จากเฟสบุคชื่อ คุณภานุพงศ์เล่าว่า..... "ขอเล่าย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วครับ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2560 เป็นช่วงที่ชีวิตของผมย่ำแย่ถึงขีดสุด ถึงขั้นตกต่ำเลยก็ว่าได้ จากที่เคยทำธุรกิจหลายอย่างจนมีชื่อเสียง มีเงินใช้อย่างไม่ขาดมือ วันนึงกลับต้องกลายเป็นหนี้ ติดลบ ช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผมไม่ได้โพสต์เฟสบุคอะไรเลย หลายคนคงจะรู้ มีแต่คอยจะทักแชทไปหาเพื่อน หาคนรู้จักเพื่อขอยืมเงินเพื่อปะทังชีวิตและใช้หนี้สินที่คอยตามทุกๆวัน ถึงอายก็ต้องยอมทำ เพราะมันไม่มีหนทางอื่นแล้วจริงๆ
หลายคนคงไม่เชื่อว่าจะเป็นผมจริงๆที่ทักไปขอยืมเงินในวันนั้น...วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 คือวันที่ผมจำได้ดีที่สุด วันที่ไม่มีอะไรเหลือติดตัวเลย รถก็ถูกยึด เงินติดตัวยังไม่พอจะซื้อมาม่าได้แม้แต่ซองเดียว ต้องอาศัยอยู่บ้านเพื่อนบ้าง หอพักเพื่อนบ้าง เรียกได้ว่าไม่มีอันจะกินเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังดี ที่มีเพื่อนผมบางคนที่คอยให้ความช่วยเหลือจนผ่านมาได้ในตอนนั้น เมื่อก่อนไม่ค่อยไปหรอกครับวัดเนี่ย เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายไสยศาสตร์ เชื่อแต่ตัวเองนับถือแต่ตัวเองทั้งนั้น เชื่อว่าธุรกิจทุกอย่างสำเร็จได้ก็เพราะตัวเอง
แต่มาวันนึงชีวิตตกอับ ดิ้นรนทุกสิ่งทุกอย่าง ขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่กำลังใจดีๆก็แทบจะหาไม่ได้ เลยต้องขอลองพึ่งเรื่องเหล่านี้ดู ทำตามคำแนะนำของแม่ และพระวัดต่างๆ เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้ผมมีกำลังใจอยู่ต่อและสู้กับปัญหาที่เทเข้ามา...ผมลองเข้าวัด ทำบุญ กรวดน้ำ บนบานเจ้าที่ เจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนก็กราบก็ไหว้ ทำไปทั้งๆที่ไม่ได้เชื่ออะไรมากมาย แต่ก็ทำ
...เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมเคยประกาศขายที่ดินที่เชียงใหม่เอาไว้ ส่งให้เพื่อนๆ และคนรู้จักเอาไปช่วยขาย ก็ไม่มีใครติดต่อเข้ามา ทำทุกอย่างตามหลักการขายที่ดิน แต่ก็ไม่เป็นผล จนเมื่อถึงคราวตกอับเท่านั้นแหล่ะ จึงต้องขวนขวายเร่งหาคนมาซื้อที่ดินให้ได้ เพราะมันจะช่วยปลดล็อคทุกอย่างในชีวิตของผม...แต่ก็ใช่ว่าจะขายได้ง่ายๆ เพราะที่ดินแปลงนี้เป็นแปลงใหญ่ ขนาดกว่า 6 ไร่ และอีกอย่างนั่นก็คือ แปลงที่ดินนั้นใกล้กับสุสานของหมู่บ้าน ห่างกันไม่ถึง 300 เมตร ซึ่งปกติชาวบ้านก็แทบจะไม่ผ่านมาทางนี้อยู่แล้ว อย่าพูดถึงลูกค้าหรือคนที่สนใจจะซื้อเลย หลายคนพอรู้ว่าแปลงที่ดินใกล้กับสุสานก็ถอยกลับกันทุกราย ซึ่งบอกเลยว่าท้อและหมดความพยายามกับที่ดินแปลงนี้จริงๆ
จนกระทั่งกลางปี 2561 ผมได้ลองเชื่อและทำตามคำแนะนำของพระอาจารย์ ให้ถวายน้ำแดงมงคล โดยน้ำทับทิมโรยดอกมะลิไปถวายเจ้าที่ที่ต้องการจะขาย ตั้งจิตอธิษฐาน สวดมนต์เพื่อขอให้เจ้าที่เปิดทางให้ขายได้ ทำไปจนกระทั่งมีคนขอติดต่อมา ผมก็ไปทำตาม ทั้งๆที่ไม่ได้เชื่อเรื่องเหล่านี้เลย...แต่รู้ไหมครับ การที่ผมไปทำแบบนั้นทุกวันๆ ตั้งจิตอธิษฐานแบบนั้นทุกๆวัน มันทำให้มีคนติดต่อเข้ามาจริงๆ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเขาเหล่านั้นมาจากที่ไหน มาคิดๆดูแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ ทำให้คนเราเกิดจิตอธิษฐาน ความคิดของเรามันมีคลื่นต่อเนื่องไปถึงคนที่ต้องการซื้อจริงๆ แล้วในที่สุดผมก็สามารถขายที่ดินแปลงนี้ได้ 60 ล้านบาท ตามที่ตั้งใจเอาไว้ได้ครับ..."
"โดยท่านให้นำสิ่งของมาถวายและทำพิธีในครั้งนั้น คือ ทับทิม 5 ผล พวงมาลัยดอกมะลิ 1 พวง จุดธูป 9 ดอก พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานในช่วงที่พระสวด พระที่นิมนต์มาเพียง 1 รูป ในการสวดเพื่อขอเปิดทาง และจบด้วยการกรวดน้ำให้กับสัมภเวสีที่อยู่ ณ พื้นที่แห่งนั้น เมื่อจบพิธีแล้วหลังจากนั้นทุกวัน ต้องนำน้ำทับทิมสีแดงใส่แก้ว ลอยด้วยดอกมะลิ นำไปถวาย ณ จุดเดิมพร้อมกับจุดธูป 9 ดอก ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอให้ดลจิตใจคนซื้อ ติดต่อเข้ามาในเร็ววัน
หลังจากที่ถวายน้ำแดงมงคล น้ำทับทิมกลิ่นดอกมะลิไปไม่นาน ประมาณ 2 สัปดาห์ พิธีมงคลนี้กลับได้ผลเกินคาด เมื่อมีนายหน้าที่ดินติดต่อเข้ามาคุยเรื่องราคาและเงื่อนไขการซื้อขาย ครั้งแรกตั้งราคาไว้ที่ไร่ละ 12 ล้านบาท ผู้ซื้อขอต่อรองราคาลงมา จนตกลงราคากันได้ที่ 10.8 ล้านบาทต่อไร่ จึงตอบตกลงและนัดวันทำสัญญากันทันที รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 60,075,000 บาท โดยงวดแรกจ่ายมัดจำตอนวันทำสัญญาทันที 35% และชำระทั้งหมดภายใน 3 เดือน ซึ่งในระหว่าง 3 เดือนนั้นก็ยังคงถวายน้ำทับทิมผสมกลิ่นดอกมะลิ และจุดธูป 9 ดอกให้แก่เจ้าที่ทุกวัน จนกว่าจะถึงวันที่ทำการชำระเงินทั้งหมด"
หลังจากขายที่ดินแปลงนี้สำเร็จ ก็ได้นำเงินไปใช้หนี้และจัดการธุรกิจที่เคยล้มมาก่อนให้ฟื้นกลับขึ้นมาเหมือนเดิม คนในครอบครัวจากที่เคยห่างหายเพราะต้องออกไปดิ้นรนกันข้างนอก ตอนนี้ก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน กลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่นรักกันเหมือนเดิม จากเดิมที่ไม่เคยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ตอนนี้จึงกลายเป็นกิจกรรมมงคลสำหรับคนในครอบครัวไปแล้ว คุณภานุพงศ์ได้นำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรและสัมภเวสีต่างๆที่ได้ช่วยเปิดทางให้การขายที่สำเร็จไปด้วยดี และยังได้นำเงินส่วนหนึ่งไปผลิตน้ำแดงมงคล เป็นน้ำทับทิมผสมกลิ่นมะลิ เหมือนดั่งที่ได้นำไปถวายเจ้าที่ครั้งนั้น และยังนำมาใช้ถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในร้านและออฟฟิศของตัวเองอีกด้วย
จากเรื่องราวดีๆที่คุณภานุพงศ์ได้เจอ จึงอยากนำเรื่องนี้มาแบ่งปันให้กับผู้อ่านทุกท่าน เผื่อได้นำไปเป็นแนวทางในการขายที่ดิน ทำธุรกิจค้าขายหรือแม้กระทั่งการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว จึงแนะนำน้ำแดงมงคล น้ำทับทิมผสมกลิ่นมะลิ ที่คุณภานุพงศ์ผลิตขึ้นมาเอง เกิดความสะดวกเหมาะแก่การนำไปถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้า ศาลพระภูมิ เจ้าที่เจ้าทาง กุมารทอง นางกวัก ฯลฯ เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว และการค้าขายต่างๆ โดย ทับทิมเป็นผลไม้มงคล ที่ใช้ถวายเทพเจ้ามาตั้งแต่โบราณกาล
ชาวจีนมีความเชื่อว่าหากนำผลทับทิมมาถวายเจ้าและแบ่งปันให้คนในครอบครัวทานด้วยกัน จะช่วยให้คนในครอบครัวรักกันกลมเกลียว กิ่งและใบของต้นทับทิม สามารถช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามาทำร้ายคนในครอบครัวได้ สีแดงของทับทิมเป็นสีแห่งความโชคดีเฮงร่ำรวย หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ พกติดตัวเพื่อให้ปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายหรือถวายเพื่อให้ครอบครัวอบอุ่นรักกันกลมเกลียวไม่มีเรื่องขัดแย้งบาดหมางกัน มีลูกหลานสืบสกุลมากมาย นอกจากน้ำทับทิมแล้ว ยังมีกลิ่นหอมละมุนจากดอกมะลิ ดอกไม้ประจำองค์พระนารายณ์ คนโบราณใช้ดอกมะลิเป็นเครื่องสักการะบูชาพระ กลิ่นหอมเย็นของดอกและสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ จะช่วยให้คนในบ้านได้รับความปรารถนาดี เป็นที่รักที่คิดถึงของคนทั่วไปและทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์รู้จักกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ
ความหมายดีๆของผลไม้และดอกไม้มงคลทั้งสอง ถูกบรรจุอยู่ในน้ำแดงมงคล ที่พร้อมจะนำไปถวายพระเป็นน้ำปานะได้ หรือจะถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ทั้งปวง เพราะเป็นน้ำผลไม้มงคล หรือจะดื่มเองก็ได้ ดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นน้ำทับทิมเข้มข้นผสมกลิ่นมะลิ หอมสดชื่นนั่นเอง
ติดตามอ่านเรื่องดีๆจากเราได้ที่ https://www.facebook.com/namdangmongkon999