22/06/2026
ับลาน
กรมอุทยานฯ แถลงการณ์ต้านกระแส ับลาน เปิดมติคณะรัฐมนตรี 14 มี.ค. 2566 แต่ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ และศศิน เฉลิมลาภ เคยแถลงไม่เห็นชอบมตินี้
ท่ามกลางกระแส ับลาน เหตุเพราะได้มีมติล่าสุดให้เพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนกว่า 1.5 แสนไร่ ของอุทยานแห่งชาติทับลาน ให้กับ ส.ป.ก. เพื่อแก้ปัญหาทับซ้อนที่มีปัญหามาหลายสิบปีนั้น
ล่าสุด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาโพสต์แถลงการณ์ เรื่อง การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566
ใจความดังนี้
..
สำหรับการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของพื้นที่ระหว่างเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกับพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐจัดให้เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของราษฎรมาก่อนนั้น
ในการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานด้วยความรอบคอบ โดยยึดหลักการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับคุณภาพชีวิตและความเป็นธรรมต่อประชาชน โดยมีข้อสรุปที่สำคัญดังนี้
1. พื้นที่ 155,865.47 ไร่ ที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐได้จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินแก่ประชาชนมาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน
ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มพื้นที่เป้าหมาย 4 ประเภท ได้แก่
• พื้นที่ 53,416.47 ไร่ ทับซ้อนเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เดิม (ประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2521) (อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศเมื่อ 23 ธันวาคม 2524) : ส่งมอบให้ สปก. ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยเขตปฏิรูปที่ดิน
• พื้นที่ 8,328 ไร่ ตามโครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (อยู่ตามนโยบายของรัฐบาลตามมติ ครม. 25 พฤษภาคม 2520) : ส่งมอบ สปก. ดำเนินการ
• พื้นที่ 87,500 ไร่ ตามโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) และโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม (คจก.) ตามมติ ครม. 28 กรกฎาคม 2535 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐในการจัดสรรที่ดิน : ส่งมอบ ส.ป.ก. ดำเนินการ สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่ออก สปก.4-01 ให้ออกเป็น สปก.แปลงรวม ตามแบบ คทช. โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ต้องมีคุณสมบัติภายใต้กฎหมายที่กำหนด
• พื้นที่ราชพัสดุ 6,621 ไร่ เพื่อเป็นสนามฝึกซ้อมรบในราชการทหาร มีมาก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานเช่นกัน : ให้กรมธนารักษ์เพื่อเป็นที่ราชพัสดุใช้ในราชการทหารต่อไป
2. พื้นที่ 109,420.99 ไร่ นอกเขตโครงการจัดสรรของรัฐเดิม คณะกรรมการฯ มีมติให้ "คงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป" เพื่อรักษาพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว คณะกรรมการฯ กำหนดให้ดำเนินตามกระบวนพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตาม มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยจะเข้าสู่กระบวนการสำรวจและพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินอยู่เดิมสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับการดำเนินคดี 450 คดี ในพื้นที่นี้จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
3. พื้นที่ 86,966.29 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ ดำเนินการสำรวจความเหมาะสมของพื้นที่อย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเสนอขยายพื้นที่เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป
1. สำหรับข้อกังวลในเรื่องการคุ้มครองพนักงานเจ้าหน้าที่ จากการปฏิบัติหน้าที่จับกุมดำเนินคดีตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นไว้แล้วว่า การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยยึดหลักกฎหมายและผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569...
แต่ทั้งนี้เมื่อเราดูไทม์ไลน์เหตุการณ์ ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เคยลงไว้ พบว่า
พ.ศ. 2566
16 มกราคม มติ คทช. 1/66 ให้ใช้ one map พิจารณาพื้นที่นอกแนวเขตที่กรมป่าไม้ส่งให้ ส.ป.ก. ทำให้พื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่อนุรักษ์และชุมชนถูกเพิกถอนไป 273,310 ไร่ (19.52% ของพื้นที่อุทยานฯ)
โดยพื้นที่ที่ถูกเพิกถอนจะดำเนินการปรับเป็นพื้นที่รับผิดชอบของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) 4-01 และจะนำไปสู่การออกเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดที่ดินในอนาคต
10 มีนาคม มติ คทช. 2/66 เห็นชอบ
1. แนวทางการใช้เส้นปรับการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ. 2543 เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐซ้อนทับกันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ที่ไม่ชัดเจน ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และเร่งรัดดำเนินการสำรวจเพื่อจัดทำแนวกันชน (Buffer Zone) ที่ชัดเจน
2. การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
3.1 พื้นที่ที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลานให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก. ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนอยู่อาศัยทำกินตามแนวทาง คทช. โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และระเบียบ
3.2 พื้นที่ผนวกเพิ่มเป็นอุทยานประมาณ 110,000 ไร่ ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป
#มติ ครม. 14 มี.ค 2566 เห็นชอบ 2 มติ
ทบทวนมติ ครม. 13 กุมภาพันธ์ 2533 เรื่องกรณีการจำแนกพื้นที่ที่กันออกจากการกำหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตเพิกถอนให้ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ได้จำแนกออกจากป่าไม้ถาวร โดยใช้เป็นหลักการครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้เกิดความชัดเจนทางปฏิบัติ
เห็นชอบมติ คทช. 2/66 เพิ่มเติมข้อ 4 การประกาศเขตหวงห้ามเขตที่ดินของรัฐ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ และหากประชาชนอยู่ในที่ดินของรัฐให้พิสูจน์สิทธิตาม คทช. และยกเว้นตาม มติ ครม. 2541
15 มีนาคม 2566 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ร้องศาลปกครองเพิกถอนมติ คทช.-ครม. ใช้เส้นแนวเขตปี พ.ศ. 2543
พ.ศ. 2567
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 จากการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 ได้มีวาระเพื่อทราบ เพื่อพิจารณา/ข้อหารือ เรื่อง
การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ซึ่งการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในพื้นที่อนุรักษ์เป็นเรื่องสำคัญกับงานอนุรักษ์ทรัพยากรในประเทศไทยมาก
ควรให้ความสำคัญในการพิจารณาการตัดสินใจอย่างเหมาะสม และควรเป็นวาระการพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ
โดยผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติทั้ง 2 ท่าน คือ ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ และนายศศิน เฉลิมลาภ ไม่เห็นชอบกับมติ ครม. ที่ให้ใช้เส้นปรับการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ 2543 เนื่องจากหากมีการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
(เรียบเรียงคำพูดจากการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567)
ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการอุทยานแห่งชาติ
ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่นั่งในที่ประชุมของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ
เมื่อเรื่องนี้เข้ามา 2 ครั้ง ตั้งแต่สมัยผู้ตรวจการแผ่นดินพยายามที่จะผลักดันให้เพิกถอน และคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ทำไมถึงเป็นวาระเพื่อทราบ ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมและขอสงวนสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น
“ประเด็นนี้เข้าคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 2 ครั้ง และไม่ผ่าน จะให้เร่งรัดและกลับไปใช้มาตรา 64 ไม่ใช่แค่เรื่องของคนยากจน มันเป็นเรื่องของคนที่ไปทับแล้วยึดถือครอบครองโดยผิดกฎหมาย และสร้างรีสอร์ท สร้างบ้านพักตากอากาศ และกำลังดำเนินคดีถึง 500 หลัง และมันจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีว่า ถ้าเราเพิกถอนแล้วกลุ่มคนพวกนั้นได้ประโยชน์ จะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับประเทศ
"แล้วเราก็อุตส่าห์คิดมาตรา 64 ขึ้นมาในอุทยานแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินที่ไม่ใช่แค่ทับลาน แต่มีเกือบทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดยอมในทับลานเลย คือถ้าเราอยู่ในมาตรา 64 เข้าจุดแข็งก็คือว่าเรายังมีพื้นที่ควบคุม สามารถทำโครงการอนุรักษ์ โดยเฉพาะพื้นที่เสิงสางเกือบแสนไร่และมีสภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติทั้งนั้น
"เพราะฉะนั้นเรายังอยู่ในมาตรา 64 ของ พรบ.อุทยานแห่งชาติ ก็จะเป็นประโยชน์ในการฟื้นฟู และขอสงวนสิทธิ์ว่าไม่เห็นด้วยกับมติ ครม. ที่จะให้ดำเนินการในครั้งแนวทางการเพิกถอน เพราะคิดว่าจะเป็นตัวอย่างไม่ดีในอนาคต”
ด้าน นายศศิน เฉลิมลาภ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการอุทยานแห่งชาติ
ได้ตั้งข้อสังเกตตามบทบาทของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ตามวงเล็บสอง
"เราต้องให้ข้อเสนอแนะเรื่องต่อการเพิกถอนหรือการขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเราทำมาตลอด อย่างเช่นในวาระ 3.3 เราก็ต้องวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของอ่างเก็บน้ำบ้านเขาพลู แล้วค่อยมีมติเห็นชอบ
“ถ้าเราไม่มาพิจารณากัน แล้วเราใช้มติ ครม. เข้ามาในวาระเพื่อทราบ ดังนี้มันจะเสียกระบวนการแล้วจะเป็นบรรทัดฐานให้การแก้ไขปัญหาของกรมอุทยานฯ ในลักษณะพื้นที่นี้ในการเพิกถอนพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
"แล้วก็มันจะทำให้เกิดภาวะซึ่งกรมอุทยานฯ จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม แล้วก็จะเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนรายย่อย ซึ่งตลอดเวลาที่ผมเป็นคณะกรรมการอุทยานฯ มาร่วม 6-7 ปี เราเพิกถอนพื้นที่เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชน
"แต่การขอเพิกถอนพื้นที่นี้ชัดเจนว่าไปเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเราก็เห็นใจเขานะครับในการที่เขาเสียหาย ในการเป็นคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ผมขอสงวนสิทธิ์ในการไม่เห็นชอบ มติ ครม. 14 มีนาคม 2566 แม้จะเป็นวาระเพื่อทราบ”
***ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มาตรา 16 วรรค (2) เสนอแนะการกำหนดพื้นที่ใดเป็นอุทยานแห่งชาติ การขยายหรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรของประเทศ
26 มกราคม 67
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกแถลงการณ์คัดค้านการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จำนวน 265,286.58 ไร่
29 กุมภาพันธ์ 67
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมจัดเสวนา “จากทับลานถึงเขาใหญ่” ผืนป่าที่ถูกเฉือน ?
เนื่องจากสิทธิและที่ดินทับซ้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศเป็นปัญหาที่คาราคาซังต่อเนื่องมาอย่างยาวนานของประเทศไทย แม้จะมีแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ให้เสร็จสิ้นเป็นที่ยุติได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการแก้ไขปัญหาแนวทางนี้ไม่สอดคล้องกับนโยบายและการดำเนินงานที่ผ่านมา
หากรัฐบาลใช้แนวทางของ One map ที่ให้ดำเนินใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ. 2543 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน
#อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนจากการซื้อขายเปลี่ยนมือ และจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆที่มีปัญหาการทับซ้อนในลักษณะเดียวกันนี้ทั่วประเทศ
(อ่านต่อ
https://www.seub.or.th/bloging/work/2024-250/)