือไว้ในถ้วย
ซี่แปรงพลาสติกจะสั้นกว่าแปรงไม้ไผ่ เวลาตีบางทีนมจะกระฉอกหกเลอะเทอะ และฟองที่ผิวหน้าจะไม่สวย ขึ้นเป็นเม็ดฟองใหญ่ๆ คนที่มีอาการกลัวรู ( Trypophobia ) จะมีอี๋บ้าง
ราคาแอบแพงเมื่อเทียบกับงานทำมือที่ทำได้แค่ทีละอัน
แต่ข้อเสียนี่ก็พอแก้ได้ด้วยวิธีใส่นมไปน้อยๆก่อนตอนแรก แล้วใช้แปรงพลาสติกบดให้ส่วนผสมเข้ากันก่อน แล้วค่อยใส่นมที่เหลือตามไปทีหลัง
แปรงแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันก็ขึ้นอยู่กับว่าทุกคนอยากได้ข้อดี และรับข้อเสียแบบไหนได้บ้าง
แต่ละท่านใช้แปรงแบบไหน แบบไหนเข้ามือ แบบไหนไม่เข้ามือ มาแชร์กันนะคะ comment กันมาได้เลยค่ะ เผื่อใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้แปรงแบบไหนดี จะได้ตามลอกการบ้านกัน
ขอให้สนุกกับการตีมัทฉะค่า