02/08/2026
สอน Coding แบบไหนที่ผู้ปกครองชอบ
📍 สอนให้คิดและตัดสินใจเอง ‼️
หรือ
📍ป้อนคำสั่งให้หุ่นยนต์ทำตาม ‼️
Smartrobotkids สอนให้คิดและตัดสินใจเอง คือ พันธกิจหลักของเรา
https://www.facebook.com/share/p/1DF5hP7toS/?mibextid=wwXIfr
เพราะเชื่อว่า "สมองหุ่นยนต์" จะเป็นธุรกิจใหญ่กว่าตัวหุ่นยนต์
เวลาพูดถึงหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoid Robot)
หลายคนจะนึกถึงบริษัทที่ผลิตตัวหุ่นยนต์ เช่น Unitree (宇树 - อวี่ซู่),
Agibot (智元机器人 - จื้อหยวน จี๋ชี่เหริน)
หรือ Tesla
ตอนนี้ จีนเริ่มมีบริษัทอีกประเภทที่กำลังได้รับความสนใจ
บริษัทที่ไม่ได้ผลิต "ตัวหุ่นยนต์"
แต่ผลิต "สมอง" ให้หุ่นยนต์แทน
ล่าสุด Delta Intelligence (德塔智能 - เต๋อท่า จื้อเหนิง)
สตาร์ทอัพที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2026
เพิ่งระดมทุนรอบ Angel++ ได้เกือบ 500 ล้านหยวน (ประมาณ 2,500 ล้านบาท)
และนี่เป็นการระดมทุนรอบที่ 6 ภายในเวลาเพียงครึ่งปี
บริษัทนี้ไม่ได้สร้างหุ่นยนต์ของตัวเอง
แต่กำลังพัฒนา Humanoid Foundation Model
(โมเดล AI พื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์)
ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ
ChatGPT คือโมเดลพื้นฐานสำหรับภาษา
ส่วน Delta Intelligence อยากสร้างโมเดลพื้นฐานสำหรับ "ร่างกายของหุ่นยนต์"
เป้าหมายคือ
ไม่ว่าหุ่นยนต์จะผลิตจากบริษัทไหน
ก็สามารถติดตั้ง "สมอง" ตัวเดียวกัน แล้วเรียนรู้งานใหม่ได้
ผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คน
จบปริญญาเอกจาก University of California, Los Angeles (UCLA)
มีพื้นฐานจากมหาวิทยาลัยชิงหัว (清华大学 - ชิงหัว ต้าซวี)
และเคยทำงานหรือวิจัยกับองค์กรระดับโลก
เช่น Google Robotics, NVIDIA Research, DeepMind, Meta
รวมถึงโครงการของ DARPA ในสหรัฐฯ
พวกเขามองว่า
วันนี้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยน
จากเดิมที่แข่งขันกันว่า
"หุ่นยนต์เดินได้ไหม"
กำลังเปลี่ยนเป็น
"หุ่นยนต์ทำงานจริงได้หรือยัง"
ปัญหาคือ
หุ่นยนต์ในโลกจริงไม่ได้อยู่ในห้องทดลอง
แต่มันต้องเดินขึ้นบันได
เปิดประตู
หลบสิ่งกีดขวาง
ยกของ
รักษาสมดุล
และตัดสินใจทุกวินาที
หลายระบบในปัจจุบันยังใช้ข้อมูลภาพแบบ 2 มิติ
ทำให้หุ่นยนต์มองเห็นโลกเหมือนดูรูปถ่าย
แต่ Delta Intelligence เลือกสร้างระบบที่เข้าใจโลกแบบ 3 มิติ ตั้งแต่ต้น
เพื่อให้หุ่นยนต์รู้ว่า
ประตูอยู่ห่างแค่ไหน
มือจับอยู่ตรงไหน
ต้องหมุนตัวอย่างไร
และต้องลงน้ำหนักตรงไหนก่อนจะเปิดประตู
นอกจากนั้น
บริษัทยังสร้างอุปกรณ์เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวของมนุษย์ทั้งร่างกายเอง
ไม่ใช่เก็บแค่การขยับมือ
แต่เก็บข้อมูลตั้งแต่มือ เท้า เอว ไหล่ ไปจนถึงการถ่ายน้ำหนักของร่างกาย
เพราะเชื่อว่า
ถ้าหุ่นยนต์จะเคลื่อนไหวเหมือนคน
ก็ต้องเรียนรู้จาก "ทั้งร่างกาย" ของคน
อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือ
บริษัทแบ่งสมองของหุ่นยนต์ออกเป็น 3 ส่วน
สมองใหญ่
ทำหน้าที่มองภาพรวม
เข้าใจสภาพแวดล้อม
และวางแผนว่าจะทำอะไร
สมองน้อย
ควบคุมการทรงตัว
การเคลื่อนไหว
และการประสานงานของแขนขาแบบเรียลไทม์
ส่วนสุดท้ายคือระบบควบคุมแรงและตำแหน่ง
ที่ทำให้การเคลื่อนไหวออกมานุ่มนวล ไม่สะดุด
บริษัทอธิบายว่า
หากมีแค่ "สมองใหญ่"
แต่ไม่มี "สมองน้อย"
หุ่นยนต์อาจรู้ว่าต้องเปิดประตู
แต่ล้มก่อนจะเดินไปถึงประตู
วันนี้ Delta Intelligence ทำงานร่วมกับผู้ผลิตหุ่นยนต์หลายรายแล้ว
เช่น
Agibot (智元机器人 - จื้อหยวน จี๋ชี่เหริน)
บริษัทหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ของจีนที่ก่อตั้งในปี 2023
โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และหุ่นยนต์
มุ่งพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับโรงงาน งานบริการ
และงานในชีวิตประจำวัน ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพ
ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของจีนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
LeJu Robotics (乐聚机器人 - เล่อจวี้ จี๋ชี่เหริน)
บริษัทหุ่นยนต์จากเมืองเซินเจิ้น
ที่เริ่มจากหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา
ก่อนขยายมาสู่หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ขนาดเท่ามนุษย์
ปัจจุบันทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมหลายแห่งของจีน
Seeker Intelligent (星海图 - ซิงไห่ถู)
สตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์และ Embodied AI
(AI ที่เรียนรู้ผ่านการมีร่างกายและปฏิสัมพันธ์กับโลกจริง)
เน้นพัฒนาเทคโนโลยีสมองของหุ่นยนต์
ให้สามารถเรียนรู้และทำงานในสภาพแวดล้อมจริงได้
Unitree (宇树 - อวี่ซู่)
หนึ่งในผู้ผลิตหุ่นยนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน
เริ่มจากหุ่นยนต์สี่ขา
ก่อนพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์อย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นคือผลิตหุ่นยนต์คุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้
จนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลักดันให้หุ่นยนต์จีนเข้าสู่ตลาดโลก
เป้าหมายคือทำให้ AI ตัวเดียว
สามารถย้ายไปทำงานกับหุ่นยนต์หลายยี่ห้อได้
ไม่ต้องเริ่มฝึกใหม่ทุกครั้ง
อาจสงสัยว่า
ถ้าบริษัทนี้ไม่ได้ผลิตหุ่นยนต์เอง
แล้วนักลงทุนเอาอะไรไปเชื่อ?
นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่า
อนาคตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
มูลค่าส่วนใหญ่
อาจไม่ได้อยู่ที่ "ตัวหุ่นยนต์"
แต่อยู่ที่ "สมอง"
ลองนึกภาพเหมือนตลาดสมาร์ตโฟน
ทุกบริษัทผลิตมือถือได้
แต่ระบบปฏิบัติการอย่าง Android หรือ iOS
กลับเป็นผู้กำหนดทั้งระบบนิเวศ
หุ่นยนต์ก็อาจกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน
ถ้า AI ตัวหนึ่ง
สามารถทำงานกับหุ่นยนต์ได้หลายแบรนด์
ทุกครั้งที่มีการขายหุ่นยนต์เพิ่ม
บริษัทที่สร้าง "สมอง"
ก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน
โดยไม่จำเป็นต้องตั้งโรงงานผลิตหุ่นยนต์เอง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่จีน
ไม่ได้ลงทุนเฉพาะบริษัทผลิตหุ่นยนต์
แต่กำลังลงทุนตั้งแต่
ชิป
เซ็นเซอร์
ระบบปฏิบัติการ
โมเดล AI
ระบบเก็บข้อมูล
ไปจนถึงมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรม
เพราะจีนมองว่า
ถ้าสร้างระบบนิเวศได้ครบ
ก็อาจเป็นฝ่ายกำหนดมาตรฐานของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์โลกได้ในอนาคต
ช่วงแรก
คนตื่นเต้นกับคลิปหุ่นยนต์ตีลังกา
วิ่งมาราธอน
หรือเต้น
แต่วันนี้
บริษัทจีนเริ่มพูดเหมือนกันว่า
เป้าหมายที่แท้จริงคือ
ทำให้หุ่นยนต์เข้าไปทำงานในโรงงาน
คลังสินค้า
โรงพยาบาล
บ้าน
และงานบริการต่าง ๆ
การแข่งขันของจีนในวันนี้
คือ
ใครจะสร้าง "สมองของหุ่นยนต์"
ที่ทั้งอุตสาหกรรมเลือกใช้ได้ก่อน
"ถ้าเมื่อ 20 ปีก่อน จีนแข่งกันผลิตสินค้าให้โลก
วันนี้จีนกำลังแข่งกันสร้าง 'สมอง' ที่จะควบคุมหุ่นยนต์ของโลกแทน"
ข้อมูลจาก บทสัมภาษณ์ผู้บริหาร Delta Intelligence (德塔智能 - เต๋อท่า จื้อเหนิง),36kr
#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน #ข่าวจีน #หุ่นยนต์ #จีน