30/06/2026
เหตุความไม่สงบ 4 จุด ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส: การปฏิบัติการแบบประสานงานชั่วข้ามคืน
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและโจมตีหลายจุดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ตั้งแต่คืนวันที่ 28 มิถุนายน ต่อเนื่องจนถึงเที่ยงวันของวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ร่องรอยของยุทธวิธีที่ผ่านการวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งหวังสร้างผลกระทบในวงกว้างและลดทอนความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
ความเคลื่อนไหวในยุทธการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 23:08 น. ของคืนวันที่ 28 มิถุนายน ที่สถานีบริการน้ำมัน PT สาขาสาย 15 อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีกลุ่มผู้ก่อเหตุประมาณ 6 คน แต่งกายด้วยชุดสีดำปิดบังใบหน้า มุ่งหน้าเข้าโจมตีด้วยการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อขับไล่พนักงานและประชาชนให้ออกจากพื้นที่ ก่อนจะนำวัตถุระเบิดแสวงเครื่องพ่วงสายไฟมาติดตั้งจนเกิดเพลิงไหม้รุนแรง และส่งผลให้มีหญิงชราอายุ 87 ปีในบริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด
หลังจากนั้นเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ในเวลา 23:30 น. ก็เกิดเหตุโจมตีในลักษณะเดียวกันที่สถานีบริการน้ำมัน PT สาขาปาวา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายหลักหมายเลข 42 แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้หัวจ่ายน้ำมันอย่างรวดเร็วและมีประชาชนได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย
ถัดจากนั้นเพียง 10 นาที ในเวลา 23:40 น. สถานีบริการน้ำมัน PT สาขาปิยา อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ก็ตกเป็นเป้าหมายแห่งที่สาม โดยถูกโจมตีด้วยระเบิดซ้อนกันถึง 2 ลูก ทำให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในจุดนี้ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบการโปรยตะปูเรือใบบนเส้นทางโดยรอบเพื่อสกัดกั้นการเข้าควบคุมสถานการณ์
ยุทธการป่วนเมืองยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเวลา 11:45 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยเกิดเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องริมถนนสายสะปอม-ตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พุ่งเป้าโจมตียานพาหนะของเจ้าหน้าที่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ แต่แรงระเบิดกลับส่งผลกระทบต่อรถยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ขับผ่านมาพอดี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บไปอีก 2 ราย
เมื่อพิจารณาภาพรวมในเชิงลึกจะเห็นได้ชัดเจนว่า ทั้ง 4 เหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกันในลักษณะของการปฏิบัติการแบบประสานงานข้ามพื้นที่ ผ่านลักษณะพฤติกรรมและการแต่งกายของกลุ่มผู้ลงมือใน 3 จุดแรกที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการแบ่งมอบหน้าที่ระหว่างชุดคุ้มกันพื้นที่และชุดวางระเบิดอย่างเป็นระบบ สะท้อนถึงการเตรียมการและการซักซ้อมแผนมาเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน การเลือกเป้าหมายที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและเส้นทางคมนาคมหลัก ยิ่งตอกย้ำว่าผู้ก่อเหตุมุ่งหวังทำลายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งใช้ยุทธวิธีเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการกระจายจุดเกิดเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดต้องแยกกำลังพลในการทำงาน ควบคู่ไปกับการโปรยตะปูเรือใบเพื่อชะลอการเดินทางของเจ้าหน้าที่ชุดสนับสนุน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้ก่อเหตุสามารถถอนตัวออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
หากมองย้อนกลับไปในภาพรวมเชิงสถิติโดยศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้และหน่วยงานความมั่นคง จะพบข้อมูลสำคัญที่ชี้ว่าแนวโน้มความรุนแรงเริ่มมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีสถิติการก่อเหตุในลักษณะเชิงสัญลักษณ์และเหตุการณ์ขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้นราวร้อยละ 30 โดยเฉพาะในช่วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา มีการบันทึกสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบรวมกว่า 83 เหตุการณ์ ซึ่งมีทั้งการลอบทำลายระบบกล้องวงจรปิดและการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในหลายจุด และหากนับสถิติสะสมตลอดระยะเวลากว่า 22 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดนใต้มีเหตุการณ์ความมั่นคงเกิดขึ้นสะสมแล้วกว่า 23,000 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวมประมาณ 6,000 ถึง 7,000 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 13,500 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์
ของเหตุการณ์ป่วนเมืองต่อเนื่องในครั้งนี้ โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่อำภูมิตากใบซึ่งส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงถือเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่ท้าทายฝ่ายความมั่นคงในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อเร่งฟื้นฟูเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนใต้ให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
30 มิ.ย. 69 เวลา 13.00 น.
เครดิตข่าว 👇
🔵Facebook : ข่าวจริงประเทศไทย
⚫X :
🔴Youtube : เรื่องรัฐ Update