03/08/2026
❝ งานบันทึกชิ้นสำคัญ 'เงี้ยวปล้นเมืองพะเยา'
โดยพระครูศรีวิราชวชิรปัญญา
สุดท้ายรัฐบาลไทยต้องยืนอ่านคำประกาศขอโทษ
ประเทศอังกฤษ-ชาวพะเยา
ต่อหน้าชาวพะเยาที่กลางตลาด ❞
พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา นามเดิมคือ "ปินตา ชอบจิต" ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงเมืองพะเยา (ในอดีตพะเยามีฐานะเป็นอำเภอหรือแขวงหนึ่งของจังหวัดเชียงราย) ระหว่าง พ.ศ. 2404-2487 นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าอาวาสวัดหัวข่วงแก้ว วัดราชคฤห์ และสุดท้ายเป็นเจ้าสำนักวัดศรีโคมคำ (วัดพระเจ้าตนหลวง)
พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา เป็นพระสงฆ์ที่รักการจดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้พบเห็นเป็นชีวิตจิตใจ โดยบันทึกลงในกระดาษฟุลสแก๊ปด้วยดินสอดำ แบบวันต่อวัน (Diary) แล้วเย็บเป็นเล่ม จำนวนหน้าของแต่ละเล่มไม่เท่ากัน ใช้อักษรธัมม์ล้านนา มีเพียงบางตอนที่ใช้อักษรไทยกลาง เวลาในการบันทึกได้บอกรายละเอียดทั้งวันเดือนปี วันขึ้นวันแรมทางจันทรคติ ปีจุลศักราช พุทธศักราช และบางเหตุการณ์แถมบอกเป็นระบบคริสต์ศักราชอีกด้วย
เมื่อตอนท่านมรณภาพ ได้ฝากมรดกจำนวนมหาศาลนี้ไว้ให้แผ่นดินพะเยา ปัจจุบันเป็นสมบัติของหอวัฒนธรรมนิทัศน์ ข้างวัดศรีโคมคำ โดยมีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺญมหาเถระ) เป็นผู้อำนวยการ
◤ ในบันทึกของพระครูศรีวิราชวชิรปัญญา ที่มีในหอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ 11 เล่มนั้น เนื้อหาที่น่าสนใจคือ บันทึกการเกิดจลาจลของไทใหญ่ในเมืองพะเยา (กบฏเงี้ยว) พ.ศ.2445
พ.ศ.2445 เกิดจลาจล พวกเงี้ยว (ไทใหญ่) ปล้นเมืองแพร่ จากนั้นลุกลามเข้าไปเมืองพะเยา และระบาดทั่วล้านนา พระครูศรีวิราชวชิรปัญญาอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ท่านเล่าว่าถูกพวกเงี้ยวฟันทั้งๆ ที่เป็นสมณเพศ จนต้องกระโดดปีนลงจากกุฏิทางช่องหน้าต่าง แล้วหนีลงไปลำปางอยู่ที่วัดปงสนุก
การที่ชาวพะเยากับชาวลำปางหนีกันไปหนีกันมาหลายระลอก ปัจจุบันสำเนียงการพูดของคนสองจังหวัดนี้จึงละม้ายคล้ายคลึงกันมาก
มีการเล่าถึงเงี้ยวยิง "มิสเตอร์ฝรั่ง" คนหนึ่ง (ซึ่งถูกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีส่งมาประจำการที่ลำปาง) ตาย บริเวณแม่ก๋า ห้วยเกี๋ยง ปัจจุบันคือที่ตั้งของมหาวิทยาลัยพะเยา
◤ เรื่องที่น่าสนใจยิ่งที่อาจช่วยเราคลี่คลายปมว่าทำไมต้องเกิดกบฏเงี้ยว คือตอนที่เมืองแพร่แตก ชาวแพร่หนีตายไปเมืองลำปางและเมืองพะเยา ได้มีหนังสือประกาศจากทางสยามว่า หากใครช่วยรบกับกบฏเงี้ยวจนได้ชัยชนะ จะมีการงดเว้นค่าภาษีรัชชูปการ 4 บาทให้ด้วย (เงิน 4 บาทสำหรับไพร่ยุคนั้นถือว่าแพงมหาโหดมาก) พร้อมทั้งจะยกเลิกการส่งส่วยข้าวให้แก่รัฐบาลสยาม
เหตุที่ใช้ข้ออ้างเรื่อง "ภาษี 4 บาท" มาเป็นข้อต่อรองก็เพราะว่าต้องใช้กุศโลบายแก้ลำกัน ตอนที่เงี้ยวบุกเมืองพะเยาได้ หัวหน้าเงี้ยวประกาศว่า หากใครสมัครใจมาช่วยรบฝ่ายเงี้ยวสู้กับรัฐบาลสยาม โดยลงชื่อเข้าหมู่เป็นพวกเงี้ยวจะไม่ต้องจ่ายภาษี 4 บาทให้หลวงอีกต่อไป ทำให้ประชากรหลากหลายชาติพันธุ์จึงเข้าร่วมขบวนการครั้งนั้นได้ แม้จะไม่ได้เป็นชาวไทใหญ่ (เงี้ยว) ก็ตามที
◤ มีบันทึกเรื่องการประหารผู้นำเงี้ยวชื่อ "เจ้าหนานนนท์" "แสนผิว" "พญาคำวงศา" "ท้าวไชย" เป็นต้น โดยเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรียกกองทัพทหารไทยขึ้นมาจำนวน 3,500 นาย จับชาวเงี้ยวยิงและตัดหัวเสียบประจานที่ประตูแป้น ริมกว๊านพะเยา ฝังศพเงี้ยวไว้ที่หลังบริเวณเทศบาลเมืองพะเยา พวกเงี้ยวและชาวบ้านที่เข้าช่วยเงี้ยวถูกฆ่าตายจำนวนมากเกือบ 200 คน
◤อาจารย์วิมล เล่าว่า เจ้าหนานนนท์ก็ดี พญาคำวงศาก็ดี นั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเงี้ยว แต่ไปเข้ากับเงี้ยวเพราะมีอุดมการณ์เดียวกัน ต้องการปลดแอกเรื่องการถูกสยามกดขี่ขูดรีดภาษี 4 บาท ก่อนมีการประหารนั้น ทางการจับชาวเงี้ยวทั้งหมดมัดมือนั่งล้อเกวียน ประจานทั่วตลาดกลางเวียง
คนที่เป็นเงี้ยวแท้ๆ คือ แสนผิว
เมื่อแสนผิวถูกฆ่า สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่ชาวอังกฤษเจ้าอาณานิคมพม่า เนื่องจากแสนผิวเป็นชาวไทใหญ่ สังกัดประเทศพม่า ทำให้อังกฤษทำหนังสือมาถาม กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นว่า มีสิทธิ์อะไรจึงเข่นฆ่าคนในบังคับของอังกฤษอย่างอุกอาจ
รัฐบาลไทยต้องยืนอ่านคำประกาศขอโทษประเทศอังกฤษต่อหน้าชาวพะเยาที่กลางตลาด พร้อมทั้งขอโทษชาวพะเยาที่ถูกฆ่าตายทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นชาวเงี้ยว เพียงแต่เข้าร่วมต่อสู้เพื่อปลดแอกภาษี 4 บาท พร้อมรัฐบาลไทยต้องจ่ายเงินชดใช้ให้แก่ทายาทของแสนผิวและคนอื่นๆ จำนวน 7,800 รูเปียห์
ปัจจุบัน ทายาทของแสนผิวหรือปู่ผิว ใช้นามสกุล "เสมอเชื้อ" หมายถึง เสมอเชื้อเจ้า (เป็นนามสกุลใหญ่ พอๆ กับ "ศีติสาร" สกุลของเจ้าเมืองพะเยา)
⸻
พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา กับบันทึกสำคัญอีกด้านหนึ่งของ "กบฏเงี้ยว" โดยเพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_88369